bg-single

คุยกับทูต | แคเทอริน หว่อง เสี่ยว ผิง สิงคโปร์ ประเทศอัจฉริยะระดับโลก (1)

24.11.2024

คุยกับทูต | แคเทอริน หว่อง เสี่ยว ผิง

สิงคโปร์ ประเทศอัจฉริยะระดับโลก (1)

 

หลังการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างสิงคโปร์และไทยเมื่อวันที่ 20 กันยายน 1965 สถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทยจึงได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1966

จากจุดเริ่มต้นของการทำงานที่แสนเรียบง่ายภายในสำนักงานของเอกอัครราชทูตคนแรกคือ นายตัน เซียก คิว (Mr Tan Siak Kew) ณ ธนาคารโฟร์ ซีส์ คอมมิวนิเคชั่นส์ (Four Seas Communications Bank) ก่อนย้ายไปเช่าบ้านเลขที่ 90 ริมถนนสาทรเหนือ

ต่อมา ในปี 1974 สถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์มีที่ทำการถาวร ณ เลขที่ 129 ถนนสาทรใต้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของย่านธุรกิจ

อนึ่ง เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2011 สถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ได้รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จเยือนสถานเอกอัครราชทูตเป็นครั้งแรก

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ นางสาวแคเทอริน หว่อง เสี่ยว ผิง (Ms. Catherine Wong Siow Ping) เดินทางมาถึงกรุงเทพมหานคร และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทยในวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา

นับเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนจากสิงคโปร์ลำดับที่ 12 ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ประจำประเทศไทย

นางสาวแคเทอริน หว่อง เสี่ยว ผิง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทยในวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา

บทบาทผู้แทนในเวทีระหว่างประเทศ

เอกอัครราชทูตแคเทอริน เล่าว่า

“จากที่มีความสนใจงานด้านการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาโดยตลอด ทันทีที่เรียนจบมหาวิทยาลัย ดิฉันจึงเข้าร่วมงานกระทรวงต่างประเทศ เนื่องจากรู้สึกสนใจที่จะไปประจำต่างประเทศเพราะมองว่าเป็นโอกาสที่จะได้เห็นโลกกว้าง ได้เปิดโลกทัศน์ ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ

แม้จะทำงานมาถึง 29 ปีแล้ว ความหลงใหลในงานด้านการทูตของดิฉันยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม การได้วิเคราะห์ทางการเมืองและเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน การที่สามารถมีส่วนสนับสนุนในการสร้างนโยบายต่างประเทศ และการได้อยู่แถวหน้าของการทูตเป็นสิ่งที่ทำให้ดิฉันอยู่ในอาชีพนี้

นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ยังจัดให้มีการหมุนเวียนกันไปทำงานในหน้าที่ต่างๆ เป็นประจำ ทำให้การทำงานด้านนี้ไม่น่าเบื่อเลย เพราะมีสิ่งใหม่ๆ ให้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์อยู่เสมอ”

นางสาวแคเทอริน หว่อง เสี่ยว ผิง (Ms. Catherine Wong Siow Ping) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย

ความร่วมมือทวิภาคี

“ประเทศไทยเป็นหนึ่งในมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ การสถาปนาความสัมพันธ์เริ่มขึ้นไม่นานหลังจากสิงคโปร์ได้รับเอกราชในปี 1965 เป็นความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและลึกซึ้งบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน เรามีความเชื่อมโยงทางการเมืองและสถาบันเป็นอย่างดี มีการแลกเปลี่ยนกันอย่างสม่ำเสมอ ความร่วมมือที่สำคัญมีมาอย่างยาวนานครอบคลุมหลายแง่มุม

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนกำลังเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างมาก สะท้อนถึงวิถีของความสัมพันธ์ทวิภาคีโดยรวมของเรา

ดังตัวอย่าง สิงคโปร์และไทยเป็นหุ้นส่วนการค้า 10 อันดับแรกของกันและกันเสมอมา และสิงคโปร์ยังเป็นหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของไทยมาโดยตลอด

แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันจะเติบโตเต็มที่แล้ว แต่ทั้งสองประเทศยังคงมีศักยภาพอีกมากที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

นั่นคือเหตุผลที่สิงคโปร์มองหาความร่วมมือในพื้นที่แห่งใหม่และสร้างความต่อเนื่องกับไทยอย่างแข็งขัน ซึ่งรวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล, คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit), ความยั่งยืน และพลังงานสะอาด”

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2024 สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทยจัดงานเลี้ยงรับรอง เฉลิมฉลอง 59 ปี วันชาติสาธารณรัฐสิงคโปร์

นำระบบการโอนเงินข้ามพรมแดนแบบทันที

“PromptPay – PayNow” มาใช้เป็นคู่แรกของโลก

“ความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นล่าสุดคือด้านการเงิน ในปี 2021 สิงคโปร์และไทยได้จัดตั้งการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์แห่งแรกของโลกระหว่าง PayNow ของสิงคโปร์ และ PromptPay ของไทย ความร่วมมือนี้ช่วยให้ลูกค้าของธนาคารที่ร่วมโครงการในสิงคโปร์และไทยสามารถโอนเงินข้ามประเทศได้โดยใช้เพียงหมายเลขโทรศัพท์มือถือ

ความร่วมมือนี้ช่วยวางรากฐานให้สิงคโปร์และไทยสามารถดำเนินการชำระเงินข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายกับประเทศในกลุ่มอาเซียนและในประเทศอื่นๆ

หลังการเชื่อมโยงการชำระเงินสิงคโปร์-ไทยแล้ว สิงคโปร์ได้ดำเนินการเชื่อมโยงการชำระเงินกับอีก 4 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์

ในขณะที่โลกยังคงพัฒนาและมีความท้าทายใหม่ๆ เกิดขึ้น จึงเป็นความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่สิงคโปร์และไทยจะต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อค้นหาวิธีแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์”

ภาพเค้กเฉลิมฉลอง 59 ปี วันชาติสาธารณรัฐสิงคโปร์

นโยบายต่างประเทศ

ภายใต้การนำของลอว์เรนซ์ หว่อง

(Lawrence Wong) นายกฯ ใหม่สิงคโปร์

“นโยบายต่างประเทศของสิงคโปร์ยึดโยงอยู่กับการประเมินสถานการณ์ที่เป็นจริงและผลประโยชน์ของชาติของเรามาโดยตลอด จากการมองการณ์ไกลและนโยบายที่มีความต่อเนื่อง

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กไม่มีพื้นที่ชนบทและไม่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ความเป็นจริงทางภูมิศาสตร์เหล่านี้ยังคงดำรงอยู่ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ดังที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของเรา ดร.วิเวียน บาลากริชนัน (Dr. Vivian Balakrishnan) กำหนดนโยบายต่างประเทศของเราไว้เมื่อต้นปีนี้ โดยปฏิบัติตามหลักการ 3 ประการ

ประการแรก เพื่อปกป้องเอกราช อำนาจอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของสิงคโปร์ จากภัยคุกคามภายนอก

ประการที่สอง เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถเข้าถึงสิ่งที่จำเป็น และการอำนวยความสะดวกด้านเส้นทางการสื่อสารทั้งทางอากาศและทางทะเลที่เปิดกว้าง

ประการที่สาม เพื่อขยายโอกาสในความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและรักษาลำดับความสำคัญของสิงคโปร์ต่อโลก

ในการนำนโยบายนี้ไปใช้ เราสนับสนุนการจัดระเบียบตามกฎเกณฑ์และการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเต็มที่และสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ เรายังพยายามรักษาจุดมุ่งหมายร่วมกับพันธมิตรให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

หลักการพื้นฐานของนโยบายต่างประเทศของสิงคโปร์ดังกล่าวนี้ มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุปสรรคทางภูมิรัฐศาสตร์มากมายที่เราต้องเผชิญในปัจจุบัน รวมถึงความตึงเครียดและความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจสำคัญในยุโรปและตะวันออกกลาง

ในระดับส่วนตัว นายกฯ หว่องจะนำรูปแบบการทูตและการดำเนินการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในแบบฉบับของเขาเองมาใช้ โดยจะเยือนประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทุกประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย

ในระหว่างการเยือนมาเลเซียเมื่อไม่นานนี้ นายกฯ หว่อง เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาคือการเสริมสร้างความเชื่อมั่นระหว่างเขากับคู่หูชาวมาเลเซีย ประเด็นสำคัญคือ ประเทศต่างๆ สามารถดำเนินการได้หลายอย่างหากมีความไว้เนื้อเชื่อใจในระหว่างผู้นำของตน ดิฉันคาดว่า การพิจารณาในเรื่องนี้จะเป็นปัจจัยหลักในการเยือนครั้งต่อไปของเขา

และเราหวังว่า นายกฯหว่อง จะมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้ ทั้งนี้ ในปี 2025 จะตรงกับวาระครบรอบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสิงคโปร์กับไทย” •

เมอร์ไลออน สัญลักษณ์แห่งสิงคโปร์ในงานเลี้ยงฉลองวันชาติ 59 ปี

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

Chanadda Jinayodhin

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก