E-DUANG
วิวาทะเรื่อง”เปิดเขื่อน”ระหว่าง”รัฐมนตรีช่วยว่าการ” กับ “ผู้ช่วยศาสตราจารย์”ฉายภาพความขัดแย้งและความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ในสังคมได้อย่างชัดเจน
ในเมื่อ”รัฐมนตรีช่วยว่าการ”ดำรงอยู่อย่างเป็น”ตัวแทน”
ไม่เพียงตัวแทนของ”รัฐมนตรีลูกเทพ” หากยังมาจากพรรคภูมิใจไทยอันเป็น”แกนหลัก”แห่งรัฐบาล
รัฐบาลซึ่งประกอบส่วนจากพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย
ในเมื่อ”ผู้ช่วยศาสตราจารย์”มาจากภาควิชาวิศวกรรมน้ำแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงไม่เพียงเป็นตัวแทนของผู้ศึกษามาทางด้านการบริหารจัดการน้ำ
หากยังออกมาแสดงความเห็นในห้วงแห่งความเห็นต่างในเรื่อง”วิธีการ”จัดการน้ำของ”รัฐมนตรีช่วยว่าการ”อย่างตรงไปตรงมา
ความเห็นในแบบของ”ผู้ช่วยศาสตราจารย์”และการตอบโต้จาก”รัฐมนตรีช่วยว่าการ”จึงมีลักษณะเป็น”ตัวแทน”
คำถามก็คือ ความเห็นและการตอบโต้ระหว่าง 2 ฝ่ายเกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างไรและในสถานการณ์ใด
คำตอบก็คือ ในสถานการณ์”อุทกภัย”
ทั้งมิได้เป็นอุทกภัยในกรุงเทพมหานคร หากเป็นในนครนายก
และเจาะเฉพาะลงไปในเรื่องการเปิดและปิดเขื่อน
เมื่อเป็นสถานการณ์เช่นนี้จึงมิได้อาศัยเพียง”ความรู้”ในเรื่องน้ำและวิกฤตของน้ำเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังต้องมี”ความคิด”ในเชิงการบริหารประสานเข้าไปด้วย
เด่นชัดว่าคนหนึ่งคิดแบบ”นักการเมือง” อีกคนหนึ่งคิดแบบ
“นักวิชาการ”
แต่ความลึกซึ้งของเรื่องนี้อยู่ที่”การบริหาร”อย่างมีนัยสำคัญ
เหมือนกับ”นักวิชาการ”จะวางน้ำหนักอยู่ที่ข้อมูลและความเป็นจริง เหมือนกับ”นักการเมือง”จะเน้นในเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
แต่ปัญหาเฉพาะหน้าก็มิอาจเป็นไปอย่างไร้”วิธีวิทยา”
ถามว่า”รัฐมนตรีช่วยว่าการ”คนนั้นอยู่กระทรวงใด เกี่ยวข้องโดยตรงกับ”เขื่อน”ที่อยู่เบื้องหน้าหรือไม่
ตอบได้เลยว่าอยู่กระทรวงมหาดไทย
ถามต่อว่าเขื่อนนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาด ไทยหรือไม่
ตอบได้เลยว่าเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ความเห็น”ต่าง”ระหว่าง”นักวิชาการ”กับ”รัฐมนตรีช่วยว่าการ”อยู่ตรงไหน
ตอบได้เลยว่าอยู่ไม่ควร”ปิด”เขื่อน
เพราะว่าอาจจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ผลและความต่อเนื่องจะรุนแรง กว้างไกล และลึกซึ้ง
นักวิชาการจึงใช้ถอ้ยคำที่ค่อนข้างจะรุนแรง
รุนแรงถึงระดับที่ระบุเป็นตัวอักษรได้ว่า”เขื่อนระบายน้ำไม่ใช่ที่เด็กไปวิ่งเล่น”
นี่ย่อมเป็นการสรุปจากฐาน”ความรู้”และ”ความคิด”
มองผ่านม่านควันแห่งวาทกรรมคำพูดอันเป็น”วิวาทะ”ไปยังสภาพ ความเป็นจริง
ความเป็นจริงของ”น้ำท่วม” ความเป็นจริงของ”รัฐบาล”
นี่มิได้เป็นเพียงปัญหาของกระทรวงการอุดมศึกษา หรือปัญหาของกระทรวงศึกษาธิการ
หากแต่เป็นปัญหาของ”รัฐบาล”โดยองค์รวม
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
