‘สรยุทธ-ผู้ก่อตั้งเบเกอรี่มิวสิก-ผู้บริหารจีเอ็มเอ็มทีวี’ กับรางวัล ‘เกียรติคุณแห่งความสำเร็จ’ FEED X KHAOSOD Awards
เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี
‘สรยุทธ-ผู้ก่อตั้งเบเกอรี่มิวสิก-ผู้บริหารจีเอ็มเอ็มทีวี’
กับรางวัล ‘เกียรติคุณแห่งความสำเร็จ’
FEED X KHAOSOD Awards
หมายเหตุ รวมคำกล่าวขอบคุณของผู้ได้รับรางวัล “Lifetime Achievement” (เกียรติคุณแห่งความสำเร็จในวิชาชีพ) บนเวที FEED X KHAOSOD Awards 2026 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ที่ไอคอนสยาม

สถาพร พานิชรักษาพงศ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด”
ผู้ได้รับรางวัล Lifetime Achievement สาขาภาพยนตร์-ซีรีส์-ละคร
(ในฐานะผู้บุกเบิกและพัฒนาอุตสาหกรรมซีรีส์วายของไทย)
ต้องบอกว่าชื่อรางวัลนี้ทำให้ต้องกลับไปนับเวลาการทำงานที่ผ่านมาทั้งชีวิตกันเลย ว่ามันผ่านอะไรกันมาบ้าง
ก็ต้องขอขอบคุณระยะเวลา 16 ปีที่อาร์เอส ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสทำงานเป็นที่แรกในชีวิต แล้วต่อมา ก็มาต่อที่จีเอ็มเอ็มทีวี ถึงวันนี้ก็ทำงานที่จีเอ็มเอ็มทีวีมาได้เข้าปีที่ 23 ก็ต้องขอขอบคุณพี่ๆ เจ้านายที่จีเอ็มเอ็มทีวี จีเอ็มเอ็มแกรมมี่
ระยะเวลาที่ผ่านมา นับรวมได้ประมาณ 39 ปี ซึ่งเป็น 39 ปีที่ผ่านความท้าทายมาหลายๆ อย่าง เป็น 39 ปีที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในวงการบันเทิงไทยอย่างมาก และเราก็พยายามจะทำทุกอย่างเพื่อจะฝ่าฟันมันมาถึงวันนี้
ผมไม่ใช่ผู้กำกับฯ ไม่ใช่นักเขียนบท ไม่ใช่นักแสดง หน้าที่ของผมก็คือการหาวิถีทางที่ดีที่สุด แล้วก็สนับสนุนให้ศิลปินที่กล่าวถึงเหล่านั้นได้ทำงานที่ตัวเองรัก ได้สร้างสรรค์สิ่งที่ตัวเองมีความสุขที่จะทำมัน แล้วก็ต่อยอดมันให้เขารู้สึกเชื่อมั่นว่ามันจะเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุดได้
ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกท่าน ขอบคุณคนเบื้องหลังทุกตำแหน่ง และขอขอบคุณศิลปินทุกท่านที่ผ่านเข้ามาในชีวิตการทำงานของผม สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือผู้ชมคนดู ซึ่งตอนนี้ต้องบอกว่าทั่วโลก ที่ยังติดตามผลงานของพวกเรามาจนถึงวันนี้

กมล (สุกี้) สุโกศล แคลปป์
ในฐานะตัวแทนของ 4 ผู้ก่อตั้ง “เบเกอรี่มิวสิก”
ผู้ได้รับรางวัล Lifetime Achievement สาขาดนตรี
35 ปีก่อนตอนที่พวกเราเริ่ม (ทำเบเกอรี่มิวสิก) กัน ตอนนั้นผมอายุ 22 ปี พวกนี้ (บอย โกสิยพงษ์, สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ และสาลินี ปันยารชุน) เขาแก่กว่าผมนิดหนึ่ง พวกเราต้องการทำสิ่งที่เรารัก เราต้องการทำเพลง เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามันจะกลายเป็นอาชีพเราได้
วันที่ผมทำ “โมเดิร์นด็อก” ชุดแรกเสร็จ ผมจำได้ ผมนั่งอยู่กับป๊อด (ธนชัย อุชชิน) หลังห้องอัด แล้วป๊อด โมเดิร์นด็อก ก็ถามผมว่า “สุกี้ ยูว่าจะขายได้กี่ตลับ?” ผมก็ว่าน่าจะได้ประมาณ 25,000 (ตลับ) ก็คือมองกันแค่นั้น ไม่ได้คิดเลยว่าจะมาถึงวันนี้
หลังเวที ผมเห็นน้องๆ (ดาราศิลปิน) เยอะมากเลย รุ่นลูกเรา สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือว่า พวกเราเป็นกลุ่มคนที่โชคดีมาก because our dream came true พวกเรามีความฝันอยากเป็นนักดนตรี แล้วมันกลายเป็นจริง สิ่งที่ผมอยากจะบอกทุกคน ก็คือ ฝันให้ไกลไปให้ถึง
อันดับที่สองที่ผมอยากจะบอกก็คือ believe in yourself เชื่อในตัวเอง “ดื้อ” อย่าไปฟังผู้ใหญ่ แล้วทำอะไรเนี่ย ไปให้สุดเลย ไปให้มันสุดที่มันจะไปได้ แล้ววันหนึ่งมันอาจจะไปถึงฝัน
อีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือว่า ไอ้วันที่พวกเราขาย (กิจการ) เบเกอรี่ฯ เมื่อ 20 ปีก่อน ค.ศ.2005 ผมบอกกับทุกคนเลยว่า หลังจากนี้ ผมจะไม่ทำงานอย่างนี้แล้ว เหมือนสมัยเราทำเบเกอรี่ฯ กัน ทำงานกัน 7 วัน 24 ชั่วโมง ไม่เอาแล้ว ผมบอกตัวเองอย่างนั้น
แต่ผ่านไปแล้ว 20 ปี มาถึงวันนี้ ตอนที่เราจัด (คอนเสิร์ต) บีเดย์เมื่อปลายปีที่แล้ว (และพบว่า) แฟนเพลงเขารักเราจริงๆ มันทำให้ผมรู้สึกว่า ไอ้ 10 ปีนั้นที่เราทำงานหนัก มันคุ้มค่ากับสิ่งที่เราได้มาจากแฟนเพลง

