bg-single

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (196)

07.10.2026

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (196)

สีกากี ‘เลว’ และ ‘ดี’

หลังจากที่ผมมาทำหน้าที่เป็น ผกก.ได้สักระยะเวลาหนึ่ง ผมเริ่มสังเกตเห็นการทำงานของ พ.ต.ต.คนหนึ่ง ชอบออกนอกพื้นที่ ไม่ค่อยได้เห็นปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองเลย และเมื่อผมมอบหมายงานให้รับผิดชอบก็ไม่มีความคืบหน้า

ซึ่งผมพอจะทราบจากตำรวจอยู่บ้างว่า มีนายตำรวจระดับสูงยศพลตำรวจเอกสนับสนุน และให้ความรักใคร่เอ็นดูทั้งยังดูแลเหมือนลูกรัก

สำหรับผม ใครจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไรถือเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าไม่ทำให้ส่วนรวมเสียหาย และงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบไม่บกพร่องไม่เกิดปัญหา แต่ปรากฏว่า ตำรวจผู้นี้ไม่มาดูแลงานสายตรวจ ตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยมีความขัดแย้งกับเขามาก่อน จึงอยากให้ปรับเปลี่ยนความประพฤติเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ให้โอกาส จึงเรียกมากำชับให้แก้ไข แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นและไม่เชื่อฟัง ส่วนงานที่มอบหมายก็ล่าช้าไม่แจ้งเหตุขัดข้องว่าทำไมจึงไม่คืบหน้า จนผมต้องมอบหมายให้คนอื่นไปทำแทน ซึ่งพอจะแก้ไขไปได้บ้าง เพราะอยู่ในช่วงที่เร่งพัฒนาโรงพัก

ตำรวจผู้นี้จึงเป็นบุคคลที่เก่งทุกอย่างยกเว้นงานในหน้าที่ อยู่ทุกที่ยกเว้นที่ทำงาน

แต่ปัญหาใหญ่คือ ตำรวจคนนี้เป็นคู่ขัดแย้งไม่ลงรอยกับ พ.ต.ท.วรวิทย์ ปานปรุง รอง ผกก.(ป.) สภ.อ.กะทู้ อย่างรุนแรง ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่ผมจะมาเป็น ผกก.

ทั้งๆ ที่ พ.ต.ท.วรวิทย์เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง และเป็น นรต.36 เป็นรุ่นพี่ ตำแหน่งสูงกว่า ส่วนตำรวจคนดังกล่าวเป็น นรต.รุ่น 42

ช่วงเวลาที่ผมยังเป็นรอง ผกก. (สส.) สภ.อ.เมืองภูเก็ตอยู่นั้น ผมมักจะเห็น ตำรวจผู้นี้เข้ามาในพื้นที่ สภ.อ.เมืองภูเก็ตเป็นประจำ

ตำรวจทั่วไปรับรู้กันว่า เขามีหุ้นส่วนในบาร์แห่งหนึ่งในเมืองภูเก็ต และเป็นนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.คนหนึ่ง สนิทสนมกันมากจนเรียกว่า “ลูก” ทำให้เขาตามเอาใจนายตำรวจผู้มีอำนาจสูงกว่า ไม่สนใจผู้บังคับบัญชาของ สภ.อ.กะทู้

ความประพฤติเช่นนี้ ผกก.สภ.อ.กะทู้คนก่อนก็ไม่กล้าแก้ไขจัดการ ปล่อยคาราคาซัง กลัวหยิกเล็บเจ็บเนื้อ

แต่สำหรับผม เมื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ต้องกล้าตัดสินใจแก้ปัญหาให้เด็ดขาด

เมื่อพบปัญหาสำคัญในลักษณะเช่นนี้ จะไม่ปล่อยทิ้งไว้ จะเกิดความแตกแยก ตำรวจจะแบ่งเป็นฝ่ายๆ ความเสียหายจะตามมาอย่างแน่นอน

ความขัดแย้งไม่กินเส้นกันนี้มีมานานจนเกินความสามารถที่ผมจะเยียวยาแก้ไขได้ จึงรายงาน พล.ต.ต.คงพล สุวรรณรักษ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ซึ่งทราบเรื่องนี้มาก่อนผมนานแล้ว

