เมอร์เซเดส-เบนซ์ ‘electric GLC’ SUV ไฟฟ้าสวยสะกดทั้งภายนอก-ใน
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
สร้างความตื่นตาตื่นใจไม่น้อย เมื่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว “The all-new electric GLC”
SUV ไฟฟ้าประกอบไทยรุ่นแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์
นอกจากนี้ เป็นรถรุ่นแรกที่สร้างบนแพลตฟอร์ม MB.EA-M สำหรับรถขนาดกลาง ไม่ใช่รถสันดาปที่ดัดแปลงเป็นไฟฟ้า
จุดเด่นคือต่างจาก GLC รุ่นเครื่องยนต์สันดาป ที่ขายในไทยตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
ค่ายดาวสามแฉกตั้งเป้าให้เป็นมาตรฐานใหม่ของ Mid-Size SUV ไฟฟ้าในไทย

แนวคิดการออกแบบ “Sensual Purity” ลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็น
กระจังหน้าขนาดใหญ่เรืองแสงด้วย LED 942 จุด โครงสร้างแบบ Smoked-Glass Look มี Contour Lighting และ Illuminated Graphics ประกอบเป็นแอนิเมชั่นต้อนรับ
มาพร้อมสัญลักษณ์ดาวสามแฉกขนาดใหญ่เห็นมาแต่ไกล
ไฟหน้า DIGITAL LIGHT เจเนอเรชั่นใหม่ ใช้เทคโนโลยี Micro-LED สว่างและคมชัดขึ้น ใช้พลังงานลดลงกว่า 50%
มาพร้อมไฟสูง ULTRA RANGE และไฟเลี้ยวตามโค้ง (Cornering Light)
กระจกมองข้างพับรับด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว
มือเปิดประตูแบบซ่อน
ด้านท้ายทรงสวยไฟวางพาดกลาง แบ่ง 2 ฝั่งส่องสว่างในทรงกลม 4 ดวง แทรกด้วยสัญลักษณ์ดาวสามแฉก
ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และระบบ Hands-Free Tailgate
ฝาชาร์จ AC/DC เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า
หล่อขึ้นด้วยชุดแต่ง AMG Line plus และ Night Package
ล้ออัลลอย ขนาด 21 นิ้ว รัดด้วยยาง ขนาด 235/45
หลังคากระจก Panoramic พร้อม SKY CONTROL ปรับความโปร่งได้ 3 โหมดด้วยเทคโนโลยี Liquid Crystal ได้แก่ Clear, Opal และ Motif เคลือบลดความร้อนจากรังสี IR และกัน UV ได้มากกว่า 99.9%
ภาพรวมภายนอกแม้ได้ชื่อว่าเป็นเอสยูวี แต่ได้อารมณ์แบบรถครอสโอเวอร์


ภายในดูอวกาศเบาๆ และเน้นความสปอร์ตสุด
เด่นด้วยหน้าจอแบบ MBUX Hyperscreen ใหญ่ที่สุดในรถทุกรุ่นของค่าย
หน้าจอยาว 39.1 นิ้ว ยาวตลอดแนวคอนโซลแบบ Pillar-to-Pillar ดูอลังการงานสร้างมาก
พวงมาลัย 3 ก้านพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น
ช่องแอร์ซ้าย-ขวาทรงกลม จอตรงกลางเรียวเล็ก ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา และเจาะช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่จอกลางและด้านซ้ายสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า
ใช้ระบบ Matrix-Backlight Technology 1,000 LEDs และระบบปฏิบัติการ MB.OS Superbrain ที่มี AI ช่วยประมวลผล
ระบบนำทาง MBUX Surround Navigation by Google Maps
ระบบเสียง Burmester 3D Surroung Sound System ลำโพง 15 ตำแหน่ง มีระบบชดเชยเสียงรบกวน
เชื่อมต่อุปกรณ์ภายนอกได้ทุกรูปแบบ


เบาะนั่งคู่หน้าหุ้มด้วยหนังสีเทา-ดำ ARTICO nappa-look เดินด้ายแดง ปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมความจำ 3 ตำแหน่ง
เข็มขัดนิรภัยสีแดงสด เด่นสุดสุด
มีระบบระบายอากาศ และ Welcome Seats
เบาะนั่งด้านหลัง แยกอิสระ 40 : 20 : 40
สวิตช์ไฟฟ้าควบคุมการพับเบาะนั่งด้านหลัง แยกซ้าย-ขวา
กระจกบังลมหน้า 2 ชั้น Acoustic Glass
ระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร
ที่เก็บของด้านหลังความจุ 570 ลิตร หากพับเบาะเพิ่มเป็น 1,740 ลิตร



ขุมพลังมอเตอร์คู่แบบ PSM (เพลาหน้า-หลัง) ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC
กำลังสูงสุด 421 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตัน-เมตร
อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ชั่วโมง 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 ก.ม./ชั่วโมง
จุดเด่นไม่พ้นระบบเกียร์ 2 จังหวะปรับเปลี่ยนอัตโนมัติ ขณะที่รถไฟฟ้าส่วนใหญ่ใช้เกียร์อัตราทดเดียว
เกียร์ 2 จังหวะช่วยให้มอเตอร์ทำงานได้เหมาะสมในทุกย่านความเร็ว ทั้งการออกตัว และความเร็วสูง
แบตเตอรี่ 85 kWh ระบบไฟ 800V
ระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม 616 ก.ม. (WLTP)
รองรับการชาร์จกระแสตรง (DC Charging) สูงสุด 320 kW ชาร์จจาก 10-80% ได้ในระยะเวลา 22 นาที
หรือใครเร่งด่วนชาร์จ 10 นาที สามารถขับขี่ได้ไกลเพิ่มขึ้น 255 กิโลเมตร
ส่วนชาร์จแบบกระแสสลับ (AC Charging) รองรับสูงสุด 22 kW จาก 0-100% ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 45 นาที
ระบบชาร์จถือว่าเป็นอีกจุดเด่นเพราะทำได้ค่อนข้างเร็ว


ฟังก์ชั่นการขับขี่และความปลอดภัยระบบ MB.DRIVE เจเนอเรชั่นที่ 6
ติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ MB.DRIVE ASSIST ที่รวมเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงไว้อย่างครบถ้วน
มีระบบ TERRAIN MODE ขับขี่แบบ Off-Road ปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อน พวงมาลัย และเบรกให้เหมาะกับพื้นผิว
มีฟังก์ชั่น Transparent Bonnet แสดงภาพใต้พื้นรถ
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ MB.DRIVE กล้อง 10 ตัว เรดาร์ 5 ตัว เซ็นเซอร์ 12 ตัว
กล้องรอบคัน 360 องศา, ระบบเบรกอัตโนมัติ, หยุดรถแบบฉุกเฉิน


ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ, ระบบเตือนมุมอับสายตา, ควบคุมรถให้อยู่ในเลน
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย
ระบบ KEYLESS-GO with Hands-Free Access
กุญแจ DIGITAL KEY ฯลฯ
ช่วงนี้เน้นเดินสายยั่วน้ำลายลูกค้าไปก่อน เพราะจะเปิดรับจองและราคาอย่างเนทางการ ในงาน “มอเตอร์ เอ็กซ์โป” ปลายปีนี้
สนนราคาช่วงแนะนำไม่เกิน 3.7 ล้านบาท
ถือว่าทำราคาได้น่าสนใจมาก ส่งผลให้ตลาดรถ EV หรู ในบ้านเราสะเทือนแน่นอน
