bg-single

ฟันโทษแมนซิตี้ ผิดกฎการเงิน 114 ข้อ สะเทือนวงการลูกหนังผู้ดี

03.10.2026

Technical Time-Out | SearchSri

นับเป็นกรณีอื้อฉาวที่สั่นสะเทือนวงการลูกหนังอังกฤษครั้งใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ เมื่อ พรีเมียร์ลีก ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า สโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีความผิดในข้อกล่าวหาละเมิดกฎทางการเงินขั้นร้ายแรง หลังเป็นมหากาพย์ยืดเยื้อมานานหลายปี

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น จึงขอไล่เรียงลำดับเหตุการณ์นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของปัญหาจนมาถึงปัจจุบันที่มีความคืบหน้าครั้งใหญ่ (แม้จะยังไม่ถึงบทสรุปก็ตาม)

ดังนี้

พฤศจิกายน 2018 : แดร์ สปีเกล สื่อดังของเยอรมนี รายงานว่า เว็บ ฟุตบอลลีกส์ (Football Leaks) ที่แฉเรื่องลับๆ ในวงการลูกหนัง มีข้อกล่าวหาว่าแมนซิตี้ทำผิดกฎการเงิน (financial fair play)

มีนาคม 2019 : สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เปิดการสอบสวนรายงานของแดร์ สปีเกล

พฤษภาคม 2019 : แมนซิตี้ตอบโต้การตรวจสอบ และยื่นอุทธรณ์

พฤศจิกายน 2019 : ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ไม่ยอมรับคำอุทธรณ์ของซิตี้

กุมภาพันธ์ 2020 : ยูฟ่าประกาศลงโทษแบนซิตี้จากการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรป 2 ปี และปรับอีก 30 ล้านยูโร (990 ล้านบาท ณ เวลานั้น)

กรกฎาคม 2020 : ยกเลิกโทษแบนจากบอลถ้วยยุโรปหลังซิตี้ยื่นอุทธรณ์กับศาลกีฬาโลก

กรกฎาคม 2021 : ซิตี้แพ้คดีในศาลที่ยื่นร้องห้ามสื่อรายงานการตรวจสอบของพรีเมียร์ลีกว่าด้วยการละเมิดกฎการเงิน

เมษายน 2022 : แดร์ สปีเกล รายงานข้อมูลใหม่ว่าซิตี้โดนพรีเมียร์ลีกตรวจสอบมา 3 ปีแล้ว พร้อมรายละเอียด

กุมภาพันธ์ 2023 : พรีเมียร์ลีกตั้งข้อหาซิตี้ 115 ข้อ (ฐานทำผิดกฎการเงินและไม่ให้ความร่วมมือกับการสืบสวนหาข้อเท็จจริง)

กันยายน 2024 : เริ่มต้นการไต่สวนระหว่างพรีเมียร์ลีกและแมนซิตี้ในข้อหา 115 ข้อ กินระยะเวลา 10 สัปดาห์

กุมภาพันธ์ 2025 : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือเรือใบสีฟ้า ให้สัมภาษณ์ว่า สโมสรน่าจะรู้ผลการตัดสินใน 1 เดือน (เป๊ปลาทีมแมนซิตี้หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา)

25 กันยายน 2026 : สื่อพร้อมใจกันรายงานว่า คณะกรรมการอิสระมีคำตัดสินแล้ว พบว่าแมนซิตี้มีความผิดถึง 114 จากข้อกล่าวหา 115 ข้อ

29 กันยายน 2026 : พรีเมียร์ลีกออกแถลงการณ์ความยาว 40 หน้าผลการตรวจสอบของคณะกรรมการอิสระ และยืนยันว่าแมนซิตี้มีความผิดจริง

ประเด็นน่าสนใจที่สื่ออังกฤษบางสำนักหยิบยกมาจากการศึกษารายละเอียดของเอกสารนี้คือ คณะกรรมการอิสระใช้คำว่า “Sham” ในเนื้อหาเอกสาร 40 หน้า ถึง 8 ครั้ง โดยคำนี้หมายตามพจนานุกรมว่า ว่า “การโกง หลอกลวง ล่อลวงด้วยสิ่งลวงตา หรือการต้มตุ๋น”

การใช้คำนี้ย้ำๆ ในหลายจุดคล้ายเป็นการย้ำเตือนเรื่องความผิดร้ายแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นไปตามที่สื่อระบุก่อนหน้านี้ว่า สโมสรผิดทุกข้อหาเกี่ยวกับการละเมิดกฎการเงินขั้นร้ายแรง และผิดเกือบทุกข้อหา (พ้นผิดข้อหาเดียว) ในประเด็นการไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวน

รายละเอียดคร่าวๆ ในความผิดของแมนซิตี้มีจุดเริ่มต้นจากการเข้าเทกโอเวอร์สโมสรของกลุ่มทุน อาบูดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป เมื่อปี 2008 เจ้าของใหม่มีความทะเยอทะยานที่จะพาทีมประสบความสำเร็จอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยการดึงนักเตะเก่งๆ และโค้ชฝีมือดีมาร่วมทีม ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องใช้เงินมหาศาล

ปัญหาคือ ณ ตอนเริ่มต้นฤดูกาล 2009-2010 แมนซิตี้มียอดขาดทุนสะสมในฤดูกาลเดียวเป็นตัวเลขสูงมาก และเสี่ยงจะเป็นอย่างนั้นไปอีกอย่างน้อย 5 ฤดูกาล ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งยูฟ่าและพรีเมียร์ลีกกำลังจะนำกฎควบคุมการเงิน (Financial Fair Play – FFP) มาใช้ ผู้บริหารแมนซิตี้จึงต้องเร่งเพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์หรือสิทธิประโยชน์เพื่อไม่ให้เป็นการรับเงินโดยตรงจากเจ้าของทีม

กุศโลบายที่ผู้บริหารทีมเรือใบสีฟ้านำมาใช้คือการทำสัญญาสปอนเซอร์ที่มีมูลค่าสูงเกินจริงและสูงกว่ามูลค่าตลาดโดยแบ่งจ่ายเป็น 2 ส่วน คือ ค่าธรรมเนียม (Base fee) ที่ผู้สนับสนุนจ่ายจริง กับเงินส่วนต่าง (Tagged sum) ที่ทางกลุ่มอาบูดาบีออกให้อย่างลับๆ ผ่านสัญญาดังกล่าว ทำให้รายได้ของทีมสูงขึ้นมาก สามารถนำไปลงทุนซื้อนักเตะได้โดยไม่ต้องกลัวว่าเป็นการใช้เงินที่รายจ่ายเกินกว่ารายรับและผิดกฎ FFP

คัลดูน อัล มูบารัก (กลาง) ประธานสโมสรแมนซิตี้ และเฟร์ราน โซเรียโน่ (ขวา) ซีอีโอสโมสร

เอกสารของคณะกรรมการอิสระระบุว่า ระหว่างฤดูกาล 2009-2010 ถึงฤดูกาล 2017-2018 รวม 9 ฤดูกาล ที่แมนซิตี้โดนตรวจสอบนั้น มีรายได้เชิงพาณิชย์จากสปอนเซอร์ที่ลงบัญชีไว้ 949.94 ล้านปอนด์ (41,797.36 ล้านบาท) แต่สปอนเซอร์จ่ายจริงๆ (Base fee) แค่ 119.25 ล้านปอนด์ (5,247 ล้านบาท) ส่วนต่างที่เหลือ (Tagged sum) เป็นเงินที่เจ้าของสโมสรจ่ายเองถึง 830.69 ล้านปอนด์ (36,550.36 ล้านบาท)

ทางสโมสรพยายามชี้แจงว่าพรีเมียร์ลีกเข้าใจสัญญาคลาดเคลื่อน แต่คณะกรรมการอิสระมองว่านั่นเป็นเพียง “ข้ออ้าง” เพื่อปกปิดความจริงเท่านั้น ทั้งยังยกตัวอย่างการตกแต่งบัญชีฉุกเฉินในเดือนพฤษภาคมปี 2013 หรือไม่ถึง 1 สัปดาห์ก่อนปิดรอบบัญชีฤดูกาล 2012-2013 เมื่อซิตี้พบว่าตัวเลขยังขาดอีก 9.9 ล้านปอนด์ (435.6 ล้านบาท) จึงจะผ่านเกณฑ์ FFP ของยูฟ่า หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีสัญญาสปอนเซอร์ฉบับแก้ไขใหม่ขึ้นมาเพิ่มรายรับจ่ายโบนัสย้อนหลังและการทัวร์แข่งขันในสหรัฐอเมริกา โดยไม่ได้ติดต่อหาสปอนเซอร์ในสัญญาดังกล่าวเลย

นอกจากปัญหาเรื่องสัญญาหมกเม็ดข้างต้นแล้ว ยังมีความผิดส่วนอื่นอีกหลายรายการ ทั้งการผุดโครงการ ลองโบว์ ในปี 2012 โดยโครงการดังกล่าวเป็นความพยายามหารายได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ติดตรงที่สโมสรได้โอนเงินให้บริษัท ฟอร์ดแดม ให้บริษัทนี้นำเงินกลับมาซื้อลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์นักเตะจากสโมสรในราคาสูงเกินจริง