สรยุทธ สุทัศนะจินดา
ผู้ดำเนินรายการข่าว “เรื่องเล่าเช้านี้” และ “เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์”
ผู้ได้รับรางวัล Lifetime Achievement สาขาคอนเทนต์ ครีเอเตอร์
สมัยก่อนผมเติบโตมาจากนักหนังสือพิมพ์ ก็คือเป็นนักข่าววิ่งทำเนียบ วิ่งสภา ไปภาคใต้ ไปโน่นมานี่ (ต่อมาก็) จัดรายการวิทยุ มาจัดโทรทัศน์ เราถือหลักว่าเราขายเนื้อหา แล้วจริงๆ คำว่าขายเนื้อหาในวันนั้นจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ทำให้เราพยายามอยู่กับแพลตฟอร์ม
สมัยก่อนหนังสือพิมพ์ก็แพลตฟอร์ม วิทยุก็แพลตฟอร์ม โทรทัศน์ก็แพลตฟอร์ม สตรีมมิ่งตอนนี้ก็แพลตฟอร์ม โซเชียล (มีเดีย) ก็แพลตฟอร์ม เราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ แล้วก็ดีใจที่ได้รับรางวัลที่ว่านี้ ถือว่าเป็นรางวัลของชีวิตจริงๆ ขอบพระคุณมากครับ แล้วก็ขอให้ทุกท่านโชคดี น้ำท่วมไหม?
ปีนี้จริงๆ ในฐานะ “คอนเทนต์ครีเอเตอร์” เราจะต้องเถียงกับอีกฟากหนึ่งสักนิดหน่อย เถียงอยู่ได้ว่าไม่ใช่ “มหาอุทกภัย” คือปีนี้ กรุงเทพฯ หนักกว่าปี 2554 ถ้านับเฉพาะกรุงเทพฯ
ปี 2554 (น้ำท่วม) กรุงเทพฯ มันอยู่ทางตอนเหนือ ลงมาดอนเมือง วิภาวดี มาสุดตรงแถวๆ ลาดพร้าว แล้วพอลึกกว่านั้น ไม่ (ท่วม) แล้ว ทางตอนเหนือก็จะตรงเกษตรฯ เกษตร-นวมินทร์นิดหน่อย รามอินทราทั้งเส้นแต่ฝั่งเดียว แล้วก็ไปถึงบางกะปิและ (โซน) ตะวันออก แต่ไม่หนักเท่ากับครั้งนี้
ครั้งนี้เข้าเพชรบุรีตัดใหม่ กลางเมืองเลย เพราะฉะนั้น ปีนี้หนักนะจริงๆ เพียงแต่ว่าเขาไม่ยอมรับกันว่าเป็น “มหาอุทกภัย” ไม่ใช่บ้าอะไร ประกาศให้หยุดพรุ่งนี้-มะรืนนี้ เป็นวันหยุดราชการ ส่วนเอกชนก็ตัวใครตัวมัน ธนาคารไม่หยุด ตลาดหุ้นไม่หยุด
ไม่ใช่ “มหาอุทกภัย” อะไร สมัยปี 2554 ยังไม่ปล่อยให้ขึ้นทางด่วนฟรีขนาดนี้เลย ปี 2554 ยังไม่ได้ให้เป็นวันหยุดขนาดนี้เลย ปี 2554 ยังไม่เห็นคนกรุงเทพฯ (แถว) แฟลตคลองจั่น กลางเมืองนะ เดอะมอลล์ บางกะปิ เคหะร่มเกล้า ร้องขอชีวิตกัน ขออาหารกัน
เพราะฉะนั้น “มหาอุทกภัย” จริงๆ ขอบคุณครับ
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
