สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด เล่ม 2 เมื่อดาวอังคารโคจรย้อนกลับ
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด ชื่อญี่ปุ่น ชิ : ชิคีว โนะ อุนโด นิ สึอิเตะ แปลว่า About the Movement of the Earth ว่าด้วยการเคลื่อนที่ของโลก
แต่งเรื่องและวาดภาพโดยอูโอโตะ เดือนกันยายน พ.ศ.2563 ถึงเมษายน พ.ศ.2565
รวบรวมตีพิมพ์เป็นหนังสือมังงะรวมเล่มทั้งหมด 8 เล่ม
ฉากหลังเป็นทวีปยุโรปในศตวรรษที่ 15
“ทำไมโลกของเราถึงเปื้อนมลทินหรือครับ”
“เพราะโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลและเป็นจุดต่ำสุดด้วย” นักบวชตอบ “ทุกพื้นที่ของโลกวัตถุที่มีน้ำหนักย่อมตกลงมาเพราะโลกอยู่ต่ำสุดของจักรวาล”
“ทำไมล่ะครับ”
“ที่โลกอยู่ต่ำกว่าและดูแปดเปื้อนก็เพื่อเป็นที่อยู่ของมนุษย์บาปหนา ที่เธอมองไปบนฟ้าแล้วเห็นว่างดงามก็เพราะมองจากโลกที่แสนสกปรกนี้”

การ์ตูนญี่ปุ่นสุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือดไม่เพียงเป็นการต่อสู้ด้านความคิดทางดาราศาสตร์แต่เป็นการต่อสู้กับความเชื่อที่ว่าสรวงสวรรค์อยู่สูงกว่าโลกมนุษย์ด้วย มนุษย์ผู้ต่ำต้อยไม่สามารถเงยหน้ามองท้องฟ้า มนุษย์ทำได้เพียงแค่เป็นผู้ถูกมอง เพราะเหตุนี้กระมังพวกนอกรีตในหนังสือการ์ตูนเรื่องนี้จึงต้องตายไปทีละคนๆ
ขึ้นเล่มสอง นักดาบรับจ้างสองคนนัดพบกัน ชายหนุ่มชื่ออ๊อกกี้ เขาไม่มีการศึกษา อ่านหนังสือไม่เป็น แต่เป็นคนสายตาดีมองเห็นได้ในระยะไกลและแม่นยำ ชายมีหนวดที่อาวุโสกว่าชื่อกร๊าส เขาชอบดูดาวบนท้องฟ้า
อ๊อกกี้กับกร๊าสสวมหน้ากากแล้วออกปฏิบัติการ คืนนี้อ๊อกกี้จะเป็นคนลงมือ กร๊าสจะทำหน้าที่เป็นพยาน พวกเขาทำงานดวลดาบแทนคนอื่น เมื่อคู่ต่อสู้พ่ายแพ้ทรุดลงร้องขอชีวิต อ๊อกกี้เสือกดาบเข้าที่ลำคอคู่ต่อสู้
อ๊อกกี้เชื่อว่าโลกนี้อยู่ต่ำ ความสวยงามที่แท้อยู่บนสวรรค์
กร๊าสบอกว่าโลกเป็นสถานที่ที่ดีที่สุด โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล กร๊าสเพิ่งสูญเสียครอบครัวไปทั้งหมดเมื่อไม่นานมานี้ นับจากนั้นเขาเฝ้ามองท้องฟ้าและสังเกตเห็นดาวอังคารเคลื่อนที่ไปทุกคืน เขาพบว่าวงโคจรของดาวอังคารจะเป็นวงกลมสมบูรณ์ในเวลาสองปี (เป็นที่รู้กันภายหลังว่าตัวเลขที่ถูกต้องคือ 26 เดือน)
ตอนนี้เหลืออีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

อ๊อกกี้และกร๊าสได้รับภารกิจใหม่คุ้มกันนักวิจัยนอกรีตคนหนึ่งไปส่งที่คุมขัง
แม้ว่านักโทษจะไม่ถูกเผาทั้งเป็นแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างทางชักนำให้นักดาบทั้งสองไปพบกล่องหินบรรจุงานวิจัยดวงดาวที่ซุกซ่อนไว้
เอกสารชิ้นหนึ่งบันทึกเรื่องดาวอังคารเคลื่อนที่ถอยหลังบนฟากฟ้า สร้างความตกใจและผิดหวังแก่กร๊าสเป็นอันมาก เขาเชื่อว่าวงโคจรของดาวอังคารจะเป็นวงกลมสมบูรณ์มาโดยตลอด
แล้วคืนนั้นก็มาถึง เขาพบในว่าดาวอังคารโคจรย้อนกลับจริงๆ
หรือว่าโลกมิใช่ศูนย์กลางของจักรวาล เป็นได้เพียงจุดต่ำที่สุดของจักรวาลเท่านั้น กร๊าสมิได้อยู่นานพอที่จะพบคำตอบเขาชิงตายไปเสียก่อน อ๊อกกี้จะได้พบเบอร์เดนีนักบวชนอกคอกอีกคนหนึ่งซึ่งกำลังวิจัยดวงดาวอยู่เช่นกัน
ภาพจักรวาลวงกลมซ้อนวงกลมที่เห็นในมังงะเรื่องนี้มีชื่อเรียกว่า wheel-on-a-wheel และเรียกวงโคจรวงเล็กของดาวอังคารนั้นว่า epicycles เป็นตัวอย่างคลาสสิคของการสร้างโมเดลที่ผิดขึ้นมาเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่ถูก
มนุษย์ต้องใช้เวลาอีกพันห้าร้อยปีกว่าที่จะยอมรับคำอธิบายเรื่องดาวอังคารเคลื่อนที่ถอยหลังได้ด้วยโมเดลดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล

ในตอนจบของเล่มสอง การ์ตูนอธิบายโดยให้อ๊อกกี้และเบอร์เดนีเดินคู่กันไปในทิศทางเดียวกัน ตอนอ่านมังงะเข้าใจยาก เปิดอะนิเมะดูก็ยังยาก อธิบายง่ายๆ ดังนี้ เมื่อคนทางซ้ายเดินแซงคนทางขวา คนทางซ้ายจะเห็นคนทางขวาเคลื่อนตัวไปด้านหลัง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อโลกเคลื่อนที่แซงดาวอังคาร ผู้สังเกตการณ์บนโลกจึงเห็นดาวอังคารโคจรถอยหลัง
แต่เมื่อโลกแซงหน้าดาวอังคารขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วมองกลับไป ก็จะเห็นดาวอังคารกำลังเคลื่อนที่ตามมาเหมือนเดิม
เป็นหลักฐานว่าดาวอังคารมิได้โคจรรอบโลก ดาวอังคารและโลกต่างโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยที่โลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าและโลกเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สูงกว่าดาวอังคาร แต่ว่าหลักฐานเพียงเท่านี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะหักล้างแนวคิดเรื่องโลกเป็นศูนย์กลาง
หลักฐานสำคัญอยู่ที่ดาวศุกร์
นักบวชเบอร์เดนีเคยฝ่าฝืนกฎของศาสนจักรจึงถูกเผาดวงตาข้างหนึ่ง วันนี้เขาได้ดวงตาวิเศษสามารถดูดาวได้ชัดเจนในระยะไกลของอ๊อกกี้มาทดแทน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้กล่องหินงานวิจัยดวงดาวมาครอบครอง หน้าที่พิสูจน์จักรวาลเป็นของเขาแต่ผู้เดียว
และเขาจะไม่แบ่งให้ใคร
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
