คุยกับทูต | หลุยซา ราเกอร์ หวนคืนไทย… เปิดบทใหม่ไทย – อียู (1)
คุยกับทูต | ชนัดดา ชินะโยธิน
Exclusive Talks With Ambassadors | Chanadda Jinayodhin
สหภาพยุโรปคือหนึ่งในหุ้นส่วนสำคัญของไทย ทั้งด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาที่ยั่งยืน การศึกษา และความสัมพันธ์ระดับประชาชน
ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปยิ่งมีบทบาทสำคัญในการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ เสริมสร้างเสถียรภาพ และร่วมมือรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
การเข้ารับตำแหน่งของ นางหลุยซา ราเกอร์ (H.E. Mrs. Luisa Ragher) จึงเกิดขึ้นในจังหวะที่น่าจับตา สำหรับเธอ นี่มิใช่เพียงการหวนคืนสู่ประเทศที่เคยปฏิบัติหน้าที่ระหว่างปี พ.ศ. 2557-2561 หากยังเป็นการกลับมาในฐานะเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และเป็นสตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังขยายความร่วมมือในหลากหลายมิติ เดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี และเตรียมก้าวเข้าสู่วาระครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี พ.ศ.2570 เอกอัครราชทูตราเกอร์ได้ถ่ายทอดผ่าน “คุยกับทูต” ถึงทิศทางใหม่ของความสัมพันธ์ไทย-สหภาพยุโรป
ตลอดจนความหมายของความเป็นหุ้นส่วนที่ประชาชนทั้งสองฝ่ายสามารถสัมผัสได้จริง

หวนคืนไทย
ในบทบาทและมุมมองใหม่
ประเทศไทยมิใช่ดินแดนแปลกหน้าสำหรับเอกอัครราชทูตหลุยซา ราเกอร์ หลังจากเคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ.2557-2561 หากแต่บทบาทใหม่และบริบทความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เธอมองเห็นโอกาสครั้งสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปกับไทย
“เมื่อดิฉันประจำการในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ.2557-2561 ความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับไทยเผชิญความท้าทายหลายประการ ขณะนั้นกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (PCA) ยังไม่มีผลบังคับใช้ ส่วนการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ก็ถูกระงับไว้
“วันนี้สถานการณ์แตกต่างไปอย่างชัดเจน เรามี PCA เป็นกรอบการทำงานที่เป็นรูปธรรม และกำลังเดินหน้าเจรจา FTA อย่างต่อเนื่อง บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือให้ลึกซึ้งและครอบคลุมยิ่งขึ้น ดิฉันจึงมองเห็นโอกาสสำคัญที่จะผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศไทยให้ก้าวไปอีกระดับ
“ในระดับส่วนตัว ดิฉันได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนไทยนับตั้งแต่มาประจำการครั้งแรกในปี พ.ศ.2557 การหวนคืนในครั้งนี้จึงให้ความรู้สึกประหนึ่งได้กลับบ้าน-กลับสู่ประเทศที่ดิฉันและครอบครัวได้เรียนรู้ที่จะรักและผูกพัน ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่”

65 ปี บนเส้นทาง
ไทย-สหภาพยุโรป
หกสิบห้าปีของความสัมพันธ์ทางการทูตมิได้สะท้อนเพียงระยะเวลา หากยังหมายถึงความไว้วางใจที่ไทยและสหภาพยุโรปร่วมกันสั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ในสายตาของเอกอัครราชทูตราเกอร์มองว่า เมื่อโลกเต็มไปด้วยความผันผวน การมีหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ ยึดมั่นในกติกาสากล และพร้อมก้าวไปด้วยกัน ยิ่งมีความหมายมากกว่าที่เคย
“ความสำเร็จสำคัญคือ เจตจำนงทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายที่จะเดินหน้าไปด้วยกัน โดยมีระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนหลักกฎหมายและพหุภาคีนิยมเป็นพื้นฐาน”
ความมุ่งมั่นดังกล่าวปรากฏเป็นรูปธรรมผ่านกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน หรือ PCA ซึ่งลงนามในปี พ.ศ.2565 และเริ่มมีผลใช้บังคับเป็นการชั่วคราวในปี พ.ศ.2567 นับเป็นกรอบความตกลงทวิภาคีที่ครอบคลุมฉบับแรกระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป และเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่สิทธิมนุษยชนและแรงงาน ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญคือ การรื้อฟื้นการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีในปี พ.ศ.2566 สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้ก้าวไกลกว่าเดิม
“เส้นทางสู่ข้อตกลงที่มีคุณภาพย่อมไม่ง่าย แต่เราต้องหาจุดสมดุลที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ พร้อมสร้างเงื่อนไขการแข่งขันที่เท่าเทียมสำหรับผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย สิ่งที่ทำให้ดิฉันมั่นใจคือความมุ่งมั่นอย่างจริงจังของทั้งไทยและสหภาพยุโรปที่จะผลักดันการเจรจาครั้งนี้ไปสู่ความสำเร็จ”

จากโต๊ะเจรจา…
สู่ประโยชน์ที่ประชาชนสัมผัสได้
แม้เรื่องระหว่างประเทศอาจดูห่างไกลจากชีวิตประจำวัน แต่สำหรับเอกอัครราชทูตหลุยซา ราเกอร์ ความเป็นหุ้นส่วนที่ดีต้องสร้างประโยชน์ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ทั้งด้านการเดินทาง การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจ
ในปี พ.ศ.2568 นักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรปเดินทางมาไทยกว่า 4 ล้านคน สร้างรายได้ถึง 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 16 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด
ขณะเดียวกัน กฎ “วีซ่าแบบขั้นบันได” ยังเปิดโอกาสให้คนไทยที่มีประวัติการเดินทางดีได้รับวีซ่าเชงเก้นแบบเข้าออกหลายครั้ง โดยมีอายุสูงสุดถึง 5 ปี
ในด้านการศึกษา โครงการ Erasmus+ ได้เปิดประสบการณ์ใหม่แก่นักศึกษา นักวิชาการ และบุคลากรไทยแล้วกว่า 2,200 คน
นอกจากนี้ ยังมีทุนเต็มจำนวนสำหรับการศึกษาระดับปริญญาโทในหลักสูตร Erasmus Mundus ซึ่งท่านทูตสนับสนุนให้เยาวชนไทยใช้ประโยชน์จากโอกาสเหล่านี้อย่างเต็มที่
ความเป็นหุ้นส่วนดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการคุ้มครองสินค้าท้องถิ่นผ่านระบบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI สินค้าไทยอย่างข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยตุง และมะพร้าวน้ำหอมราชบุรีจึงมิได้เพียงได้รับการรับรองในยุโรป แต่ยังช่วยสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
พร้อมสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอีกด้วย

ยุโรปในโลกที่ผันผวน
ท่ามกลางความขัดแย้ง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เอกอัครราชทูตหลุยซา ราเกอร์ ย้ำว่า สันติภาพยังคงเป็นหัวใจสำคัญของสหภาพยุโรป
“เราต้องการทำงานร่วมกับหุ้นส่วนทั่วโลกเพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่ง”
เธอชี้ว่า สหภาพยุโรปและไทยต่างยึดมั่นในพหุภาคีนิยม กฎหมายระหว่างประเทศ และระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกา หลักการเหล่านี้เป็นรากฐานของการทำงานร่วมกันทั้งในระดับทวิภาคีและภูมิภาค
ในมิติเศรษฐกิจ สหภาพยุโรปดำเนินแนวทาง “ลดความเสี่ยง ไม่ใช่ตัดขาด” ผ่านการกระจายหุ้นส่วน สร้างเครือข่ายที่เชื่อถือได้ และพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่มีความมั่นคงและยั่งยืน โดยมองไทยเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยทำเลที่ตั้ง ฐานอุตสาหกรรม และความเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ขณะที่ข้อตกลงการค้าเสรีจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งร่วมกัน
บทบาทของสหภาพยุโรปยังขยายจากมิติเศรษฐกิจไปสู่ประเด็นความมั่นคง ปัจจุบัน ไทยและสหภาพยุโรปกำลังร่วมกันรับมืออาชญากรรมออนไลน์และภัยคุกคามทางไซเบอร์ ตลอดจนส่งเสริมความมั่นคงทางทะเลและเสรีภาพในการเดินเรือ
ความท้าทายที่ไม่มีประเทศใดสามารถรับมือได้เพียงลำพัง
