สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง
มูลนิธิสุขภาพไทย
เราอาจจะยังไม่ยอมรับ แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า โลกใบใหญ่ของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป
สิ่งที่ไม่เคยประสบก็ต้องพบเจอ เหตุการณ์ฝนตกวนเวียนนิ่งแช่ไม่ไปไหน เราเห็นมาแล้วที่ภาคใต้ที่ อ.หาดใหญ่เมื่อปลายปีก่อน ที่ อ.ปัว จ.น่านเมื่อไม่นานมานี้ และกรุงเทพมหานคร รวมถึงอีกหลายจังหวัดที่กำลังเผชิญฝนตกหนักน้ำท่วมในช่วงนี้
ภัยจากธรรมชาติเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะเกิดขึ้นได้อีก เราไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
ในฐานะส่งเสริมการใช้สมุนไพรและทำงานเกี่ยวข้องกับสุขภาพ ก็ขอให้ทุกท่านพร้อมรับมือโรคภัยที่มากับน้ำท่วม หลายท่านคงเคยได้ยินมาแล้วแต่ก็ขอให้ความสำคัญมาย้ำเตือนอีกสักครั้ง ซึ่งโรคเหล่านี้มีทั้งรุนแรงและไม่รุนแรง แต่ถ้าไม่ระวังอาการที่ไม่รุนแรงก็ลุกลามได้ อันดับแรก โรคไข้ฉี่หนู เราไม่รู้ว่าหนูอยู่ที่ไหน แต่พอน้ำท่วมไหลมาก็พาปัสสาวะหนูมาด้วย โรคนี้ยังหมายถึงปัสสาวะจากสัตว์อื่นด้วย เช่น สุนัข แมว หมู วัว ควาย เพราะปัสสาวะเหล่านี้จะมีเชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปรา (Leptospira) ทำให้ใครที่สัมผัสหรือผ่านทางบาดแผลทางผิวหนังที่แช่ในน้ำนานๆ ไม่สบายมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง และปวดกล้ามเนื้อน่องหรือโคนขาอย่างรุนแรงได้
โรคทางเดินอาหาร พอน้ำท่วมน้ำก็ปนเปื้อนเชื้อโรคจากขยะมากมาย ถ้าไม่ระวังการกินและดื่มน้ำ ก็จะทำให้เกิดอาการท้องเสีย ถ้าอาการหนักก็อาจเป็นอาหารเป็นพิษ คลื่นไส้ อาเจียนด้วย
โรคตาอักเสบ (ตาแดง) ก็เกิดขึ้นได้ง่ายเพราะน้ำท่วมไม่สะอาดหรือมีเชื้อโรคเมื่อไม่ทันระวังอาจกระเด็นเข้าตา หรือเมื่อมือสกปรกเผลอมาขยี้ตา ก็จะมีอาการเคืองตา น้ำตาไหล ตาแดงได้ และบางบ้านที่หนีน้ำไปอยู่ในที่แคบๆ หรือใครที่จำเป็นต้องไปอยู่ศูนย์พักพิง อยู่ในที่แออัดและได้รับความชื้นจากน้ำ ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็น
โรคติดต่อทางเดินหายใจ หมายถึงติดหวัด มีไข้ได้ง่าย และถ้าน้ำนิ่งขังจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ก็ต้องระวังยุงกัดไม่ให้เป็นไข้เลือดออกด้วย
สําหรับโรคและอาการที่ไม่ได้รุนแรงนัก แต่ถ้าไม่ระวังให้ดีก็นำไปสู่อาการที่รุนแรงได้คือ โรคน้ำกัดเท้า เพราะถ้าเป็นไม่มากรีบรักษาก็ไม่ลุกลาม แต่ถ้าปล่อยให้คัน เกา จนเกิดแผลและยังย่ำน้ำแช่น้ำอาจนำไปสู่แผลติดเชื้อ อาการเริ่มจากคันตามซอกนิ้วเท้า อาจจะนิ้วมือด้วยถ้าแช่น้ำนาน ต่อมาผิวหนังลอก เป็นตุ่มพุพอง หรือเป็นหนอง จนเป็นแผล
โรคน้ำกัดเท้าเป็นโรคที่คนไทยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน หรือจะเรียกว่าเรามีตำรับยากลางบ้านเป็นที่รู้จักกันดีแต่ในอดีต แต่ปัจจุบันในโลกไฮเทคคนอาจหลงลืม หรือนึกไม่ถึง จึงขอนำเรื่องเก่าที่ยังทันสมัยมาช่วยพึ่งพาตนเองในยามวิกฤตที่จะหันไปพึ่งหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งคงไม่ทันการณ์ ขอเล่าเรื่องสมุนไพรพึ่งตนเองที่ช่วยแก้น้ำกัดเท้าให้เรียนรู้ ได้แก่
