E-DUANG
คำประกาศยืนยันว่าสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครที่เกิดขึ้นเป็น”มหาอุทกภัย”ของ สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ในงาน FEED X KHAOSOD AWARDS 2026
คือ การส่ง”สัญญาณ”ในทาง”การเมือง”อันแหลมคม
ไม่เพียงแต่ต่อ”กรมอุตินิยมวิทยา” หากแต่ยังต่อรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อ ไทย อย่างมีนัยสำคัญ
คำประกาศจึงดำรงอยู่เหมือนกับที่ปรากฏใน Nida Poll
และสอดรับกับรูปธรรมเมื่อคนของรัฐบาลไปปรากฏตัวท่ามกลางประชาชน
ความห่วงใยที่สำแดงมีการ”ขานรับ”ด้วยท่าทีแบบใด
ทำไมคำว่า”เอาอยู่”อันออกจากปากรองนายกรัฐมนตรี ทำไมวลีที่ว่า”รวยไม่ไหวแล้ว”กลับกลายเป็นเหมือนคำอธิบาย ต่อแต่ละปรากฏการณ์
การทำความเข้าใจต่อผลอันปรากฏผ่านการสำรวจของสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์จึงทรงความหมาย
เปรียบเทียบผลอันปรากฏใน Nida Poll ตั้งแต่ไตรมาส 1 กระทั่งไตรมาส 3 ก็จะประจักษ์ในการแปรเปลี่ยน
ไตรมาส 1 คะแนนพรรคภูมิใจไทยอยู่ที่ 26.60
แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 2 คะแนนตกมาอยู่ที่ 17.00 และเมื่อเข้าสู่ไตรมาส 3 คะแนนเป็น 12.00
ทั้งๆที่สำรวจก่อนเกิด”มหาอุทกภัย”ด้วยซ้ำ
ยิ่งคะแนนและความนิยมต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เปรียบเทียบกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองอื่น ยิ่งชัดเจน
ไตรมาสแรก อยู่ที่ 20.40 ไตรมาส 2 อยู่ที่ 21.68 ไตรมาส 3 อยู่ที่ 13.76
คะแนนเคยนำพรรค แต่ยิ่งบริหารยิ่งต่ำไม่ต่างไปจากพรรค
คะแนนที่เห็นไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือพรรคประชาชนอันเป็นคู่แข่งโดยตรง แต่กับ คะแนนของ นายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ และพรรคเพื่อไทย
มีความอ่อนไหวและเป็นตัวแปรมากกว่าในทางการเมือง
ถามว่าพรรคเพื่อไทยเมื่อเห็นคะแนนและความนิยมของพรรคภูมิใจไทยจะคิดอย่างไร
นายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ จะคิดอย่างไร
ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยและ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะคิดอย่างไรกับ คะแนนที่พรรคเพื่อไทยครองความเหนือกว่าพรรคภูมิใจไทย
นายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ แม้จะยังเป็นรองต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่คำถามก็คือ การร่วมรัฐบาลเดียวกันจะเป็นบวกหรือว่าเป็นลบ
สภาพการณ์เช่นนี้ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะห้ามและต้านทานในทางความคิด
ไม่ว่าจะมองจากพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะมองจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ว่าจะมองจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมองจาก นายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์
ยิ่งใกล้วาระแห่งการยุบสภาความคิดนี้จะยิ่งทรงพลังต่อการตัดสินใจในทางการเมือง
ประเด็นที่แหลมคมเป็นลำดับมิได้อยู่ที่ว่าการร่วมระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยจะเป็นคุณหรือเป็นโทษ
หากอยู่ที่ว่าจะเอื้ออวยต่อคะแนนความนิยมหรือไม่
หากอยู่ที่ว่าเป้าหมายและความจำเป็นเฉพาะหน้าในทางการเมืองจะดำเนินไปบนทิศทางอย่างไร
คำถามเหล่านี้กระหน่ำสู่พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย
