E-DUANG
คะแนนและความนิยมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์จากการสำรวจของ Nida Poll น่าศึกษา น่าวิ เคราะห์
ไม่ว่ามองผ่านตัว”พรรค” ไม่ว่ามองผ่านตัว”แคนดิเดต”นายก รัฐมนตรี
คำถามก็คือจะสามารถสร้าง”ความหวัง”ได้เพียงใด
เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นพรรคเก่าแก่ สืบสาวสาแหรกไปได้ถึงเดือนเมษายน 2489
ต่อเนื่องจาก ควง อภัยวงศ์ ถึง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็เป็นอวตารแห่งพรรคพลังประชาชนและพรรคไทยรักไทย
ต่อเนื่องจาก ทักษิณ ชินวัตร ถึง ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์
คำถามก็คือ ในสภาวะถดถอยของพรรคภูมิใจไทยและ อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ จะทะยาน เข้ามาแทนที่ได้หรือไม่ มากน้อยเพียงใด
คือโจทย์ของ ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
คำตอบของคำถามนี้ต้องศึกษาและถอดบทเรียนจากพรรคประชาธิปัตย์อย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมพรรคประชาธิปัตย์จึงกลายเป็นพรรค”ต่ำร้อย”
คำตอบสัมพันธ์กับการเติบใหญ่ของพรรคไทยรักไทยนับแต่การเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544 เป็นต้นมา
คำตอบสัมพันธ์กับการตัดสินใจ”เลือก”ทางการเมือง
เป็นการตัดสินใจบนฐานแห่งความพ่ายแพ้โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับแต่การเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2548
เมื่อเลือกที่จะเป็นหางเครื่องให้กับแนวทาง”รัฐประหาร”
ไม่เพียงด้วยการแตะเบาๆไปยังการไหวเคลื่อนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หากแต่ยังกลายเป็นเครื่องมือผ่าน กระบวนจัดตั้งรัฐบาลใน”ค่ายทหาร”
นับแต่นั้นเป็นต้นมาพรรคประชาธิปัตย์ก็ถกถอยจนถึงขั้นทรุดเสื่อมโดยเฉพาะในรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
ทรุดเสื่อมจนกลายเป็นพรรคต่ำร้อย
การหวนคืนมาของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผนึกกับ กรณ์ จาติกวณิช ก็ด้วยความหวังจะฟื้นความเป็น”ประชาธิปัตย์”ให้หวนกลับ
เหมือนยุค ควง อภัยวงศ์ เหมือนยุค ชวน หลีกภัย
ความปรารถนาจะฟื้น”จิตวิญญาณ”แห่งความเป็น”ประชาธิ ปัตย์”เดิม มิได้แตกต่างไปจากความปรารถนาจะฟื้น”จิตวิญญาณ” เดิมของ”ไทยรักไทย”
คำถามอยู่ที่ว่าจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดในทางการเมือง
จึงไม่เพียงแต่ต้องเข้าใจว่า”จิตวิญญาณ”อันเป็นรากฐานแห่งความสำเร็จของพรรคประชาธิปัตย์และของพรรคไทยรักไทย นั้นยังเป็นที่ต้องการของสังคมหรือไม่
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ ความสามารถสรุปถอดออก มาเป็นบทเรียน
บทเรียนทั้งของพรรคประชาธิปัตย์และของพรรคเพื่อไทยว่าเหตุใดจึงกลายมาเป็นพรรค”ต่ำร้อย”
ทั้งๆที่เคยรุ่งเรืองเป็นอย่างสูงในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง
ไม่ว่าจะมองเข้าไปยังพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะมองเข้าไปยังพรรคเพื่อไทย
บทเรียนสำคัญมิได้เป็นบทเรียนจาก”ชัยชนะ”เท่านั้น
หากที่ทรงความหมายเป็นอย่างสูงยังอยู่ที่บทเรียนจากความ
“พ่ายแพ้”ตลอดสองรายทางแห่งการต่อสู้
ก่อนกลายเป็นพรรค”ต่ำร้อย”อย่างที่เห็นและเป็นอยู่