นำก้อนสารส้มเล็กๆ ใส่ลงในช้อน แล้วเอาช้อนไปลนไฟจากเปลวเทียน จนสารส้มละลายเป็นน้ำ แล้วเอาหัวไม้ขีดที่ยังไม่ได้ใช้มาจุ่มน้ำสารส้ม แล้วทาบริเวณที่น้ำกัดเท้า ทาบางๆ วันละ 4 ครั้ง จนหาย หรือนำสารส้มบดละเอียด นำไปสะตุ (ใส่หม้อดินตั้งไฟจะละลายเป็นฟูสีขาวๆ) แล้วนำดินสอพองสะตุ (ใส่ในหม้อดินหรือกระทะ) เช่นกัน การสะตุเพื่อการฆ่าเชื้อโรค แล้วนำยาทั้ง 2 อย่าง อย่างละเท่าๆ กัน มาผสมกัน ใช้ทาบริเวณที่เป็น วันละ 3-4 ครั้ง หรือเอาต้นกระเม็งตัวเมียทั้งต้น (ยกเว้นไม่เอาราก) ใช้ต้นสดนำมาตำ คั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับดินสอพอง ทาหรือทาให้มีเนื้อดินสอพองติดบริเวณที่เป็น ทาวันละ 3-4 ครั้ง

ต้นสมุนไพรที่แนะนำให้มีประจำบ้านหรือชุมชน คือ ต้นทองพันชั่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ Rhinacanthus nasutus (L.) Kurz จัดอยู่ในวงศ์ ACANTHACEAE มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีกเช่น ทองคันชั่ง หญ้ามันไก่ (ภาคกลาง) เป็นต้น แต่ฝรั่งมองด้วยสายตาโรแมนติกเห็นว่าทองพันชั่งมีดอกสีขาว รูปร่างของดอกเหมือนนกกระเรียน จึงเรียกต้นดอกนกกระเรียนขาว หรือ White crane flower
ทองพันชั่งเป็นสมุนไพรที่โดดเด่นใช้รักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เชื้อราบนผิวหนังได้เป็นอย่างดี ใช้ได้หลายส่วนทั้งต้นและใบสด รากสดหรือแห้งก็ได้ วิธีที่ง่ายที่สุดใช้ใบสดมาล้างน้ำ ตำคั้นเอาน้ำทาหรือเอาพอกบริเวณที่เป็นโรคผิวหนัง หรือใช้แก้น้ำกัดเท้าได้ นอกจากนี้ สามารถนำใบสดมาแช่เหล้าขาวหรือแอลกอฮอล์ไว้สัก 5-7 วัน กรองน้ำยาเก็บไว้ใส่ขวดเล็กๆ นำมาทาบริเวณที่เป็นโรคผิวหนัง คัน และแก้กลากได้ด้วย ทาวันละ 1-2 ครั้ง
ยังมีภูมิปัญญาดั้งเดิม ใช้รากของทองพันชั่งบดละเอียด ผสมน้ำมะขามและน้ำมะนาว ชโลมทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน หรือโรคผิวหนังก็ได้
เสลดพังพอนหรือพญายอก็ควรปลูกไว้ใช้ ตามสรรพคุณยาไทยใบเสลดพังพอนใช้แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย และแก้เริม งูสวัด โดยนำใบมาขยี้เอาน้ำทาที่แผล แต่ในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า น้ำคั้นจากใบเสลดพังพอนตัวเมียสามารถลดการอักเสบที่ผิวหนังได้ ซึ่งฤทธิ์เช่นนี้จึงช่วยลดอาการแสบคันได้ด้วย ถ้าจะทำเป็นสูตรแป้งน้ำทาก็ตำคั้นน้ำแล้วผสมกับแป้งดินสอพอง เป็นยากำจัดเชื้ออ่อนๆ มีความเย็น ช่วยแก้อาการคันได้
ใบชุมเห็ดเทศ นำมาล้างน้ำตำคั้นเอาน้ำทาก็ช่วยอาการน้ำกัดเท้าและแก้คันได้ มีชาวบ้านพัฒนาสูตรยาของชุมชนตนเอง นำเอาทองพันชั่ง พญายอ ชุมเห็ดเทศ หั่นชิ้นเล็กๆ แล้วดองด้วยแหล้าขาว กรองเอาน้ำยาใส่ขวดเล็กใช้แก้น้ำกัดเท้า ผื่นคัน แก้ผิวหนังติดเชื้อราได้ด้วย
โลกวิกฤตแต่ถ้าเราไม่ประมาท มารวบรวมความรู้ดูแลตนเอง และเพาะปลูกสมุนไพรที่จำเป็นไว้ใช้ในครัวเรือนและชุมชน ปัญหาหนักก็จะเบาลงได้แน่นอน
