bg-single

เอกชนปรับตัวแล้ว เหลือรัฐทำอะไรได้

07.10.2026

ก่อสร้างและที่ดิน | นาย ต.

ผู้ที่เฝ้าติดตามความเป็นไปของธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งจากตัวเลขดัชนีสำคัญและความจริงที่ปรากฏในตลาด

จะพบว่า 20 ปีมานี้ไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่เรียกว่า เมกะโปรเจ็กต์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดรายได้รวมของประเทศและทำให้เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจเลย

10 ปีหลังมานี้จึงชัดเจนว่า “รายได้ประชาชาติ” ที่แท้จริงหรือ Real GDP ประเทศ โตเฉลี่ยปีละ 1.9%

ผลลัพธ์ที่ตกแก่ประชาชนที่ทำงานกินเงินเดือนคือ โครงสร้างเงินเดือนบริษัทห้างร้านต่างๆ แทบไม่เพิ่มขึ้นเลย

คนทำมาหากินขนาดกลางและขนาดเล็กหรือ SME ก็ฝืดเคืองชักหน้าไม่ถึงหลัง

ประชาชนทั่วไปต้องกู้กินกู้ใช้หนี้สินครัวเรือนท่วมสูง

ธุรกิจ SME ยอดขายตกแต่ต้นทุนยังมี ก็เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินจำนวนมาก

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บ้านคอนโดมิเนียม ปี 2563-2564 ชะงักจากวิกฤตโควิด-19 ปี 2565-2566 ตลาดดีจากกำลังซื้อที่ “อั้น” ช่วงโควิดกลับมาจับจ่าย

จากนั้นตั้งแต่ปี 2567, 2568 ถึงปัจจุบันปี 2569 กำลังซื้อในตลาดบ้านคอนโดฯ ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ปรับแผนลดจำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่ลงอย่างต่อเนื่องทุกปี แม้แต่ในแผนปีที่ประกาศโครงการเปิดใหม่ไปแล้ว ระหว่างทางยังมีการปรับลดจำนวนลงมาอีกไม่น้อย

ส่วนบริษัทขนาดกลางและเล็กจำนวนมากหยุดการเปิดตัวโครงการใหม่

ทุกบริษัทหันมาเน้นการรณรงค์ขายบ้านคอนโดฯ ที่สร้างเสร็จเป็นสต๊อกสะสมเพื่อให้ได้เงินสดเข้ามาเป็นสำคัญ

ถึงกลางปี 2569 ก็พบว่าจำนวนบ้านคอนโดฯ สร้างเสร็จสต๊อกรอการขายมีปริมาณลดลง

หมายถึงซัพพลายใหม่ที่เข้ามามีจำนวนน้อยกว่าจำนวนการซื้อใหม่และโอนกรรมสิทธิ์

ทำให้ดัชนีชี้วัด absorption rate ที่ใช้เปรียบเทียบปริมาณสต๊อกกับยอดขายดีขึ้นทั่วประเทศ

แสดงถึงการปรับตัวด้านซัพพลายที่ลดจำนวนการผลิตใหม่ลงมากเพียงพอจนสามารถระบายสต๊อกเก่าออกไปได้

ขณะเดียวกัน ระหว่างปี 2568-2569 ปริมาณบ้านมือสองเสนอขายที่เข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจดังกล่าวมีผลกระทบต่อรายได้หรือการจ้างงานกับเจ้าของบ้านที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระกับธนาคาร มีผลกระทบกับธุรกิจ SME ที่ใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ ทำให้เกิดหนี้เสียและกลายเป็นทรัพย์ NPA ธนาคาร เป็นบ้านมือสองเข้าสู่ตลาด

จนทำให้ตลาดบ้านมือสองมีขนาดพอๆ กันกับตลาดบ้านใหม่ โดยจำนวนหน่วยหรือยูนิตบ้านมือสองมีปริมาณมากกว่า ส่วนมูลค่าบ้านใหม่มีมูลค่ามากกว่า

ผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยก็มีการเปลี่ยนทัศนคติ หันมาซื้อบ้านมือสองมากขึ้น มีจำนวนโอนกรรมสิทธิ์ไม่ต่างไปจากบ้านใหม่ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยระดับราคากลางและล่าง เนื่องจากบ้านในโครงการใหม่มีต้นทุนที่ดินและค่าก่อสร้างสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ราคาต่อยูนิตบ้านใหม่สูง ขณะที่บ้านมือสองมีราคาต่ำกว่า และมักมีทำเลที่อยู่ใกล้เมืองมากกว่าด้วย

แสดงถึงการปรับตัวของผู้บริโภคที่ยังมีความต้องการและมีกำลังซื้อ

การปรับตัวในด้านอื่นๆ ในส่วนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ส่วนใหญ่สามารถบริหารอัตราส่วนหนี้ต่อทุนหรือ D/E เรโชอยู่ในเกณฑ์ดี ปัญหาหุ้นกู้ครบกำหนดชำระได้รับการแก้ไขไปเป็นส่วนใหญ่ ที่มีแนวโน้มน่ากังวลก็ในเรื่องของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross margin) หลายรายลดต่ำกว่า 30% เนื่องจากมีการแข่งขันลดราคามาก

ในส่วนของประชาชน พบว่าผู้ที่เป็นหนี้เสียมีการเปลี่ยนแปลง ยินยอมเจรจาประนอมหนี้ และตีทรัพย์ชำระหนี้โดยไม่ต้องเป็นคดีความกันจำนวนมาก ทำให้สถาบันการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียได้รวดเร็ว และยังจะทำให้มีทรัพย์บ้าน NPA เข้าสู่ตลาดเร็วขึ้นมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าในตลาดอสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ทั้งบริษัทเอกชนผู้ผลิตสินค้าและประชาชนในฐานะผู้บริโภค ได้มีการปรับตัวทั้งทัศนคติและวิธีการกันอย่างรวดเร็ว ปัญหาถัดจากนี้ไปยังเหลืออยู่เรื่องเดียวคือเรื่องกำลังซื้อในตลาด

การทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีระดับรายได้สูงขึ้น มีหนี้สินลดลง ซึ่งเป็นเรื่องทางมหภาคที่รัฐบาลต้องเป็นผู้ดำเนินการ

แค่กรณีฝนตกแช่เมื่อเร็วๆ นี้ น้ำท่วมกรุงเทพฯ หลายพื้นที่ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล ทั้งที่ประเทศไทยมีเทคโนโลยี มีข้อมูลข่าวสารที่จะรู้ล่วงหน้า มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่จะจัดการภัยพิบัติ มีกำลังคนทั้งข้าราชการและอาสาสมัคร

ปัญหาอยู่ที่การบริหารจัดการของรัฐ ไม่ทำอะไร ทำไม่เป็น

สุดท้ายเมื่อจบเหตุการณ์แทนที่จะสรุปเพื่อปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการ แต่กลับไปอนุมัติโครงการจัดซื้อจัดจ้างมูลค่าแสนล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งใครๆ ก็ดูออกว่ามีเจตนาเพื่อผลประโยชน์อะไร

ปัญหาระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาระดับรายได้ประชาชน ปัญหาหนี้ครัวเรือน มันจะแก้ได้ไหม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เอกชนปรับตัวแล้ว เหลือรัฐทำอะไรได้
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (196)
เชลยศึกสงครามลาว (51) ความซื่อสัตย์ของศัตรู
ความคิดทางเศรษฐกิจ ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (34)
จาก CSR ถึง ESG : การปรับตัวของธุรกิจไทย
E-DUANG | บทเรียน การ”ถอดบทเรียน” จาก ประชาชน สู่”พลเมือง”
คุณหญิงสุดารัตน์ ออกโรงเตือน ชัชชาติ จะเอาโครงการขยายคลอง และอุโมงค์ยักษ์มาทดแทนแก้มลิงไม่ได้
‘50 ปี 6 ตุลา ‘เท้ง’ ชี้ รำลึกอดีตเพื่อมองไปข้างหน้า เดินหน้าแก้กติกาไม่ให้เผด็จการใช้อำนาจเข่นฆ่าประชาชนซ้ำ
คิดต่อจาก 6 ตุลา (8) : ร่างเพื่อนล้มลง เรายังอยู่
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (23)
50 ปี 6 ตุลา (5) ความรุนแรงในบริบททางภูมิรัฐศาสตร์
เทศกาล ‘เดาผล’ : The Nobel Prize in Literature 2026