bg-single

พรปีใหม่ ‘เจ้าคุณสายเพชร’ กลางศึกนอก-ศึกใน สงบจิตอย่างไร? เมื่อการเมืองวุ่น เศรษฐกิจดิ่ง พรมแดนระอุ

05.01.2026

รายงานพิเศษ | พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

พรปีใหม่ ‘เจ้าคุณสายเพชร’

กลางศึกนอก-ศึกใน

สงบจิตอย่างไร?

เมื่อการเมืองวุ่น เศรษฐกิจดิ่ง พรมแดนระอุ

ผ่านพุทธศักราช 2568 มาอย่างสะบักสะบอม สำหรับประชาชนคนไทยที่เผชิญทั้งศึกนอก ศึกใน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านชนิดฉลองปีใหม่แบบระวังหน้า ระแวงหลัง อีกทั้งสมรภูมิเลือกตั้งที่เริ่มปะทะเดือดขึ้นทุกขณะ

ไหนจะสมรภูมิเศรษฐกิจที่โตต่ำกว่าคาด สถิติเลิกกิจการ 11 เดือนพุ่ง 35%

ยังไม่นับแผ่นดินไหว ตึกถล่ม อุโมงค์ยุบ

ตามมาด้วยวิกฤตน้ำท่วมหลายพื้นที่ซึ่งอยู่ระหว่างฟื้นฟูเยียวยา

เรียกได้ว่า บางจังหวะต้องอาศัยธรรมะเข้าข่มใจ

ทว่า วงการผ้าเหลือง 2025 ก็ไม่น้อยหน้า ข่าวฉาวมาแบบรัวๆ

ทั้งเครือข่าย สีกา ก. ที่กวาดพระผู้ใหญ่ให้ต้องเปล่งวาจา ‘สิกขัง ปัจขามิ คีหิติมัง ธาเรถะ’ ลาสิกขาบทไปแล้วเกิน 1 โหล

ทั้งคดีวัดพระบาทน้ำพุที่ทำชาวพุทธช็อกแล้วช็อกอีก

พระเดชพระคุณ *พระเมธีวรญาณ* หรือ * ‘เจ้าคุณสายเพชร’ * รองเจ้าคณะภาค 10 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และคณบดีคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เมตตาให้พรเป็นมงคลชีวิต ชี้ช่องสงบจิต บำรุงใจในศักราชใหม่

อีกทั้ง เผยมุมมองจาก ‘คนใน’ ถึงยุทธวิถีแห่งธรรมในการธำรงไว้ซึ่งความเลื่อมใสของอุบาสก อุบาสิกาหลังวิกฤตการณ์ท้าทายศรัทธาครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์พุทธไทย

: ขอพระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณ อำนวยพรแก่คนไทย และแฟนมติชนสุดสัปดาห์ รวมถึงผู้อ่านทุกแพลตฟอร์มในเครือมติชน เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่

ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2569

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ พร้อมทั้งเดชแห่งคุณความดีที่ทุกท่านได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา ตลอดทั้งความศรัทธาเลื่อมใสที่มั่นคงดีแล้วในพระพุทธศาสนา รวมถึงบารมีธรรมแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในประเทศไทย จงเป็นพลวปัจจัยอำนวยอวยพรให้ญาติโยมพุทธบริษัททุกท่านจงประสบแต่ความสุขกาย สบายใจ

สรรพโรค สรรพภัย อุปสรรคอันตรายใดๆ ทั้งหลายทั้งปวงอย่าได้มาแผ้วพาน เจริญรุ่งเรืองไพศาลด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ สิริสวัสดิ์ พิพัฒนมงคล

สมบูรณ์พูนผลด้วยสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการเทอญ

: ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความขัดแย้ง ดุเดือด ทั้งกับประเทศเพื่อนบ้าน การเมืองในประเทศ เศรษฐกิจที่ฝืดเคือง หลักธรรมใดที่ควรยึดถือประจำใจในปี 2569

ในโอกาสเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ 2569

เชื่อแน่ว่าทุกท่านต้องการให้สิ่งใหม่ๆ สิ่งดีๆ สิ่งที่เป็นมงคลเกิดขึ้นในชีวิต

เราอาจมองว่าปีเก่ามีอะไรหลายอย่างไม่เป็นไปตามปรารถนา หรืออาจสร้างความกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจ

เมื่อเริ่มศักราชใหม่แล้ว หลายท่านก็อธิษฐานขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้เกิดแต่สิ่งที่ดี สิ่งที่มีมงคลแก่ตน สังคม ประเทศชาติ

ซึ่งก็ถือว่าเป็นวัฒนธรรมประเพณีของคนที่นับถือพระพุทธศาสนา หรือแม้กระทั่งลัทธิศาสนาอื่น ก็มีแนวคิดลักษณะเดียวกัน

ในฐานะพุทธบริษัทและประชากรของประเทศไทย

เราก็ต้องการให้เกิดสิ่งดีๆ ในประเทศของเรา จากการอธิษฐานขอพรซึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ออกมาจากจิตใจของเรา

แต่ส่วนสำคัญที่จะทำให้คำขอพรเกิดขึ้นจริงตามต้องการ ก็จำเป็นจะต้องนำคำอธิษฐานนั้นเข้ามาสู่ภาคของการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

ซึ่งในทางพุทธศาสนา พระพุทธองค์ก็ได้แสดงเรื่องของอธิษฐานธรรม คือธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ

ถ้าเราตั้งคุณธรรมทั้งหลายเหล่านี้ไว้ในใจ และนำไปสู่ภาคของการปฏิบัติ พรที่ขอไปก็จะเป็นรูปธรรม มีความสำเร็จได้อย่างบริบูรณ์

อธิษฐานธรรม ประกอบด้วย 4 ประการ ได้แก่ ไม่ประมาทปัญญา, ตามรักษาสัจจะ, เพิ่มพูนจาคะ และศึกษาแต่ความสงบ หรืออุปสมะ

องค์ประกอบของการขอพร ก็จะมีทั้งกาย วาจา ใจ ในทางกาย ต้องมีความบริสุทธิ์ ชำระล้างสิ่งสกปรก มลทิน ให้เกิดความบริสุทธิ์ หมดจด เปรียบเสมือนการกำจัดสิ่งไม่ดีออกไปจากใจด้วย

ถ้าเราชำระล้างสิ่งไม่ดี ความคิดไม่ดีออกไป ต้องทำจิตใจให้เป็นสมาธิ ตั้งมั่น และสงบนิ่งจากความวุ่นวายทั้งปวง ปลอดจากกิเลสทั้งหลาย คิดสิ่งดีมีมงคล เป็นกุศลเพื่อความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต

ส่วนสัจจะ เวลาพูดขอพรตั้งใจสิ่งใดเพื่อประโยชน์ต่อสังคมประเทศชาติ ต้องมีความจริงใจ และความจริงใจนั้นต้องสอดคล้องกับความถูกต้องเป็นธรรมด้วย

สัจจะคือความจริง สามารถแก้ไขปัญหาและก้าวข้ามอุปสรรคทุกอย่างได้ ถ้าเราใช้ความจริงแก้ปัญหา เชื่อแน่ว่าปัญหาทั้งหลายที่กำลังดำเนินอยู่จะสามารถแก้ไขได้

ทั้งหมดนี้ ล้วนแต่เกิดจากปัญญา คือความรู้ ความเข้าใจในการใช้ชีวิต ในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง คนในสังคม หรือแม้กระทั่งระหว่างประเทศ ก็ต้องใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะทำให้เรามอง รู้ เห็นได้อย่างทั่วถึงกว้างไกล

และปัญญาความสามารถจะทำให้ล่วงรู้ไปถึงอนาคตข้างหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้น การรู้อย่างประเสริฐคือรู้แล้วออกจากทุกข์ เพราะฉะนั้นสิ่งทั้งหลายที่กล่าวมา ทั้งปัญญา สัจจะ จาคะ และอุปสมะ ถือเป็นพรที่จะให้เกิดความประเสริฐตามหลักของพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงว่า อุปสมะ หรือความสงบนั้นเป็นการเสกตัวเองให้มีความประเสริฐด้วยตัวของเราเอง คือการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในจิตใจ

การสงบจากอุปกิเลส สิ่งวุ่นวายเดือดร้อน สิ่งที่จะทำให้เกิดปัญหาทั้งปวง ทำให้ชีวิตของเรามีความประเสริฐ

: จากมรสุมข่าววงการสงฆ์ตลอดปีที่ผ่านมา หลายกรรม หลายวาระ ชาวพุทธไม่น้อยประกาศบริจาคโอนเงินสายตรงเข้าโรงพยาบาล หรือสถานศึกษาแทนการทำบุญกับวัด กระแสดังกล่าวส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใดในเชิงรูปธรรม

นี่เป็นคำถามที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป เรียกว่าถามถูกประเด็น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ก็เป็นลักษณะอย่างนี้

เมื่อพระสงฆ์มีปัญหา คนก็เปลี่ยนวิธีการทำบุญ ทำกุศลไปยังองค์กรสาธารณกุศล เช่น โรงเรียน โรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งความเป็นจริงแล้ว พระสงฆ์เราก็ไปช่วยสนับสนุนองค์กรเหล่านั้นอยู่แล้ว จะเห็นว่า บางครั้งพระท่านไปสร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน สร้างสาธารณกุศลทั้งหลายทั้งปวง เรามีความเชื่อมโยงกันอยู่

อย่างไรก็ตาม อยากพูดถึงหลักการจริงๆ ว่า สิ่งที่เราพูดมาทั้งหลายทั้งปวงมีความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนาบ้างหรือเปล่า บางครั้งคนเอาอารมณ์เป็นที่ตั้งในการพูด แต่ในหลักของพระพุทธศาสนานั้นถูกต้องหรือไม่ คนไม่ค่อยสนใจ เพราะมักนึกถึงกระแสสังคมเป็นหลัก

แม้จะผิดจากหลักคำสอน แต่กระแสสังคมโอนเอียงไปในทางนั้น คนก็จะเชื่อไปในทางนั้น เพราะใครสวนกระแสในช่วงนั้น ก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

จึงอยากทำความเข้าใจในเรื่องของศรัทธา ว่าสิ่งที่เรามีอยู่ สิ่งที่เราเป็นอยู่นั้น คือศรัทธาที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนาหรือเปล่า

บางครั้งคนเข้าใจกันว่า ศรัทธาที่เรามีคือหลักศรัทธาที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา แต่ในความเป็นจริง จะถูกหรือไม่ถูกนั้น ก็ยังไม่รู้

เมื่อเราเข้าไม่ถึงศรัทธา จึงมองว่าศรัทธามันเสื่อมถอย เพราะไม่ถึงศรัทธาตามหลักพระพุทธศาสนา แต่เป็นศรัทธาตามความเชื่อของตนเอง

เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วก็บอกว่า ศรัทธามันเสื่อมถอย ถดถอยลงไป จะเห็นว่า บางเวลาเราคิดว่าตัวเองมีศรัทธา แต่พอเกิดปัญหาเกี่ยวกับองค์กร เกี่ยวกับคณะสงฆ์ก็เลิกศรัทธา เพราะไม่ได้สร้างปัญญาไว้คอยคุ้มกันศรัทธา และไม่เข้าใจว่าหลักศรัทธาที่แท้จริงตามหลักพระพุทธศาสนาเป็นอย่างไร

เราต้องมีปัญญาควบคู่กับศรัทธาด้วย

ส่วนคนที่ไม่มีศรัทธาอยู่แล้ว เวลาเกิดปัญหา ชอบพูดกันว่าหมดศรัทธา ทั้งที่ในความเป็นจริงเขาไม่ได้มีศรัทธามาตั้งแต่ต้น

สิ่งที่ตัวเองเข้าใจอาจไม่ใช่ศรัทธา แต่เป็นความเชื่อบางสิ่งบางอย่างที่ไปเข้าใจว่าเป็นศรัทธา

หากเข้าใจตรงกันแล้วจึงจะสามารถอธิบายกันได้ด้วยเหตุและผล ไม่ได้เอาอารมณ์หรือกระแสเป็นที่ตั้ง