อีกทั้งยังมีการจ่ายค่าตอบแทนผ่านบุคคลที่ 3 เพื่อซ่อนค่าใช้จ่ายนอกบัญชี โดยกรณีที่นักเตะหรือผู้จัดการทีมบางคนมีค่าตอบแทนสูง ก็ใช้วิธีจ่ายผ่านบุคคลที่ 3 บันทึกเป็นสัญญาที่ปรึกษาแทน

สารพัดความผิดเหล่านี้นำมาซึ่งคำถามเกี่ยวกับบทลงโทษ เพราะที่ผ่านมา เคยมีสโมสรที่ทำผิดกฎการเงินและโดนลงโทษมาแล้วหลายทีม อาทิ เชลซี โดนปรับ 10.75 ล้านปอนด์ (473 ล้านบาท), เอฟเวอร์ตัน กับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ โดนตัดแต้ม, โทษจำกัดการขึ้นทะเบียนนักเตะใหม่ในตลาดซื้อขาย ฯลฯ

แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีทีมใดที่โดนตัดสินว่ามีความผิดมหาศาลอย่างเรือใบสีฟ้ามาก่อน

แน่นอนว่าสโมสรต่างๆ กำลังจับตามองคำตัดสินว่าด้วยบทลงโทษของพรีเมียร์ลีกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเทียบบัญญัติไตรยางศ์ว่าถ้าเชลซี เอฟเวอร์ตัน ฟอเรสต์ เคยโดนลงโทษเท่านั้นเท่านี้จากความผิดที่จิ๊บจ้อยกว่าซิตี้ แล้วทีมเรือใบสีฟ้าควรจะโดนหนักขนาดไหน?

บทลงโทษที่มีการคาดการณ์กันไว้มีตั้งแต่โดนปรับมหาศาล โดนตัดแต้ม โดนปรับตกชั้น โดนถอดสมาชิกจากพรีเมียร์ลีก หรือโดนริบแชมป์ โดยในช่วงเวลาปัญหา 9 ฤดูกาลที่โดนตรวจสอบ แมนซิตี้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, แชมป์เอฟเอคัพ 1 สมัย และแชมป์ลีกคัพ 3 สมัย ผ่านยุคกุนซือ 3 คน คือ โรแบร์โต้ มันชินี่, มานูเอล เปเยกรินี่ และเป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ทางผู้บริหารแมนซิตี้ยังคงใจดีสู้เสือ บอกกับแฟนๆ ไม่ต้องตื่นตระหนก สโมสรมั่นใจว่าจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ เริ่มต้นจากการยื่นอุทธรณ์ (หลังมีบทลงโทษออกมาแล้ว)

ด้วยกระบวนการทางกฎหมายนั้น กว่าขั้นตอนต่างๆ จะมีข้อสรุปที่ชัดเจน คาดว่าจะใช้เวลาอีกนาน เช่นเดียวกับที่ข่าวเรื่องแมนซิตี้ทำผิดปรากฏมานาน 6-7 ปี ก่อนจะมีคำตัดสินออกมาในที่สุด

เรียกว่ายังมีมหากาพย์ตอนต่อให้ติดตามกันยาวๆ และน่าจะเข้มข้นขึ้นตามลำดับ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

โชยุราเมนหมูทงคัตสึ
ฟันโทษแมนซิตี้ ผิดกฎการเงิน 114 ข้อ สะเทือนวงการลูกหนังผู้ดี
สต๊อกสะสมบ้านคอนโดฯ เริ่มลดลง
ถอดรหัสแวดวงยานยนต์เมืองไทย สกัดรถนำเข้า-ผู้บริโภคเปลี่ยนไป
2 ทอง 1 เงินเอเชี่ยนเกมส์ ‘ยูเซน บิว’ ภูริพล บุญสอน ก้าวสู่ตัวท็อปเวิลด์คลาส
หอมหมื่นลี้ ไหว้พระจันทร์
การช่วยชีวิต ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
อ่านคนไร้ราก (จบ)
‘Thai’s Got Talent’s (TGT)’: วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ทุกคนเก่ง
E-DUANG | หยิก”เล็บ” เจ็บลึกถึง “เนื้อ” กรณี สุชาดา แทนทรัพย์
คิดต่อจาก 6 ตุลา (8) : ร่างเพื่อนล้มลง เรายังอยู่
การ์ตูน จุก ชายคา