หลังจากนั้นจึงรายงานให้ พล.ต.ท.ไพศาล ตั้งใจตรง ผบช.ภ.8 ทราบ ผมยืนยันว่า จะปล่อยให้ ตำรวจผู้นี้กระด้างกระเดื่องเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ จำเป็นต้องย้ายออกไปจาก สภ.อ.กะทู้

ในที่สุด พ.ต.ต.ณรงค์ ลักษณะวิมล ก็ย้ายมาแทน

ส่วน ตำรวจคนนั้นถูกย้ายไป จ.นครศรีธรรมราช แต่ภายหลังสามารถวิ่งเต้นย้ายกลับมาอยู่ที่ จ.ภูเก็ตได้อีกครั้งที่ สภ.อ.ถลาง และได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นที่ สภ.อ.กะทู้ แต่ด้วยนิสัยส่วนตัว จึงไปมีเรื่องกับผู้ใต้บังคับบัญชา และสาดกาแฟใส่ลูกน้อง จนต้องออกจากราชการไปในที่สุด

สุดท้ายไปเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต

ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงมากๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนใหญ่จะมีนายตำรวจตามโรงพักหรือตำแหน่งที่สำคัญๆ มาคอยติดตามเอาใจพะเน้าพะนอคอยรับใช้ ขาดเหลืออะไร นายตำรวจเหล่านี้ก็ไปแสวงหาจัดการมาให้ และไม่ได้สนใจว่า พฤติกรรมของนายตำรวจที่มาเฝ้าติดตามมารับใช้จะไปก่อวีรกรรม สร้างวีรเวรกับใคร หรือสร้างปัญหาให้กับที่ทำงานเพียงใด งานประจำไม่ทำ งานดูแลเฝ้าเจ้านายทำเป็นประจำ

จนบรรดานายตำรวจที่มีชื่อเสียงโด่งดัง หรือเป็นมือปราบที่คุยกันว่ามีชื่อชั้นทั้งหลาย ลงทุนยอมหิ้วกระเป๋าของคุณนาย และคอยเดินตามหลังรับใช้ภรรยาเจ้านายต้อยๆ ไม่ได้คำนึงถึงความเสื่อมเสีย หรือคิดถึงเกียรติยศศักดิ์ศรีของตัวเองที่คุยว่าเป็นมือปราบ นักสืบชั้นยอดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้เจริญก้าวหน้าด้วยวิธีแบบนี้

บรรดาตำรวจชื่อดัง มือปราบ นักสืบเหล่านี้ยอมตายถวายชีวิตจริงๆ และภาคภูมิใจกับตำแหน่งที่ได้มาด้วยวิธีการเช่นนี้ แทนที่ผู้บังคับบัญชาจะตักเตือนให้เลิกพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องเสีย แต่กลับไม่สนใจ ตราบใดที่ตัวเองยังมีคนเรียกง่ายใช้สะดวกมาอยู่ใกล้ตัว แม้เกิดปัญหาก็ยังปกป้องคุ้มครอง ทั้งยังส่งเสริมแถมยังลัดคิวให้ก้าวหน้าไปอยู่ในตำแหน่งที่สามารถแสวงหาผลประโยชน์ให้ทั้งตัวเองและลูกน้องได้เต็มที่ให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ

นายตำรวจที่เป็นผู้บังคับบัญชาชั้นสูงเหล่านี้นอกจากจะออกตั๋วของตัวเองเมื่อมีการแต่งตั้ง และขอตำแหน่งที่สูงขึ้นไปให้ลูกน้องที่มาดูแลรับใช้ใกล้ชิดแล้ว ยังทำหน้าที่ไปหาตั๋วจากบุคคลชั้นสูงมากๆ ที่มีส่วนสำคัญในการแต่งตั้งมาให้ลูกน้องของตัวเองที่ตัวเองเฝ้าฟูมฟักอีก

บรรดาตั๋วสารพัดสัตว์ ตั๋วม้า ตั๋วช้างจึงมีกลาดเกลื่อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พวกมีตั๋วสัตว์จึงเดินกันให้ขวักไขว่ จนคลับคล้ายคลับคาใกล้เหมือนสวนสัตว์เข้าไปทุกที

ใครไม่มีตั๋วอย่าได้เสนอหน้า

เมื่อครั้งที่ผมยังเป็นตำรวจอยู่ เขาเรียกตำรวจพวกนี้เป็นประเภทดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน มีแต่หน้าแดง แต่แรงไม่ออก

เมื่อมีการแต่งตั้งครั้งใด สื่อมวลชนก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเมามัน

แต่ไม่ยอมขุดคุ้ยเบื้องลึกที่เป็นสาเหตุทำให้สังคมหมดหวังที่จะพึ่งพาอาศัยอาชีพตำรวจเมื่อยามเดือดร้อน

ทั้งยังยกย่องเรียกให้เป็นบิ๊กนั่น บิ๊กนี่

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงของการเป็นสุภาพบุรุษผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มืออาชีพ พวกนี้ก็แค่อาจมีเพียงเท่านั้น

เมื่อเติบโตกันอย่างนี้ ผลประโยชน์เป็นอย่างนี้ เมื่อได้รับตำแหน่งก็ต้องรับใช้เจ้าของตั๋ว

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แล

ในเวลานั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังให้ตำรวจแต่ละโรงพักดำเนินโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ

โดยประชาชนท่านใดเมื่อจำเป็นต้องไปทำธุระต่างจังหวัดไกลๆ หลายวัน และทิ้งบ้านไว้โดยไม่มีคนอยู่อาศัย ไม่มีคนดูแล สามารถแจ้งมายังสถานีตำรวจในพื้นที่นั้นแล้วลงทะเบียนไว้

ระหว่างนั้นตำรวจสายตรวจแต่ละผลัดในพื้นที่จะไปตรวจบ้านหลังที่เข้าโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ สำรวจสภาพรอบๆ บ้านทั่วไปทั้งประตูหน้าต่างว่าเป็นปกติหรือไม่ มีร่องรอยงัดแงะหรือไม่ แต่จะไม่เข้าไปภายในบ้านเด็ดขาด ตรวจทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือแล้วแต่ความถี่ มีสมุดบันทึกวางไว้ให้สายตรวจลงชื่อว่าเป็นตำรวจ มียศชื่อนามสกุลตำแหน่ง วันเวลาที่มาตรวจ บันทึกผลการตรวจ แล้วตำรวจทุกคนที่มาตรวจต้องลงชื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ต่อจากนั้นจะมี รอง ผกก. (ป.) หรือ สวป. หรือร้อยเวร ป.มาตรวจอีกรอบหนึ่งว่าสายตรวจมาตรวจตามวงรอบหรือไม่ และตรวจเช่นนี้ตลอดเรื่อยไป จนกว่าเจ้าของบ้านจะกลับมา เมื่อเจ้าของบ้านกลับ จึงเป็นอันเสร็จภารกิจ ส่งบ้านคืนเจ้าของ

ผลดีเกิดกับทั้งฝ่ายเจ้าของบ้านที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาโจรกรรมทรัพย์สิน

ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจถือเป็นการป้องกันการเกิดเหตุลักทรัพย์ เป็นมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดคดี และยังสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชน เป็นโครงการที่ดีมากของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สภ.อ.กะทู้ในแต่ละช่วงจะมีเจ้าของบ้านแจ้งฝากบ้านไว้กับตำรวจประมาณ 3-4 หลังหรือเกินกว่านั้นไม่มากนัก และไม่ถือเป็นภาระแก่การทำหน้าที่ของสายตรวจ

โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจยังรับรู้ไปถึงชาวต่างชาติที่มาพำนักอย่างถาวรที่ป่าตอง เมื่อชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของบ้านหลังใหญ่โตต้องการเดินทางกลับไปเยี่ยมญาติที่ยุโรปนานนับเดือน จึงให้ตำรวจป่าตองช่วยดูแลให้ด้วย

ซึ่งตำรวจก็ทำหน้าที่ไปตรวจตามปกติเหมือนกับบ้านของคนไทยทั่วๆ ไปที่มาเข้าโครงการ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เมื่อตำรวจรู้ว่าบ้านหลังไหนเจ้าของบ้านไม่อยู่ จะได้ช่วยระมัดระวังโจรผู้ร้ายให้

เมื่อครบวันเวลาที่ฝากบ้านไว้ ฝรั่งเจ้าของกลับมาบ้านที่ป่าตอง และทราบจากสมุดบันทึกว่า ช่วงเวลาที่ตนเองอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น มีตำรวจแวะเวียนมาตรวจบ้านให้มากกว่า 300 ครั้ง บ้านอยู่ในสภาพที่ปกติเรียบร้อยทุกอย่าง ไม่มีทรัพย์สินใดๆ สูญหาย จึงซาบซึ้งใจที่ตำรวจดูแลให้เป็นอย่างดี จึงแจ้งความประสงค์ไปยัง พ.ต.ท.วรวิทย์ ปานปรุง รอง ผกก. (ป.) ว่าต้องการที่จะตอบแทนตำรวจที่ทำหน้าที่อย่างดี ให้แจ้งความต้องการไปให้ทราบ ยินดีที่สนับสนุนภารกิจของตำรวจป่าตอง โดยฝรั่งไม่มีปัญหาทางด้านการเงิน

พ.ต.ท.วรวิทย์จึงนำความมาปรึกษาผม ผมจึงได้แจ้งให้ตำรวจทราบว่า เป็นเพราะการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง จึงทำให้ทุกคนในพื้นที่ได้รับความประทับใจ ดังนั้น หากจะสนับสนุนภารกิจของตำรวจ ก็ขอให้สนับสนุนในภาพรวม ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ขณะนี้ สภ.อ.กะทู้ กำลังแข่งขันประกวดการฝึกกับโรงพักต่างๆ เมื่อตำรวจมารวมกัน ปรากฏว่าชุดเครื่องแบบของตำรวจที่ทุกคนสวมอยู่ แม้จะเป็นสีกากี แต่มีหลายเฉด ทั้งสีเข้ม สีจาง มองดูไม่เป็นพวกเดียวกัน จึงขอให้ฝรั่งตัดชุดเครื่องแบบให้ตำรวจทั้งโรงพัก

เมื่อฝรั่งชาวสวิสผู้นั้นรับทราบ มีความยินดีและเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

ครั้งนั้นได้รับเงินสนับสนุนตัดเครื่องแบบถึง สองแสนบาทให้กับตำรวจทุกคน เมื่อสวมเครื่องแบบใหม่พร้อมเพรียงกันในขณะปฏิบัติหน้าที่ จึงมองเห็นความสวยงามเป็นสีเดียวกัน มีความเป็นพวกเดียวกัน ต่างไปจากเดิมมาก

และเพื่อให้เครื่องแบบของตำรวจป่าตองเหมือนกันทุกคน คุณชิน อุ่นสถิตย์พร ยังมอบเงินให้เพิ่มเติมจำนวนสองแสนบาท เพื่อตัดเครื่องแบบเป็นชุดที่สอง

ตอบแทนที่ตำรวจป่าตองปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีตลอดมา และดูแลความปลอดภัยให้ทหารเรือและนาวิกโยธินจากสหรัฐอเมริกา เมื่อมาเยือนป่าตอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (196)
เชลยศึกสงครามลาว (51) ความซื่อสัตย์ของศัตรู
ความคิดทางเศรษฐกิจ ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (34)
จาก CSR ถึง ESG : การปรับตัวของธุรกิจไทย
E-DUANG | บทเรียน การ”ถอดบทเรียน” จาก ประชาชน สู่”พลเมือง”
คุณหญิงสุดารัตน์ ออกโรงเตือน ชัชชาติ จะเอาโครงการขยายคลอง และอุโมงค์ยักษ์มาทดแทนแก้มลิงไม่ได้
‘50 ปี 6 ตุลา ‘เท้ง’ ชี้ รำลึกอดีตเพื่อมองไปข้างหน้า เดินหน้าแก้กติกาไม่ให้เผด็จการใช้อำนาจเข่นฆ่าประชาชนซ้ำ
คิดต่อจาก 6 ตุลา (8) : ร่างเพื่อนล้มลง เรายังอยู่
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (23)
50 ปี 6 ตุลา (5) ความรุนแรงในบริบททางภูมิรัฐศาสตร์
เทศกาล ‘เดาผล’ : The Nobel Prize in Literature 2026
สร้างพื้นฐานอาชีพยาก ด้วยจอยเกม