ก่อสร้างและที่ดิน | นาย ต.

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ผู้ที่ออกมาวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจอย่างคมชัดน่าสนใจ มีผู้ติดตามจำนวนมาก

ล่าสุด ได้ออกมาวิเคราะห์สถานะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยเปรียบเทียบบทเรียนจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งเผชิญสถานการณ์คล้ายกันเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาได้อย่างแหลมคม

ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า สิ่งที่เศรษฐกิจไทยเผชิญในปัจจุบัน ไม่ใช่วิกฤตแบบเฉียบพลันเหมือนที่เคยเกิดเมื่อปี 2540 แต่ไทยเผชิญสิ่งที่อันตรายกว่า เป็นวิกฤตที่ค่อยๆ จมน้ำลงแบบคนไม่รู้ตัว

สิ่งนี้เรียกว่า “Slow Motion Tsunami” คลื่นยักษ์ทางเศรษฐกิจ

ประเทศไทยเติบโตต่ำต่อเนื่อง กำลังซื้อต่ำ หนี้สินครัวเรือนสูง เนื่องจากปัญหาโครงสร้างที่อาศัย

“เครื่องยนต์เก่า” ที่ใช้มานาน 30 ปี ในการผลิตด้วยแรงงานจำนวนมากเพื่อส่งออก ขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นคนป่วยคนใหม่แห่งเอเชีย

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ไม่เพียงเผชิญปัญหากำลังซื้อถดถอยเท่านั้น ยังมีปัญหาประชากรลดลง การมีลูกกลายเป็นภาระ ขณะเดียวกันจำนวนผู้สูงวัยก็เพิ่มมากขึ้น

การปรับตัวจึงต้องศึกษาบทเรียนจากญี่ปุ่นซึ่งเคยเผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยจะต้องปรับ Mind Set สำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่

1. เปลี่ยนจาก Volume เป็น Value

เปลี่ยนจากการผลิตจำนวนมากเพื่อขายในอดีต เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า ผู้ชนะผู้อยู่รอดจะเป็นผู้เข้าใจและตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้าได้ดีที่สุด

2. หา “ตลาดเล็กที่ยังโต”

เปลี่ยนจากเดิมที่มักหาตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นเป้าหมาย เป็นตลาดขนาดเล็กแต่ยังมีกำลังซื้อ อาทิ ตลาดย่านโรงเรียนนานาชาติ, ตลาด wellness

3. เปลี่ยนจากขายขาด เป็นรายได้ระยะยาว

เปลี่ยนโมเดลรายได้ จาก “Build to Sale” ไปเป็น “Build to Manage” เพราะการหาลูกค้าใหม่เพื่อขายขาดยาก หลายธุรกิจจึงเริ่มหันมาสร้าง Recurring Income แทน เช่น การปล่อยเช่า, การบริการบริหารทรัพย์สิน

4. ประเทศไทยโตช้า ออกไปหาโอกาสใหม่

ตลาดในประเทศอิ่มตัว ก็ออกไปหาตลาดต่างประเทศ ปรับตัวเองเป็น Regional Player

แนวทางไหนจะยากง่ายอย่างไร มีโอกาสสำเร็จแค่ไหน ต้องศึกษาประเมิน แล้วตัดสินใจเลือกตามพื้นฐานความถนัดของแต่ละบริษัท

แต่ที่แน่ๆ ทำเหมือนเดิมไม่รอด เพราะประเทศไทยเร็วๆ นี้คงไม่เปลี่ยนไปไหนมาก ผู้มีอำนาจแท้จริงเน้นการรักษาเสถียรภาพอำนาจ ต้องการความคงที่ที่เหมือนเดิม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน