วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

บางความสัมพันธ์ไม่ได้เปิดกว้าง หากอยู่เบื้องหลังความเคลื่อนไหวสำคัญๆ

เรื่องราวจากนี้ นำเสนออย่างระแวดระวัง ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจอิสราเอลกับสังคมไทย ตั้งใจนำเสนอข้อมูลในบางธุรกิจ บางบริษัท โดยประมวลจากข้อมูลข่าวสารที่เปิดกว้าง ด้วยความเชื่อว่าอาจมีส่วนสะท้อนภาพที่กว้างขึ้นบ้าง โดยมิได้มีความจงใจให้เรื่องราวเชื่อมโยง และขยายความไปไกลเกินควร

ขอจับภาพเพียง 3 บริษัท ที่ไม่มี “หน้าร้าน” ไม่เป็น Consumer product และไม่มีแบรนด์เป็นที่รู้จักวงกว้าง

เปิดฉากด้วย Fabrinet บริษัทข้ามชาติ จดทะเบียนใน Cayman Islands ในช่วงปี 2542-2543 ผู้ก่อตั้งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกิจการฮาร์ดดิสก์ – Seagate Technology แห่งสหรัฐอเมริกา

ที่น่าตื่นเต้น จุดเริ่มต้นตั้งหลักอยู่ที่ไทย ด้วยการเข้าซื้อและเช่าช่วงต่อโรงงานประกอบชิ้นส่วนของ Seagate ซึ่งกำลังถอนตัว

“Fabrinet เป็นหนึ่งในนายจ้างรายใหญ่ 10 อันดับแรกของประเทศไทย โดยมีโรงงาน 2 แห่งตั้งอยู่บริเวณชานเมืองกรุงเทพฯ และใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากสนามบินนานาชาติไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง” ข้อมูลทางการว่าไว้ (www.fabrinet.com)

Fabrinet เป็นผู้รับจ้างประกอบ บรรจุ และทดสอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์แสง (optical) อุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสง (optical transceiver) และแผงวงจร (PCBA) ให้กับแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก อยู่เบื้องหลังสำคัญในการผลิตอุปกรณ์เชื่อมต่อความเร็วสูงด้วยแสง

ทั้งนี้ มีสำนักงานใหญ่ด้านการบริหารอยู่ที่สหรัฐอเมริกา สัมพันธ์กับช่วงเวลา (2553) ได้เข้าตลาดหุ้นที่นั่น (NYSE – New York Stock Exchange)

ที่สำคัญกว่านั้น มีศูนย์วิจัยและพัฒนาอยู่ในประเทศอิสราเอล ที่ออกแบบผลิตชิ้นส่วนต้นแบบ (New Product Introduction – NPI) เพื่อการส่งต่อกระบวนการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) โดยเฉพาะมายังโรงงานหลักในไทย (ปทุมธานี และชลบุรี)

ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของ Fabrinet อย่างแท้จริง ตอกย้ำอ้างอิงด้วยถ้อยแถลงของบีโอไอ (อ้างจากข่าว “ไทย ฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก ลงทุน 8 หมื่นล้าน อานิสงส์เอไอ-ดาต้าเซ็นเตอร์” (มติชน – 30 กรกฎาคม 2569)

บางตอนระบุไว้ “บริษัทฟาบริเนทซึ่งใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลัก โดยเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน Optical รายใหญ่ให้กับ Nvidia, Cisco และ Amazon Web Services….”

มีอีกบริษัทหนึ่งที่สำคัญไม่น้อย

Check Point Software Technologies (CHKP) มีบทบาทสำคัญในด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยอย่างเป็นจริงเป็นจัง ตั้งสำนักงานที่ออลซีซันส์เพลส ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ เพื่อดูแลลูกค้าองค์กร ให้คำปรึกษาทางเทคนิค และประสานงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ (Distributors/Partner)

Check Point Software บริษัทผู้ให้บริการ Cybersecurity ชั้นนำระดับโลกจากประเทศอิสราเอล มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทลอาวีฟ ก่อตั้งขึ้นในปี 2536 ว่ากันว่า ผู้ก่อตั้งมีแรงบันดาลใจขณะทำงานในหน่วยข่าวกรองไซเบอร์ของกองทัพอิสราเอล

จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเป็นผู้คิดค้นและจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของระบบ Firewall สมัยใหม่ และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ของสหรัฐอเมริกา (2539) ตามด้วยแผนการพัฒนาทางธุรกิจ ขยายขีดความสามารถทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเข้าซื้อกิจการสำคัญๆ อาทิ กรณี Zone Labs (2547) และ Nokia Security Appliance (2552)

ปัจจุบัน Check Point ดำเนินงานในกว่า 60 ประเทศ ดูแลคุ้มครองระบบให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนมากกว่า 100,000 แห่ง ทั้งนี้ มีหน่วยงานที่เรียกว่า Check Point Research (CPR) ทำหน้าที่ค้นคว้า ตรวจสอบ และเปิดเผยช่องโหว่ความปลอดภัยทางไซเบอร์ของระบบอยู่เสมอ

สําหรับประเทศไทย Check Point ให้บริการในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจสำคัญๆ อย่างกว้างขวาง อย่างเหลือเชื่อทั้งหน่วยงานภาครัฐและกองทัพ สถาบันการเงินและธนาคาร รวมทั้งองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ (ในที่นี้ไม่ขอยกตัวอย่าง อ้างชื่อหน่วยงาน และบริษัท)

บทบาทนั้นดูเป็นจริง เมื่อปรากฏความเคลื่อนไหวในวงกว้างอย่างน่าสังเกตและสนใจ

“องค์กรในประเทศไทยถูกการโจมตีทางไซเบอร์ถึง 3,201 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ซึ่งสูงกว่าทั่วโลกถึง 164% (ทั่วโลกเฉลี่ย 1,946 ครั้งต่อสัปดาห์) ผู้ก่อภัยคุกคามพุ่งเป้าไปยังหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างรุนแรง เห็นได้จากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เช่น การรั่วไหลของข้อมูลของบริษัทน้ำมันและก๊าซยักษ์ใหญ่ของไทย อย่างบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) น่าสังเกตว่า ภาคส่วนสาธารณูปโภคของไทยกลายเป็นเป้าหมายหลักที่ถูกโจมตีเฉลี่ย 3,567 ครั้งต่อสัปดาห์ ขณะที่ภาครัฐหรือด้านการทหารมีการโจมตีเฉลี่ย 2,662 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งอยู่ใน 3 อันดับแรกของภาคส่วนที่ถูกโจมตีมากที่สุดในปีนี้” Check Point ได้รายงานไว้เมื่อไม่นานมานี้ (อ้างจาก ข่าวเผยแพร่โดย Check Point หัวข้อ “เช็ค พอยท์ ซอฟต์แวร์ แนะการรับมือภัยไซเบอร์แบบบูรณาการหลังไทยเผชิญกับการโจมตีระดับชาติ…” 11 กันยายน 2568)

ล่าสุด มีรายงานที่น่ากังวลอีกชิ้นหนึ่ง (อ้างจาก Check Point Research The State of Ransomware Q1 2026) ระบุว่า

“…ประเทศไทยติดอันดับท็อป 10 (10 อันดับแรก) เป็นครั้งแรก …โดยองค์กรต่างๆ ในไทยตกเป็นเหยื่อคิดเป็น 10.8% ของเหยื่อทั้งหมด”

อีกแห่ง มีบทบาทอย่างเข้มข้นและจับต้องได้

Elbit Systems Ltd. บริษัทด้านเทคโนโลยีทางทหารที่ใหญ่ที่สุดของอิสราเอล และเป็นหนึ่งในบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศชั้นนำของโลก ทั้งนี้ ไม่ใช่เป็นผู้ผลิตแพลตฟอร์มใหญ่อย่างเครื่องบินรบ หรือเรือดำน้ำทั้งลำ อาจเรียกได้ว่าเป็น “ผู้บูรณาการระบบ (Systems Integrator)” ด้วยการพัฒนาผลิตสมองกลซอฟต์แวร์ ตอบสนองระบบอาวุธแม่นยำสูง เพื่อนำไปติดตั้งหรือ Upgrade ให้กับแพลตฟอร์มต่างๆ

Elbit Systems ก่อตั้งในปี 2509 ด้วยความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยในประเทศ กับกระทรวงกลาโหมอิสราเอล เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ จากนั้นได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ (2539) เพื่อระดมทุนขยายกิจการ ตามด้วยแผนการซื้อบริษัทเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ทั้งในและนอกอิสราเอล

จนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่มีเทคโนโลยีครอบคลุมทั้งบก เรือ และอากาศ

Elbit Systems มีความสัมพันธ์และร่วมมือกับกองทัพไทยอย่างมีนัยยะ ดังตัวอย่างที่ยกมา

มีกรณีหนึ่งซึ่งเปิดต่อสาธารณชน

“เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565 พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ และ Mr.Nissim Assaf Cohen ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด (Business Development and Marketing Director) บริษัท Elbit Systems Ltd. ได้ร่วมกันลงนามในสัญญาซื้อขายอากาศยานไร้คนขับประจำฐานบินชายฝั่ง ระหว่างกองทัพเรือกับบริษัท Elbit Systems Ltd. รัฐอิสราเอล ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ “(อ้างจาก ไทยรัฐ – Thairath online ในวันเดียวกันที่ปรากฏในข่าว)

อีกกรณีหนึ่งเป็นความร่วมมือ

“วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) จัดพิธีส่งมอบต้นแบบรถฐานยิงจรวด หลายลำกล้องอเนกประสงค์ D11A ให้กับกองพลทหารปืนใหญ่ กองทัพบก” หัวข้อข่าวสำคัญที่ปรากฏใน Official website – ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (https://www.dti.or.th) ในนั้นมีตอนที่สำคัญระบุไว้ว่าเป็น

“ผลงานวิจัยและพัฒนาต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ D11A เกิดจากความร่วมมือระหว่างกองทัพบก สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และ Elbit Systems โดยทั้งสามหน่วยงานได้ร่วมกันนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีและระบบยิงจรวดอัตโนมัติมาพัฒนาในประเทศ ตั้งแต่กระบวนการวิจัยและพัฒนา การประกอบและการปรับแต่งระบบให้เข้ากับยุทโธปกรณ์เดิมของกองทัพบก ไปจนถึงการทดสอบและการฝึกใช้งานจริง”

ข้างต้น เป็นเพียง “จิ๊กซอว์” ชิ้นเล็กในภาพใหญ่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ตระกูล ‘อำ’ (1)
เขตปกครองพิเศษ พัทยา
The Ribbon Hero สังเวยบางกลุ่มเพื่อให้สังคมอยู่รอด
KOKUHO | ‘ศิลปะประจำชาติ’
‘มูรินโญ่’ ที่เบร์นาเบว หนังม้วนเดิมที่ (คงจะ) จบไม่สวย
จอห์น สจวร์ต เบลล์ ผู้เปลี่ยนปรัชญาควอนตัม ให้เป็นคณิตศาสตร์ที่ทดสอบได้
พิธีบูชายัญมนุษย์ เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของแม่ข้าว
เรื่องเล่าจากเซินเจิ้น : จากเจ้าแห่งของก๊อป สู่เมืองยอดนวัตกรรมชีวภาพ (3)
ปริ๊นเตอร์จากปากยุง
คุยกับทูต | เอลชิน บาชีรอฟ เปิดทางคืนถิ่น : เก็บกู้ทุ่นระเบิด ในดินแดนที่ได้รับการปลดปล่อย ของอาเซอร์ไบจาน
เลี้ยงลูก (2)
นักกีฬาทำอย่างไร เมื่อเกิดปวดปัสสาวะ อุจจาระ ขณะแข่งขัน