bg-single

หนุ่มสาวญี่ปุ่น ไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีลูก

28.04.2025

บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์

หนุ่มสาวญี่ปุ่น

ไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีลูก

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นเป็นสังคมเด็กเกิดน้อยและเป็นสังคมผู้สูงวัย (少子化高齢社会)

ณ เดือนตุลาคม ปี 2024 มีประชากรลดลงติดต่อกันมา 14 ปี มีประชากรวัยทำงานอายุ 15-64 ปี 59.6% ประชากรอายุต่ำกว่า 15 ปี 11.2% เป็นจำนวนน้อยที่สุดที่เคยมี

ตรงข้ามกับประชากรสูงวัยอายุเกิน 65 ปี มี 29.3% อายุเกิน 75 ปี มี 16.8% ซึ่งต่างก็เป็นจำนวนสูงสุดจากที่ผ่านมา

ส่วนประชากรเด็กเกิดใหม่ก็ลดลงอีก 41,000 คน มีจำนวน 717,000 คนเท่านั้น

ประชากรวัยทำงานญี่ปุ่นต้องแบกรับภาระหนัก ค่าครองชีพสูงขึ้น เงินเดือน ค่าจ้างไม่ได้เพิ่มขึ้น ไล่ตามไม่ทันกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อยู่ในภาวะชักหน้าเกือบไม่ถึงหลัง ทั้งๆ ที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ได้ชื่อว่ามีวินัยในการใช้จ่าย ไม่มีการใช้จ่ายอย่างหรูหรา ฟุ่มเฟือย ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายทุกเดือน และมีการออมเงินอย่างสม่ำเสมอ

แต่กระนั้นก็ตาม ในหมู่คนหนุ่มสาววัยเริ่มสร้างครอบครัว เริ่มมีความคิดว่า “การแต่งงานเป็นของสูง ไกลเกินเอื้อม” เสียแล้ว ทั้งๆ ที่ในอดีตการแต่งงาน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับใครสักคนอย่างมีความสุขตามวิถีชีวิตของปุถุชนคนธรรมดาอย่างเช่นคนรุ่นพ่อแม่เป็นเรื่องปกติ

แต่ปัจจุบัน แม้อยากแต่งงาน ก็ต้องเริ่มคิดให้รอบคอบเสียแล้ว ค่าใช้จ่ายของสองคนจะรับไหวไหม ไม่ต้องคิดต่อไปถึงการมีลูก

ดังนั้น อัตราการเกิดของเด็กลดน้อยลงทุกปีจึงไม่ใช่เรื่องแปลก อาจกล่าวได้ว่าหนึ่งในปัจจัยของปัญหาเรื่องนี้ คือ เรื่องเศรษฐกิจ นั่นเอง

หนุ่มสาววัยทำงานต้องทุ่มเทกับงาน คนที่มีงานประจำนับว่าโชคดีหน่อย มีรายได้เข้ามาทุกเดือน

คนที่เป็นพนักงานจ้างชั่วคราวยิ่งต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้งานทำต่อเนื่อง

ทุกคนไม่อยู่นิ่งเฉย พยายามเพิ่มความรู้ความสามารถของตัวเองเพื่อจะได้เลื่อนขั้น เลื่อนเงินเดือนบ้าง และไม่หลุดออกจากระบบ

วันทั้งวันจึงเหน็ดเหนื่อยกับการงานและยังต้องหาความรู้เพิ่มทักษะในด้านต่างๆ หวังจะเป็นประโยชน์ในอนาคตและมีรายได้เพิ่มขึ้น จะหาเวลาพักผ่อนนอนเต็มอิ่มยังยากเลย

แต่รายได้ของคนหนุ่มสาววัยทำงานก็ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นๆ

นักวิจัยอาวุโส ทาคุมิ ฟูจินามิ ประจำสถาบันวิจัยญี่ปุ่น (日本総合研究所 JRI) ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาเด็กเกิดน้อย ทำการวิเคราะห์ “รายได้ที่แท้จริง” (実質賃金real earnings) หมายถึง รายได้ที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อในขณะนั้น คิดเป็นมูลค่าของเงินที่ได้รับมาแล้วสามารถซื้อสินค้าและบริการได้มากเพียงใด ของคนวัยทำงานแต่ละช่วงวัย ได้สรุปตัวเลขที่น่าสนใจ

โดยยกตัวอย่าง กรณีพนักงานประจำชาย จบปริญญาตรี ที่เกิดระหว่างปี 1963-1967 ปัจจุบันอายุช่วงวัย 60 ปี ขณะที่เขามีอายุช่วง 30-34 ปี มีรายได้ที่แท้จริงประมาณ 5.93 ล้านเยนต่อปี

ส่วนคนที่เกิดระหว่างปี 1973-1977 ปัจจุบันอายุช่วงวัย 50 ปี ขณะที่มีอายุช่วง 30-34 ปี มีรายได้ที่แท้จริงประมาณ 5.4 ล้านเยนต่อปี ซึ่งน้อยกว่าคนกลุ่มแรก

ส่วนคนที่เกิดระหว่างปี 1988-1992 คือหนุ่มสาวในปัจจุบันอายุช่วงวัยกลาง 30 ปี มีรายได้ที่แท้จริงราว 4.89 ล้านเยนเท่านั้น

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วคนรุ่นลูกทำงานมีรายได้ที่แท้จริงน้อยกว่าคนรุ่นพ่อและรุ่นอา เกือบ 1ล้านเยนทีเดียว

คำถามคือ ทำไม “รายได้ที่แท้จริง” ของหนุ่มสาววัยทำงานปัจจุบันจึงลดลง

นักวิจัย ฟูจินามิ ให้เหตุผลว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นต้องเผชิญกับวิกฤติหนักหลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงญี่ปุ่นฟองสบู่แตก เริ่มตั้งแต่ปี 1989-ทศวรรษ1990 วิกฤตตลาดการเงินเลย์แมนช็อก ปี 2008 เป็นต้น เป็นเหตุให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องระมัดระวังควบคุมต้นทุนและรายจ่ายอย่างเคร่งครัด

หากขึ้นค่าจ้างให้แล้ว สหภาพแรงงานก็คงต่อสู้ต่อไปไม่มีทางลดลงได้อีก เป็นภาระที่องค์กรต้องแบกรับ

ดังนั้น การขึ้นค่าจ้างของคนทำงานวัยหนุ่มสาวจึงถูกควบคุมอย่างมาก หลังยุคฟองสบู่แตกเป็นต้นมา

จึงเป็นเหตุให้คนหนุ่มสาวที่อยากแต่งงาน อยากมีลูก เริ่มลดลงนับแต่นั้นมา แม้ว่าขณะนี้เริ่มมีบริษัทใหญ่ๆ ประกาศปรับฐานเงินเดือนเพิ่มให้พนักงานเข้าใหม่แล้ว เพื่อกันสมองไหลออก ท่ามกลางภาวะขาดแคลนแรงงานก็ตาม แต่จำนวนเด็กเกิดใหม่ก็ยังลดลงต่อเนื่อง

หอการค้าโตเกียว (東京商工会議所) ทำการสำรวจคนทำงานในเขตเมืองอายุ 18-34 ปี ประมาณ 2,000 คน หากจะมีลูก รู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องใดมากที่สุด 74.1% กังวลเรื่องรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ค่าเลี้ยงดู ค่าการศึกษา เป็นต้น

กล่าวได้ว่า 3 ใน 4 คน มีความกังวลด้านเศรษฐกิจ

39.2% กังวลเกี่ยวกับภาระงานบ้านและการเลี้ยงลูกที่ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น

33.7% กังวลว่าคู่ชีวิตจะไม่เข้าใจและไม่ช่วยแบ่งเบามีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูก

30% ต้องทำงานดึกดื่นทุกวันจนไม่มีเวลาพัก เป็นต้น

นอกจากนี้ บางคนยังกังวลว่าการมีลูกจะเป็นตัวถ่วงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรือทำให้มีเวลาส่วนตัวในชีวิตคู่ลดน้อยลงอีกด้วย

หญิงวัย 20 ปี แต่งงานแล้ว ยังไม่มีลูก ให้ความเห็นว่า อยากให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือคนวัยทำงานด้วยการลดภาษี ให้เงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตร เพราะว่ามีคนอีกมากที่ถอดใจเรื่องการแต่งงานและมีลูก จากปัญหาด้านเศรษฐกิจ ตัวเองและสามียอมกินไม่อิ่มได้ แต่ถ้าลูกต้องอดๆ อยากๆ คงปวดใจมาก

ชายวัยกลาง 30 ปี แต่งงานแล้ว ยังไม่มีลูก บอกว่า แต่งงานหลังเข้าทำงานได้ 2 ปี มีภาระผ่อนใช้หนี้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา มองไม่เห็นอนาคตจึงไม่กล้าตัดสินใจมีลูกตั้งแต่อยู่ในวัย 20 ปี ตอนนี้อยากมีลูก แต่กลายเป็นต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาการมีบุตรยาก ถึงที่สุดแล้วอาจต้องเลิกล้มความคิดก็เป็นได้

หญิงวัย 30 ปี แต่งงาน มีลูกแล้ว สะท้อนความในใจทั้งหมดของคนวัยหนุ่มสาวที่มีลูกว่า รายได้ไม่เพิ่ม ของแพง ค่าครองชีพสูง รัฐบาลกำหนดรายได้ขั้นต่ำของผู้ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูบุตร ราคาที่อยู่อาศัยแพงขึ้น จนไม่สามารถเช่าหรือผ่อนซื้อบ้านที่กว้างขวางพอจะเลี้ยงลูกได้หลายคน โดยไม่ต้องขับรถไปกลับที่ทำงานใช้เวลาไม่นาน ใครจะอยากอยู่ในสภาพแบบนี้

ทำไมหนุ่มสาวญี่ปุ่นจึงไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีลูก…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“วรวงศ์” ห่วง FTA ไทย–ยูเออี “ได้ไม่คุ้มเสีย” ทำร้ายอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเตือนอย่าใช้ FTA เป็นเครื่องมือการเมืองช่วงซักฟอก
อดีต ปลัด มท.สุทธิพงษ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อสังเกต ผลการตรวจสอบโครงการถังขยะเปียก ลดโลกร้อนฯ
อนุรักษนิยมไทยภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ?
กระทรวงเกษตรฯ ขอ ปชช.อย่าเพิ่งกังวล “UPOV1991” ยืนยันยังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อดี-ข้อเสียอย่างรอบด้าน ลั่น! ต้องปกป้องผลประโยชน์เกษตรกร-คนไทยเป็นหลัก
จาก IoT ถึง AIoT ก้าวสู่โลก AI เต็มรูปแบบ
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (24) สาร วิถี และมิตรใหม่
เมนูแฟรงเก้นสไตน์ ทำตามได้แต่อาจพัง
รู้จัก ‘หนู’ ผ่านเพลง King Rat สิ่งมีชีวิตที่ทำให้เรืออับปางได้ ในมหาสมุทรแห่งความโลภ
นาฬิกา เวลา ความหรูหรา และราคาที่นักการเมืองต้องจ่าย
‘ศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งชาติ’ ก็ไม่เว้น นามนั้น สำคัญไฉน ทรัมป์วางชื่อ ‘ทาบ’ JFK แต่ไม่สำเร็จ
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (1)
รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร เดาฉากทัศน์ ทศวรรษ 2570 ‘พลังคนเดือนตุลา คือพลังของคนตาย’