ภาคต่อ โผทหาร กห.ระอุ ‘บิ๊กหนุ่ย’ ทิ้งทวน จับตา ‘อมฤต-ชวินท์’ ชิงชัย ซีรีส์ 3 จ่อ ทบ. ทร.คลื่นแรง-คลิปฟริเกต ‘กรวิทย์-ธาดาวุธ’ ช้ำ
รายงานพิเศษ
ภาคต่อ โผทหาร
กห.ระอุ ‘บิ๊กหนุ่ย’ ทิ้งทวน
จับตา ‘อมฤต-ชวินท์’ ชิงชัย
ซีรีส์ 3 จ่อ ทบ.
ทร.คลื่นแรง-คลิปฟริเกต
‘กรวิทย์-ธาดาวุธ’ ช้ำ
แม้จะมีประกาศคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล 805 นายออกมา เมื่อ 11 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา แต่ควันหลงโผทหารยังไม่จาง แม้ภาพรวมจะดูเรียบร้อย แต่มีประเด็นทอล์กในหลายวงสนทนาของแต่ละเหล่าทัพ
ที่กลาโหม บิ๊กหนุ่ย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ดำรงความมุ่งหมายอย่างแน่วแน่ ในการเสนอชื่อ บิ๊กตั้ม พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกลาโหม รุ่นน้อง ตท.26 เป็นปลัดกลาโหมคนใหม่
แม้ว่าก่อนหน้านั้นจะมีกระแสข่าวว่า พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เคยปรึกษาหารือที่จะให้ เสธ.ปูด้วง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ. เพื่อน ตท.26 ข้ามมาเป็นปลัดกลาโหม
เพราะโดยทั่วไปแล้ว อำนาจในการตั้งปลัดกระทรวงจะเป็นของรัฐมนตรีว่าการ เพื่อจะได้เลือกมือทำงาน มาช่วยงานใกล้ตัว เพราะปลัดกลาโหมต้องติดตาม รมว.กลาโหมตลอด
อีกทั้งเดิม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ชั่งใจกับการเปลี่ยนตัวเลขาธิการ สมช. เพราะต้องการตำแหน่งปลัดสำนักนายกฯ ไว้รองรับการแก้ปัญหาระดับปลัดกระทรวง ฝ่ายพลเรือน
แต่เมื่อ พล.อ.ธราพงษ์ยืนยันที่จะเสนอชื่อ พล.อ.ศรัณย์ เป็นปลัดกลาโหมคนใหม่ จึงเป็นไปตามอำนาจของปลัดกลาโหม ตามระเบียบของบอร์ด 6 เสือกลาโหม ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี 2551

เดิมกล่าวกันว่า พล.อ.ศรัณย์เติบโตมาเพราะการสนับสนุนของ บิ๊กหนุ่ม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ อีกทั้ง พล.อ.ธราพงษ์ก็ได้รับการเสนอชื่อจาก พล.อ.สนิธชนก เป็นปลัดกลาโหม เพราะเป็นเพื่อน ตท.24 ด้วยกัน
แต่กล่าวกันในกระทรวงกลาโหมว่า พล.อ.ศรัณย์ได้ถูกวางตัวให้เติบโตขึ้นมาตั้งแต่ยุค บิ๊กณัฐ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ รุ่นพี่ ตท.20 ลูกรักบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นปลัดกลาโหม ยาว 3 ปีนั่นแล้ว ซึ่ง พล.อ.ณัฐ และ พล.อ.สนิธชนก ก็ถือว่าเป็นสายบ้านป่ารอยต่อฯ มาด้วยกัน จนปัจจุบันหลังเกษียณก็อยู่กับ พล.อ.ประวิตร
เช่นเดียวกัน พล.อ.ธราพงษ์ก็ได้รับการสนับสนุนจาก พล.อ.ณัฐ ซึ่งเป็นที่รักและเคารพของ พล.อ.สนิธชนก และเป็นผู้สนับสนุน พล.อ.สนิธชนกให้เป็นปลัดกลาโหมด้วย เพราะในยุค คสช. ยุค 3 ป. นับว่า พล.อ.ณัฐเป็นนายทหารที่มีเพาเวอร์มาก
อีกทั้ง พล.อ.ณัฐ พล.อ.สนิธชนก และ พล.อ.ศรัณย์ ก็ล้วนเป็นทหารเสือลูกพระสุรสีห์ เคยเป็นนายทหารที่เติบโตจาก พล.ร.9 เช่นกัน

แต่ดูเหมือนการจัดโผในส่วนของสำนักปลัดกลาโหมจะมีสตอรี่เกิดขึ้น หลังมีข่าวสะพัดถึงบทบาทของ พล.อ.สนิธชนก ที่มีต่อ พล.อ.ธราพงษ์ ในห้วงเกือบ 1 ปีที่เป็นปลัดกลาโหม โดยเฉพาะเรื่องการจัดโผทหาร การวางตัวบุคคล จนร่ำลือกันในกลาโหมว่า การจัดโผครั้งนี้ พล.อ.ธราพงษ์จัดเอง โดยมีเพื่อน ตท.24 ที่เคยอยู่กรมเสมียนตรา มาช่วยงานธุรการ เพื่อให้โผเป็นความลับ
กล่าวกันว่า โผกลาโหมฉบับไฟนอล สุดท้ายจริงๆ พล.อ.ธราพงษ์ทำเองถือเองคนเดียว จนที่สุดก็มีเซอร์ไพรส์หลายตำแหน่ง ที่อาจเป็นการสะท้อนว่า บทบาทของ พล.อ.สนิธชนก ที่ยังมีในกลาโหม และต่อตัว พล.อ.ธราพงษ์ เป็นแค่ข่าวลือหรือไม่ หรือว่ามีการเปลี่ยนแปลง
ด้วยเพราะมีนายทหารหลายคนที่ พล.อ.สนิธชนกวางไว้ ในสายอุตสาหกรรมพลังงานทหาร และศูนย์สร้างอาวุธ กลาโหม ถูกปรับเปลี่ยนใหม่เกือบหมด บางตำแหน่งมีการย้ายสลับกัน แม้ในอีกสายหนึ่ง มองว่าได้วางตัวบุคคลไว้ดีแล้ว
ที่ถูกจับตามองที่สุดคือ การขยับ “ผบ.หลน” พล.ท.รณรงค์ โรจนเสน (ตท.30) ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ (ผบ.ศอว.) ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (ศอพท.) เป็น หัวหน้าสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม
แล้วดึง พล.ต.ประวัติ สหกิจ จากรองผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายในกลาโหม ขึ้นเป็นผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหารนี้แทน
ส่งผลให้ทุกสายตาจับจ้อง เพราะถือเป็นฟาสต์แทร็ก ที่คาดว่า พล.อ.ธราพงษ์จะวางตัวไว้ให้เติบโตในสำนักปลัดกลาโหม

พล.ต.ประวัติถือเป็นนายทหารซีรีส์ 3 แกนนำ ตท.32 ที่ย้ายจาก ทบ. มากลาโหม มาช่วยงาน พล.อ.ธราพงษ์ เพราะเคยเป็นนายทหารฝ่ายเสธ.หน้าห้อง โดยเพิ่งเป็นพลตรี 6 เดือน และขยับลงตำแหน่ง ผบ.ศอว.ศอพท.นี้ ติดยศพลโทเลย เพราะเป็นที่เชื่อมือและเชื่อใจของ พล.อ.ธราพงษ์
แต่ในสายงานนี้ก็เป็นห่วงกันว่า จะต้องเริ่มศึกษางานใหม่ เพราะเป็นสายงานเฉพาะทาง เป็นเรื่องทางเทคนิค รวมทั้งการสลับปรับเปลี่ยนสายงานแบบก้าวกระโดด
จะเห็นได้ว่า พล.อ.ธราพงษ์ ให้ความสำคัญกับสายงานนี้ ได้ไปตรวจเยี่ยมหน่วยหลายครั้ง อาจจะเล็งเห็นปัญหาใดหรือไม่ และตั้งเป้าให้กลาโหมผลิตกระสุน ระเบิด เพื่อความพร้อมรบ เพราะเห็นปัญหาที่ผ่านมา อีกทั้ง พล.อ.ธราพงษ์เติบโตมาจาก พล.ร.2 รอ. และเคยเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ. และ ผบ.กองกำลังบูรพา ดูแลชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สระแก้วมาก่อน และช่วง 1 ปีของการเป็นปลัดกลาโหม ได้ลงพื้นที่การรบ รับทราบปัญหาด้วยตนเอง แต่การโยกย้ายในสายงานนี้ ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ไม่น้อย
โดยมีการส่งนายทหารทีมฝ่ายเสธ. ที่ทำงานด้วยกันมา มาอยู่ในสายงาน ศอพท.นี้ ทั้ง พล.ต.เฉลิมพงษ์ วงษ์สุวรรณ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (ศอพท.) พล.ต.วัชรภ บุรินทร์วัฒนา เสนาธิการกรมการอุตสาหกรรมทหาร ศอพท. เป็น ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือกรมการพลังงานทหาร ศอพท.
ขยับ พล.ต.เขมชาติ บุญญาจันทร์ เสนาธิการกรมการพลังงานทหาร ศอพท. เป็น รองเจ้ากรมการพลังงานทหาร ศอพท. แล้วให้ พล.ต.สรณ์สิริ พลเขตร ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำ พล.อ.ศรัณย์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น เสนาธิการกรมการอุตสาหกรรมทหาร ศอพ.
และมีการย้ายสลับ พล.ต.พิสิษฐ์ ตันกำเนิด ผู้อำนวยการโรงงานผลิตกระสุนปืนใหญ่ และลูกระเบิดยิง ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (ผอ.กสย.ศอว.ศอพท.) มาเป็น ผู้อำนวยการโรงงานวัตถุระเบิดทหาร กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (ผอ.รวท.ศอพท.) แล้วให้ พล.ต. จีรนาท เทพวัลย์ เป็น ผอ.กสย.ศอว.ศอพท. แทน
นอกจากนี้ ยังมีการขยับ พล.อ.ศิพันท์ ภาณววัฒน์ จาก ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เป็น ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกลาโหม และ ดึง พล.อ. อัฐพงศ์ พิชญาภรณ์ เจ้ากรมเสมียนตรา เป็น ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (ผอ.ศอพท.) แทน และให้ พล.ท.เจนวิทย์ เด็ดแก้ว รองเจ้ากรมเสมียนตรา ขึ้นเป็น เจ้ากรมเสมียนตรา
ในภาพรวม การโยกย้ายในสำนักปลัดกลาโหมครั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ธราพงษ์ กับ พล.อ.สนิธชนก เพื่อนรัก ตท.24 สายบ้านป่ารอยต่อฯ ถูกจับตามองว่าเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ และกำลังเป็นที่จับตามองไปถึงความสัมพันธ์ในสายบ้านป่ารอยต่อฯ กับอดีตบิ๊กทหารคนอื่นๆ ด้วย พร้อมกันนี้ก็ส่งผลให้ ว่าที่ปลัดกลาโหมคนใหม่ พล.อ.ศรัณย์ ซึ่งเป็นรุ่นน้อง ตท.26 ของบรรดา รุ่นพี่ๆ ในสายบ้านป่ารอยต่อฯ จะกระทบกระเทือนไปด้วยหรือไม่

นอกจากนั้น กลาโหมยังถูกจับตาอีก เมื่อ บิ๊กใหญ่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา (ตท.27) ผช.ผบ.ทบ. สายทหารเสือราชินี อดีตแม่ทัพภาค 1 และน้องรักลุงตู่ ที่ถูกปรับออกจากการเป็นแคนดิเดตชิง ผบ.ทบ. ให้ข้ามพ้นเส้นทาง มาเป็นรองปลัดกลาโหม ครองอัตราพลเอกพิเศษ และมารอขึ้นเป็นปลัดกลาโหม ต่อจาก พล.อ.ศรัณย์ ที่จะเกษียณตุลาคม 2570 นี้ ตามเส้นทางของ 5 เสือ ทบ. หลายคนในอดีต ที่ข้ามจาก ทบ. มาเป็นปลัดกลาโหม หรือมาเป็นรองปลัดกลาโหม รอเช่นเดียวกับ พล.อ.ธราพงษ์ นั่นเอง ที่ก็มาจาก ผช.ผบ.ทบ.
อย่างไรก็ตาม ในระดับรองปลัดกลาโหม ยังมีแคนดิเดตปลัดกลาโหมอีกคน คือ บิ๊กโน้ต พล.อ.ชวินท์ สุนทรบุระ เพื่อน ตท.27 ที่ในโผนี้ขยับจาก ผอ.สำนักงบประมาณกลาโหม ขึ้นมาเป็น รองปลัดกลาโหม อีกคนหนึ่งที่ก็ถือว่าเป็นสายแข็ง
แต่ก็ต้องไม่ประมาท ตท.26 เพราะในโยกย้ายตุลาคม 2570 ตท.26 จะลุ้นการสร้างประวัติศาสตร์ ในการยึดอำนาจแผงความมั่นคงทั้งหมด จากที่มี บิ๊กดุลย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็น รมว.กลาโหม และมี พล.อ.ชัยพฤกษ์ เป็นเลขาธิการ สมช. ที่นั่ง 1 ปี เกษียณแล้วก็จับตามองว่า หาก เสธ.เอี่ยว พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว ที่โผนี้ขึ้นเป็นเสธ.ทหาร มีสิทธิ์ชิงเก้าอี้ ผบ.ทหารสูงสุด
แต่หากพลาด อาจจะข้ามไปเป็นเลขาธิการ สมช. ต่อจาก พล.อ.ชัยพฤกษ์ได้ เพราะมี รองจุ๊ฟ พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา ที่ขยับเป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด เป็นเต็งหนึ่ง ผบ.ทหารสูงสุด จาก ตท.26
และหาก บิ๊กเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ที่โผนี้ขึ้น รอง ผบ.ทบ. รอจ่อเป็น ผบ.ทบ. ต่อจาก บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ที่จะเกษียณตุลาคม 2570 นี้ แต่หาก พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์พลาดเก้าอี้ ผบ.ทบ. เพราะอายุราชการเหลือแค่ 1 ปี อาจจะถูกส่งข้ามมาเป็นปลัดกลาโหม ก็เป็นไปได้ เพราะเป็นวิถีของ 5 เสือ ทบ.อยู่แล้ว
แต่ก็จะดูว่าเป็นการตัดหน้า พล.อ.อมฤต และอาจถูกมองว่าเป็นปัญหาระหว่างรุ่นที่ติดกัน ตท.26 และ ตท.27 ได้
อีกทั้งหาก ตท.26 วางแผนที่จะยึดแผง รวมปลัดกลาโหมด้วย ก็ต้องส่ง บิ๊กเอก พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล ข้ามมาเป็นรองปลัดกลาโหม รอไว้แล้ว แต่ พล.อ.อานุภาพ ต้องข้ามไปเป็น รอง ผบ.ทหารสูงสุด และยากที่จะชิง เก้าอี้ ผบ.ทหารสูงสุด กับ พล.อ.ชิดชนก ที่มีความชอบธรรม และเติบโตมาตามลำดับ ใน บก.ทัพไทย
อีกทั้งคาดกันว่า เป็นพลังที่หนุน พล.อ.อมฤต ที่มีการพูดคุยกันในระดับหัวๆ แล้ว และเป็นวิถี 5 เสือ ทบ.อีกด้วย ที่ทำให้ พล.อ.อมฤต ข้ามมาจ่อเป็น รองปลัดกลาโหม ไว้แล้ว เพราะเมื่อพลาดเก้าอี้ ผบ.ทบ. ก็ควรจะมีตำแหน่งรองรับ เช่น ปลัดกลาโหม

ขณะที่ ทบ. ไฟโฟกัสส่องไปที่ บิ๊กกอล์ฟ พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ที่โผนี้จาก รอง เสธ.ทบ. ขึ้นเป็นพลเอก ผู้ช่วย ผบ.ทบ. นั่ง 5 เสือ ทบ. และกลายเป็นแคนดิเดต ผบ.ทบ.อีกคน แถมทั้งเป็น ตท.28 รุ่นที่กำลังขยับขึ้นมา เตรียมรับไม้ต่อจาก ตท.26 เช่นกัน ต่อจาก พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ ที่เกษียณตุลาคม 2571 จากนั้น พล.ท.สราวุธเป็นต่อ โดยมีอายุราชการถึงตุลาคม 2573 หรืออาจขึ้นเป็น ผบ.ทบ. นั่งยาว 3 ปี เลยก็เป็นได้
ว่าที่ พล.อ.สราวุธ เติบโตมาจาก ร.1 รอ. เป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) กองทัพภาค 1 มาตลอด จนเป็น รอง ผบ.ร.1 พัน 2 รอ. ก่อนเปลี่ยนเส้นทาง ไปโตใน พล.ร.9 กาญจนบุรี ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-เมียนมา เป็น ผบ.ร.19 พัน 3 และเป็น ผบ.ร.29
จากนั้นขยับไปเป็นรอง ผบ พล.ร.11 กองพลสไตรเกอร์ แต่ไม่ใช่ เพราะเป็นสายตรงบิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. แต่เป็นสายตรง พล.อ.พนา ที่ก็เติบโตจนเป็น ผบ.พล.ร.11
จากนั้น เป็นพลตรี ในตำแหน่ง ผบ.มทบ.11 และเริ่มถูกจับตา เมื่อได้ขยับไปเป็น ผบ.พล ร.2 รอ. กลายเป็นทหารคอแดง และทำหน้าที่ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ดูแลชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วย กลายเป็นทหารสายวงศ์เทวัญ ที่ไปเป็น ผบ. กองพลบูรพาพยัคฆ์
จากนั้นก็ขยับขึ้นเป็น รองแม่ทัพภาค 1 และขึ้นพลโท แม่ทัพน้อย 1 เมื่อตุลาคม 2567 และขยับขึ้น รอง เสธ. ทบ. เมื่อตุลาคม 2568 และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ติดยศพลเอก ตุลาคม 2569 ครั้งนี้
จากเส้นทางการเจริญเติบโต พล.ท.สราวุธเติบโตจากสายวงศ์เทวัญ เป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ร.1 รอ. ก่อนมาเป็นทหารคอแดง ผบ.พล.ร.2 รอ. และแม้จะขยับจากแม่ทัพน้อยที่ 1 ข้ามมาเป็นรองเสนาธิการทหารบก แล้วก็ยังคงได้เป็น “ทหารคอแดง” ต่อมา จนถูกสะท้อนถึงการเป็นทหารพระราชา
และถือเป็น น้องเล็ก ตท.28 คนเดียว ใน 5 เสือ ทบ. ที่ล้วนเป็นรุ่นพี่ ตท. 26 ทั้ง พล.อ.พนา ผบ. ทบ. พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ รอง ผบ.ทบ. บิ๊กยูร พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาค 4 ที่ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. และบิ๊กจอย พล.ท.อาวุธ พุทธอำนวย ที่ปรึกษากองทัพบก ที่ขึ้นเป็น เสธ.ทบ.





ในโผโยกย้ายนายทหารครั้งนี้ พล.อ. พนา ได้เปลี่ยน ผบ.หน่วยคุมกำลังเป็นจำนวนมาก แม้จะไม่มีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาค 1 และแม่ทัพภาค 2 ตามแนวทางการไม่เปลี่ยนม้ากลางศึกก็ตาม
แต่ พล.อ.พนา ที่นั่ง ต่อเป็น 3 ปีสุดท้ายก่อนเกษียณตุลาคม 2570 นี้ ได้จัดวางตัวระดับผู้บัญชาการกองพลใหม่หมด
โดยรองลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพภาค 1 เตรียมทหารรุ่น 30 นับเป็นซีรีส์ 3 คนแรก ที่ขยับขึ้นเป็นระดับแม่ทัพ แม้จะเป็นแม่ทัพน้อย 1 ก็ตามเนื่องจากแม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ นั่งเป็นแม่ทัพภาค 1 ต่อเป็นปี 2 และคาดว่าจะนั่งยาวยันเกษียณ ตามกระแสข่าวเรื่องการปรับโครงสร้างและการทำงานของกองทัพภาค 1 และ ฉก.ทม รอ 904

ในส่วนกองพลที่จะต้องเตรียมการรบกับกัมพูชา ทั้ง กองพลคอแดง กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) นั้น ผบ.ซัน พล.ต.กิตติ ประพิตรไพศาล ขยับขึ้นเป็นรองแม่ทัพน้อย 1
โดยมี นายทหาร รุ่นหมายเลข 30 ขึ้นไป หรือซีรีส์ 3 ขึ้นมาจ่อ ทั้ง รองก้อง พ.อ.รณวรรณ พจน์สถิตย์ (ตท.33) รอง ผบ.พล.1 รอ. ขึ้น เป็น ผบ.พล.1 รอ. คุมกองพลทหารคอแดงแทน เพราะในส่วน พล.1 รอ. ได้ส่งกำลัง ร.31 รอ. หน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว RDF ของ ทบ. ไปสนับสนุนกองกำลังสุรนารี ในการดูแลชายแดนไทยและกัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์
พ.อ.รณวรรณเติบโตจาก พล.ร.9 จนเคยเป็น ผบ.ร.9 ก่อน มาเป็น รอง ผบ.พล.1 รอ.
พร้อมรองโก พ.อ.โกวิท สังขนครา (ตท.34) รอง ผบ.พล.ร.2 รอ. ขยับขึ้นมาเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ. คนใหม่ ที่จะต้องมาเป็นผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา เตรียมพร้อมรับศึกชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อจาก “ผบ.เบญ” พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ที่ขยับขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาค 1

ส่วนกองพลคอเขียว มี “รองบู้ ” พ.อ.เฉลิมชัย ขัดใจ (ตท.31) รอง ผบ.พล.ร.9 และอดีต ผบ.ร.19 ขยับขึ้นมาเป็น ผบ.พล.ร.9 คนใหม่ แทน ผบ.กัง พล.ต.ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ที่ ขยับไปเป็นพลโทในตำแหน่งผู้บัญชาการ รร.นายร้อย จปร. โดย พล.ต.เฉลิมชัยจะทำหน้าที่ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ดูแลชายแดนไทย-เมียนมา และต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งกำลังพลไปสนับสนุนกองกำลังบูรพา และกองกำลังสุรนารี ในการดูแลสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอีกด้วย
รวมทั้งกองพลคอเขียว พล.ร.11 กองพลสไตรเกอร์ มี รองเส้ง พ.อ.ธีรยุทธฑ์ เส้งรอด (ตท.32) รอง ผบ.พล.ร.11 ขึ้น เป็น ผบ.พล.ร.11 คนใหม่ ที่ต้องเตรียมพร้อม สนับสนุนทั้งกองกำลังบูรพาและกองกำลังสุรนารี ดูแลชายแดนไทยและกัมพูชา
พร้อมๆ กับการเปลี่ยนตัว ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษ 1 คนใหม่ “ผบ.ป๋อ” พ.อ.เจษฎางค์ แสนทน เพื่อนรัก ตท.30 ของ “ผบ.เด็จ” พล.ต.เสด็จ อาคะจักร ที่ขยับขึ้น รอง ผบ.นส. สานต่อภารกิจ การเตรียมความพร้อมของหน่วยรบพิเศษ พร้อมรับสถานการณ์

ขณะที่ในส่วนของ ทร. คนที่เจ็บช้ำที่สุด คนหนึ่งคือ บิ๊กโอ๋ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผบ.กองเรือยุทธการ ที่พลาดเก้าอี้ ผบ.ทร. แม้จะเคยเป็นเต็งหนึ่ง เนื่องจากได้รับความไว้วางใจให้เป็นประธานโครงการจัดหาเรือฟริเกต
แต่ในที่สุด บิ๊กเอก พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ทร. เพื่อน ตท.26 ที่มีอายุราชการเหลือ 2 ปี เกษียณตุลาคม 2571 ได้ขึ้นเป็น ผบ. ทร.คนใหม่
ท่ามกลางการจับตามองว่า พล.ร.อ.กรวิทย์จะมีปฏิกิริยาใด โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานข่าวว่า จะร่วมการแถลงผลการคัดเลือกเรือฟริเกต 18 กันยายน 2569 ด้วยตนเอง แม้ว่าเดิมจะไม่มีการยืนยันว่า จะแถลงเองหรือไม่ ท่ามกลางข่าวสารว่าต้องการจะเปิดใจ การถูกพาดพิง โจมตีจนบอบช้ำ และส่งผลให้ไม่ได้เป็น ผบ.ทร.
พร้อมกับกระแสข่าวลือในกองทัพเรือ เรื่องหลักฐาน และคลิปต่างๆ ที่คณะกรรมการต้องเก็บไว้เพื่อปกป้องตนเอง หากถูกฟ้องร้องหรือร้องเรียน
ส่วนอีกคนคือ บิ๊กต้น พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสธ.ทร. รุ่นน้อง ตท.27 ที่ไม่ใช่แค่เพียงพลาดเก้าอี้ ผบ.ทร. แม้จะมีอายุราชการ 2 ปี และมีผลงานในทุกด้านที่ผ่านมาในฐานะ เสธ.ทร. แต่ก็ถูกเด้งออกจากกองทัพเรือ ไปอยู่กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นรองเสนาธิการทหาร เป็นพลเรือเอกตามเดิมไม่ได้ครองอัตราพลเรือเอกพิเศษ
ซึ่งตามปกติแล้วจากระดับ 5 ฉลามกองทัพเรือ หากถูกย้ายมาก็จะเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ครองอัตราพลเรือเอกพิเศษ แต่ก็คาดกันว่า พล.ร.อ.ธาดาวุธคงจะถูกแช่แข็งอยู่ที่นี่ตลอด 2 ปีจนเกษียณราชการ โดยในปีหน้าคงได้ขยับขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก่อนเกษียณ
โดยส่วนตัวแล้ว พล.ร.อ.นเรศ กับ พล.ร.อ.กรวิทย์ และ พล.ร.อ.ธาดาวุธ ไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งกัน และคาดว่าก็จะสามารถพูดคุยกันได้ เพราะการจัดโผครั้งนี้เป็นการจัดของบิ๊กเฟื่อง พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. ที่กำลังนับถอยหลังทิ้งทวน ก่อนเกษียณ
ทั้งนี้ มีการจับตาว่าโครงการเรือฟริเกตที่บริษัท ฮันวา เกาหลีใต้ ชนะการคัดเลือก จะสามารถเดินหน้าไปได้อย่างตลอดรอดฝั่งหรือไม่ รวมถึงการแก้ปัญหาเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ทั้งเรื่องการเปลี่ยนเครื่องยนต์ และการแก้ไขปัญหาอาวุธระยะประชิด Phalanx ที่เสียมาหลายปี จนตกรุ่นไม่มีอะไหล่ และต้องมีการเปลี่ยนรุ่น จะแก้ปัญหาอย่างไรเพราะต้องใช้งบประมาณเพิ่ม แม้ว่าจะยังอยู่ในประกัน กับฮันวา ก็ตาม
นี่เป็นความท้าทายที่ ผบ.ทร. คนใหม่ยัง พล.ร.อ.นเรศต้องเร่งเคลียร์ และสร้างความพร้อมรบดึงความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ประชาชน
