bg-single

ผู้มีรายได้น้อย ถูกยึดบ้านเพิ่มกว่า 2 เท่า

06.12.2025

ก่อสร้างและที่ดิน | นาย ต.

เมื่อเร็วๆ นี้สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ โดยนางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการฯ กล่าวในการแถลงภาวะสังคมไตรมาส 3/2568 ว่า ข้อมูลหนี้สินครัวเรือนที่ สศช.ติดตามข้อมูล มีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่การเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้บ้านก่อนเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี โดยปัจจุบันพบแนวโน้มที่อยู่อาศัยที่ถูกยึดและขายทอดตลาดเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่า ที่อยู่อาศัยที่ถูกยึดและขายทอดตลาดมีจำนวนทั้งสิ้น 67,641 หน่วย รวมมูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 210.1%

บ้านที่ถูกยึดนำไปขายทอดตลาด ส่วนใหญ่เป็นบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่ราคาไม่ถึง 1 ล้านบาท

ซึ่งสาเหตุสำคัญที่มีการยึดบ้านหรือที่อยู่อาศัยมาขายทอดตลาดเนื่องจากลูกหนี้กลุ่มนี้ขาดความสามารถในการผ่อนต่อได้หลังจากภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นหลังจากการผ่อนในช่วงแรกแล้ว

เลขาธิการ สศช.เสนอว่า ต้องเร่งรัดให้มีการไกล่เกลี่ยหนี้ทั้งก่อนหรือหลังการบังคับคดี เพื่อลดผลกระทบต่อการสูญเสียที่อยู่อาศัยในกลุ่มนี้

ข่าวนี้ แม้จะแถลงโดยเลขาธิการ สศช.ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐในการแถลงประจำไตรมาส 3/2568 แต่ถูกนำเสนอเป็นข่าวผ่านสำนักข่าวน้อยมาก และในโซเชียลมีเดียยิ่งไม่มีให้เห็นเลย

การตอบสนองปัญหา “ผู้มีรายน้อยถูกยึดที่อยู่อาศัยขายทอดตลาดสูงขึ้น 2 เท่า” ของหน่วยงานของรัฐ ของรัฐบาลที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงไม่มีเลย ทั้งที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนร้ายแรงเรื่องที่อยู่อาศัยของคนจำนวนเรือนแสนคน

เหตุที่คนถูกยึดบ้านนำไปขายทอดตลาดนั้น เนื่องจากคนจำนวนมากในระบบเศรษฐกิจรายได้ไม่เพิ่มหรือเพิ่มต่ำ ไม่เพียงพอกับการครองชีพ ทำให้เกิดการกู้หนี้ยืมสิน หนี้สินครัวเรือนทั้งระบบเศรษฐกิจพอกพูนขึ้นสูงเกือบ 90% ของรายได้ประชาชาติ (GDP) ผลที่เกิดขึ้นสำหรับรายบุคคลผลก็คือไม่มีเงินผ่อนบ้านที่ซื้อมาแล้ว

วงจรนี้เกิดขึ้นกับการปฏิเสธปล่อยกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารมาก่อน เพราะธนาคารมีข้อมูลการผ่อนชำระและการผิดนัดชำระของลูกหนี้ทุกกลุ่ม หากกลุ่มระดับรายได้ใดผิดนัดชำระมากจะทำให้ธนาคารปฏิเสธการปล่อยกู้กับคนกลุ่มนั้นๆ ในสัดส่วนที่สูงขึ้นตามไปด้วย

ถ้าจำกันได้เมื่อ 4-5 ปีก่อนหน้าโน้น ธนาคารจะปฏิเสธการปล่อยกู้กลุ่มคนซื้อที่อยู่อาศัยระดับราคา 1-2 ล้านบาทสูงกว่ากลุ่มอื่น ปีต่อมา กลุ่มที่ซื้อ 3-4 ล้านบาทก็ถูกปฏิเสธมากขึ้น ต่อมาขยับขึ้นมาถึงกลุ่มระดับราคา 7 ล้านบาท ยังเหลือแต่กลุ่มระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปที่แบงก์ยังปล่อยกู้ดี

ซึ่งส่งผลให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากปรับทิศทางมาทำโครงการบ้านระดับราคาสูงกันมากขึ้น

แต่ท้ายที่สุด ในปัจจุบันบ้านทุกกลุ่มระดับราคาล้วนถูกปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อครบหมดแล้ว อัตราการปฏิเสธอาจแตกต่างกันบ้าง แต่ทุกกลุ่มราคามีถูกปฏิเสธในสัดส่วนมากพอที่ทำให้เกิดปัญหากับผู้ซื้อผู้ขาย นั่นก็แสดงว่า ธนาคารได้มองเห็นข้อมูลผิดนัดชำระหนี้ของผู้ซื้อกลุ่มระดับราคากลางๆ และสูงๆ แล้ว จึงมีการคัดกรองและปฏิเสธ

ดังนั้น ปัญหา “ผู้มีรายน้อยถูกยึดที่อยู่อาศัยขายทอดตลาดสูงขึ้น 2 เท่า” ดังกล่าวนี้ เฉพาะหน้าระยะสั้นๆ เป็นปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย จำนวนหลักแสนหลักล้านคน

แต่ขณะเดียวกัน ก็เป็นสัญญาณบอกว่า ปัญหานี้ไม่ได้มีเพียงผู้มีรายได้น้อยเท่านั้น แต่จะลามขึ้นมากลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง กลุ่มคนทำธุรกิจขนาด SME ดังที่ลามกับปัญหาการปฏิเสธการปล่อยกู้มาแล้ว

ผู้จะแก้ไขปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น มีแต่รัฐบาลเท่านั้นจึงจะบรรเทาความเดือดร้อน จึงจะแก้ปัญหาทั้งระบบได้

รัฐบาลนี้น้ำท่วมหาดใหญ่ก็ได้เห็นความสามารถในการบริหารจัดการแล้ว รอดูว่าเลือกตั้งครั้งหน้าปีหน้านี้จะมีพรรคการเมืองใดมีนโยบายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยหรือไม่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน