ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

เพิ่งจบจากคอนเสิร์ต “เพลงนิติพงษ์” ครับ

แม้ใช้ชื่อ Wednesday Song แต่เราเล่น “ท่ายาก” ด้วยการทำคอนเสิร์ตเพลงของ “พี่ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค เต็มๆ เลย

ให้ “พี่ดี้” เป็นพระเอก

มีการพูดคุย และมีศิลปินอย่าง “พลพล-โบ สุนิตา-เกี๊ยง เกียรติศักดิ์”

และนักร้องจากเดอะวอยซ์ “กีตาร์” และ “แซม”

สิ่งที่ผมกับ “เอก-สยามพิฆ” ต้องทำอันดับแรก คือ การเลือกเพลงของ “พี่ดี้” จาก 400 เพลง เหลือ 20 เพลง

แต่ด้วยความเสียดาย เราจึงขอเพิ่มเป็น 25 เพลง

จากนั้นก็วางสคริปต์ว่าจะเรียงเพลงอย่างไร และจะพูดคุยช่วงไหน เรื่องอะไรบ้าง

เรื่องนี้ “เอก” เป็นหลักเพราะเขามีประสบการณ์จัดคอนเสิร์ตมาแล้ว

ส่วนผมเป็น “ผู้ช่วย” คอยขอเพิ่มโน่นเพิ่มนี่ตามประสาคนไม่เคยทำ

และอยากให้เนื้อหาแน่นๆ

ถามว่าเหนื่อยไหม

ตอบได้เลยว่า “มากก…”

แต่ได้ “ความรู้” เยอะเลยครับ

ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วง “เพลงอกหัก”

“พี่ดี้” เล่าถึงเหตุผลว่าทำไมเพลงทั้งโลกนี้ส่วนใหญ่เป็นเพลงอกหัก

“เพราะในเกมชีวิต คนที่พ่ายแพ้มีมากกว่าผู้ชนะ”

เล่นกีฬา คนได้เหรียญทองก็มีคนเดียว

ที่เหลือแพ้หมด

และที่สำคัญ ความรู้สึกของคนพ่ายแพ้นั้นซับซ้อนกว่าผู้ชนะ

ท่าของผู้ชนะมีไม่กี่ท่า

ชนะก็ดีใจ

ตอนชนะไม่ค่อยคิดว่าชนะเพราะอะไร

แต่คนที่พ่ายแพ้จะมีคำถามในใจมากมาย

แล้ว “พี่ดี้” ก็ยกตัวอย่างตอนที่เขาไปดูฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศระหว่าง “อิตาลี” กับ “ฝรั่งเศส”

“อิตาลี” ยิงลูกโทษชนะ

ภาพที่เห็นคือ ช่างภาพส่วนใหญ่เฮไปที่นักเตะอิตาลี

มีน้อยมากที่หันกล้องไปหา “ฝรั่งเศส”

“พี่ดี้” พกกล้องวิดีโอเล็กๆ เข้าไปด้วย เขาเก็บภาพประวัติศาสตร์นั้น

แต่ซูมไปที่นักเตะอิตาลีแวบเดียว

ก่อนจะแบนกล้องไปที่นักเตะฝรั่งเศส

ซูม “ปาร์เตซ” ผู้รักษาประตู ที่เพิ่งรับลูกโทษพลาด

เขานั่งพิงเสาประตู ก้มหน้า

“พี่ดี้” บอกว่าเขาสนใจมากว่า “ปาร์เตซ” กำลังคิดอะไรอยู่

ตั้งคำถามในใจอะไรบ้าง

นี่คือ สิ่งที่ “นักแต่งเพลง” อยากรู้

กล้องของ “นักแต่งเพลง” จะไม่เหมือนกล้องของคนทั่วไป

จะเก็บรายละเอียดที่คนทั่วไปมองไม่เห็น

ก่อนจะสรุปว่าเพลงที่พูดถึงคนที่พ่ายแพ้จึงอยู่ในใจคนมากกว่าเพลงของผู้ชนะ

เพราะ “ผู้แพ้” คือ คนส่วนใหญ่ในแผ่นดิน 555

ภาพประกอบ : Wednesday Song

มีช่วงหนึ่งที่เราเล่นเกมกับ “คนดู”

“พี่ดี้” แต่งเพลงมามากมาย แต่เขาไม่ได้ใช้ชื่อ “นิติพงษ์ ห่อนาค” ทุกเพลง

ตอนนั้น “พี่ดี้” ถือเป็นนักแต่งเพลงมือทอง แต่งเพลงไหนก็ฮิต

เขาไม่อยากให้คนรู้ว่าเพลงนั้นเขาเป็นคนแต่ง

อยากให้เพลงทำงานด้วยตัวมันเอง

ไม่ใช่คนฟังเพลงนี้เพราะชื่อ “นิติพงษ์”

และตามนิสัยกวนๆ คิดอะไรขำๆ ชื่อที่เขาคิดมาแต่ละชื่อจึงไร้ความน่าเชื่อถือมาก

บนเวที ทีมงานเอาชื่อทั้งหมด 25 ชื่อขึ้นจอ

1. นิติพงษ์ ห่อนาค 2. ดี้ 3. คนเดิมเปี๊ยบเลย 4. จักรวรรดิ พัฒน์พิบูลย์ 5. จักรวรรดิ พ. 6. เทียม จริงใจ 7. นาถวลี อัตเมธากุล 8. น้องแพ็ท กับอาดี้ 9. น้องสีห์ ธาราสด 10. บดินทร์ พงศ์นาค

11. บางนา ท่าเรือ 12. ประดับ ปนทอง 13. ประภา จันเนิน 14. เพียงออ 15. สีห์ เทกีล่า 16. สีห์ ธานีเขียว 17. สีห์ ธาราสด 18. สีห์ ธาราใส 19. สีห์ สามัคคีประชาชื่น 20. หน้าสิ่ว หน้าขวาน

21. หมู 22. อำพน พันธ์เดิม 23. โอภาส พันธ์ดี 24. มวลหมู่

แล้วถามว่าชื่อไหนไม่ใช่ “พี่ดี้”

คนดูก็ทายกันสนุก

แต่คำตอบก็คือ ทุกชื่อ คือ “พี่ดี้”

มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เช่น “สีห์” ที่มีหลายนามสกุล

นามสกุล คือ สัญลักษณ์ว่าตอนนั้นกำลังดื่มอะไรอยู่

ถ้า “ธานีเขียว” ก็คือ เบียร์ขวดเขียว

“ธาราสด” คือ เบียร์สด

“บางนา-ท่าเรือ” มาจากตอนนั้นเห็นชื่อป้ายทางด่วน ก็เลยว่าเอาป้ายนั้นมาตั้งชื่อ

“คนเดิมเปี๊ยบเลย” คือ นามแฝงที่ใช้กับเพลงถัดมาจากเพลงแรกที่แต่งโดย “นิติพงษ์ ห่อนาค”

เพื่อจะบอกคนฟังว่าคนแต่งคนเดียวกันครับ

ภาพประกอบ : Wednesday Song

อีกเกมหนึ่งที่เล่นบนเวทีคือ ให้คนดูทายในกรุ๊ปไลน์โอเพ่นแชตว่าเพลงไหนของ “พี่ดี้” ที่ “พี่จิก” ประภาส ชลศรานนท์ ชอบมากที่สุด

มีให้เลือก 3 เพลง

1. เข้าใจ 2. ดนตรีในดวงใจ 3. ไม่รักแต่คิดถึง

คำตอบคือ “ดนตรีในดวงใจ” ในหนัง “วัยระเริง” ที่ “เปี๊ยก โปสเตอร์” กำกับการแสดง

ความน่ารักของช่วงนี้อยู่ที่ “คำอธิบาย” ของ “พี่จิก” ครับ

เขาเขียนส่งให้ “เอก” อ่าน

พี่จิกให้เหตุผลว่า 1. พี่ดี้แต่งเพลงดีๆ และดังๆ ไว้เยอะมาก ถ้าจะมีการเลือกเพลงจากคนอื่น ยังเดาว่าเพลงนี้น่าจะไม่มีคนเลือก เพราะความดังมันแพ้เพลงอื่นๆ

แต่ที่ “พี่จิก” เลือกเพลงนี้ ก็เพราะว่าอยากให้คนอื่นได้ฟังกันอีกครั้งว่า เพลงนี้มันดีจริงๆ

2. เพลงนี้เป็นเพลงแรกของ “พี่ดี้” ที่ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ ในตอนนั้นพอ “พี่จิก” เห็นเนื้อเพลงนี้ครั้งแรกจากเพื่อน ก็รู้เลยว่า ไอ้เพื่อนคนนี้มันเป็น “นายภาษา” ของจริง

3. พี่จิกชอบเพลงนี้เป็นการส่วนตัวในมุมที่เขาร่วมทำหนังเรื่องนี้ด้วย

เป็น “คนเขียนบท” และแต่งเพลงหลายเพลงในเรื่อง

“พี่จิก” บอกว่าคำที่พี่ดี้เลือกมาใช้ มันเป็นคำที่คนแต่งเพลงยุคนั้นไม่เขียนแน่ๆ

“ตีกลอง หวดกลอง ให้หนังกลองมันรองรับ ซัดไว้ไม่นับ จะนับไปทำไม”

เขาบอกว่านี่มันเพลงร็อกชัดๆ “จะนับไปทำไม” คำนี้พี่ดี้คิดออกมาง่ายๆ เหมือนคนไม่ยี่หระ

“พี่ดี้” ตีโจทย์เพลงนี้แตก ใช้เนื้อเพลงอธิบายแคแร็กเตอร์ของตัวละครตัวนี้ด้วยประโยคเพียงไม่กี่ประโยค

“พี่จิก” ซึ่งเป็นคนเขียนบทหนังเรื่องนี้ บอกว่าเขาต้องใช้เวลาเขียนบทหลายฉากที่จะบอกเล่าแคแร็กเตอร์ของพระเอก

แต่พอได้ฟังเพลงนี้มาใส่ในฉาก

เขาทุ่นแรงในการเขียนบทไปทันที

นี่คืออานุภาพของเพลงบรรทัดเดียว ที่มีอานุภาพกว่าไดอะล็อกทั้งหน้า

4. เพลงนี้อาจจะเป็นหนึ่งในจุดกำเนิดของแกรมมี่

“พี่จิก” บอกว่าเขาคิดเองว่า เมื่อ “พี่เต๋อ” ได้เห็นเพลงนี้ ก็ถาม “พี่จิก” ว่าใครแต่งเนื้อร้อง

พอรู้ว่า “พี่ดี้” แต่ง เขาจึงชวนพี่ดี้ไปแต่งเพลงต่อในชุด “เต๋อ 1”

และหลังจากนั้น ลายเซ็นการเขียนเพลงของพี่ดี้ ก็ได้กลายเป็นลายเซ็นของแกรมมี่ไปหลายทศวรรษ

“พี่ดี้” นั่งฟังด้วยความรู้สึกเขินนิดๆ ที่เพื่อนชม

แต่ก็คงรู้สึกดีในใจ

เพื่อนกับเพื่อน ถ้าเจอหน้ากันคงไม่พูดตรงๆ แบบนี้

แต่ผมเชื่อว่าเป็นความรู้สึกที่แท้จริง

หลังจาก “พี่ดี้” ฟังเหตุผลของ “พี่จิก” จบ เขาก็บอกว่า จริงๆ แล้วเพลงนี้พี่จิกมีการแก้เนื้อร้องด้วยนิดหน่อย

เช่น ช่วงที่พี่ดี้เขียนไปว่า “อารมณ์จะดี ไม่ดีช่างอารมณ์” คำว่า “ไม่ดีช่างอารมณ์” คือคำที่พี่จิกปรับแก้

ของเดิมที่ “พี่ดี้” เขียนคือ “อารมณ์จะดี ไม่ดีช่างปะไร”

เขาสรุปว่าถ้า “พี่จิก” บอกว่า “พี่ดี้” เป็น “นายภาษา”

“พี่จิก” ก็คงเป็น “ประธานบริษัทภาษา”

และตบท้ายว่าเขาคิดว่าเหตุผลหนึ่งที่ “พี่จิก” เลือกเพลงนี้ เพราะ “พี่จิก” มีส่วนแต่งด้วย 555



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

VERITY | ‘เท็จ/จริง?’
ขอขมาผีน้ำผีดินของประชาชน
เพลงนิติพงษ์
‘ใกล้’
คุยกับทูต | หลุยซา ราเกอร์ หวนคืนไทย…เปิดบทใหม่ไทย – อียู (2)
Frieren : Beyond Journey’s End | ตอนที่ 2 อนุสาวรีย์บอกอะไร
บันเทิงในภาวะ”ถดถอย”? | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | รัฐบาล ฝ่ายค้าน คือผู้อาสา “ประชาชน” คือ “ผู้ตัดสิน”
มงคลวัดช่องลม-ท่าฉลอม สมเด็จแก้วสุทธิ-พระปิดตา ‘หลวงพ่อแก้ว’ พระเกจิชื่อดัง
บันทึกเหยื่อน้ำท่วม
การบินไทย Best Come Back ตกหลุมอากาศ ลุ้นกัปตัน CEO ใหม่กู้วิกฤต
เอกชนปรับตัวแล้ว เหลือรัฐทำอะไรได้