: การเข้าบวชเรียนในร่มกาสาวพัสตร์ของชายไทยลดลงหรือไม่ หลังมรสุมข่าวหลายระลอก

จริงๆ ก็ไม่ได้เกี่ยวกับกระแสข่าวมากนัก ก่อนหน้านั้น จำนวนคนเข้ามาบวชลดน้อยถอยลงไปอยู่แล้ว จากที่ดูตามวัดวาอารามต่างๆ อย่างช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ปกติจะมีพระนวกะ (พระบวชใหม่) เข้ามาศึกษาธรรมวินัยเป็นจำนวนมาก

แต่ปัจจุบันลดน้อยถอยลงไป อาจมีบวชเหมือนกัน แต่ไม่ครบพรรษา หรืออาจบวชช่วงเข้าพรรษา 15 วันถึง 1 เดือน เป็นต้น

เพราะฉะนั้น กระแสข่าวที่เกิดขึ้นอาจมีผลส่วนหนึ่งว่าคนที่ตัดสินใจจะเข้ามาบวช คนที่จะเข้ามาร่วมในงานการกุศลทั้งหลาย เมื่อมีความรู้สึกที่ไม่ดี ก็อาจจะเลื่อนไปก่อน หรืองดไปก่อน

แต่คนที่มีความตั้งใจจะบวชอยู่แล้ว เขาก็ไม่ได้มองตรงนั้นว่าเป็นปัญหา คนจะบวชเขาก็บวช ก็ศึกษา ซึ่งก็ยังคงมีอยู่

: คณะสงฆ์มีการหารือกันหรือไม่ ทั้งยุทธศาสตร์การธำรงไว้ซึ่งความศรัทธาในศักราชใหม่ และการป้องกันเหตุเภทภัยไม่ให้ซ้ำรอยปี 2568

แนวทางป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นก็มีอยู่ตลอดเวลา แต่ในการแก้ไขปัญหา การดูแลให้ทั่วถึงนั้น เนื่องจากประชากรพระสงฆ์มีจำนวนมาก อยู่ในภูมิภาคที่แตกต่างกันออกไป การจะดูแลให้ทั่วถึงคงเป็นไปได้ยาก

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามที ทางระดับเจ้าคณะผู้ปกครองมีการสั่งกำชับโดยสื่อสารไปถึงพระลูกวัดให้อยู่ในกรอบของพระธรรมวินัย ให้ปฏิบัติตามหลักพระพุทธศาสนา

ที่สำคัญคือ ให้ทำงาน ‘เชิงรุก’ ในเรื่องของการเสริมศรัทธาให้พุทธบริษัท ไม่ใช่ว่า ‘ตั้งรับ’ คือการปฏิบัติในหลักพระพุทธศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำงานเชิงรุก เช่น เรื่องของสังคม สาธารณสงเคราะห์ การเข้าไปช่วยเหลือประชาชนคนทั้งหลายให้เขาเห็นความสำคัญว่าพระภิกษุสงฆ์ไม่ได้ตั้งอยู่ในฐานะ ‘ผู้รับ’ อย่างเดียว แต่ยังทำงานในฐานะ ‘ผู้ให้’

นอกจากให้หลักคำสอน แนะนำสิ่งที่ดีแล้ว ก็อาจให้น้ำจิต น้ำใจ หรือกำลังใจในการใช้ชีวิตของคนต่อไป

เพราะฉะนั้น การสร้างศรัทธาหรือความเชื่อมั่นให้ประชาชนถือเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นที่จะทำให้คนเกิดศรัทธา

จริงอยู่ เราไม่ได้ต้องการให้เกิดศรัทธาในตัวของสงฆ์ ในลักษณะตัวบุคคล แต่เป้าหมายหลักคือให้เกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในหลักคำสอนของพระพุทธองค์

องค์กรสงฆ์อาจเพลี่ยงพล้ำหรือเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หรืออะไรก็ตามที แต่สถาบันพระพุทธศาสนา จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพุทธบริษัทว่า ถ้าเราปฏิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธองค์

ผลที่ได้รับก็จะเป็นไปตามสิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสไว้อย่างแน่นอน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน