รายงานพิเศษ
นาฬิกา เวลา ความหรูหรา
และราคาที่นักการเมืองต้องจ่าย
นาฬิกาหรูหรา เป็นสมบัติล้ำค่าของนักการเมือง
แทบทุกครั้งในการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รายการทรัพย์สินอื่นที่นักการเมืองทุกรายต้องแจ้งแนบท้าย คือ “นาฬิกา”
เรื่องราวของนาฬิกาหรูอยู่ใน “ความตื่นตา” ของนักการเมือง ครั้งแรกๆ เมื่อราว 20 กว่าปีก่อน ที่พรรคไทยรักไทยได้ผู้นำเป็นอดีตนักธุรกิจหมื่นล้านอย่าง “ทักษิณ ชินวัตร”
อัศวินคลื่นลูกที่ 3 นำรสนิยมนักธุรกิจเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ทั้งชุดสูท เสื้อผ้า นาฬิกา รถหรู ทำให้นักการเมืองต่างจังหวัดใฝ่ฝันและใช้เป็นต้นแบบ
เล่ากันในบรรดาที่ปรึกษาทางการเมือง-กลุ่มเชิ้ตขาว ที่รวมชาวคนเดือนตุลาไว้ด้วย ในยุคแรกๆ ของทักษิณ เกือบทุกคนได้ของขวัญเป็นนาฬิกา Rolex เรือนทอง
เล่ากันอีกว่า ครั้งหนึ่งทักษิณจัดงานวันเกิดที่บ้านจันทร์ส่องหล้า งานนั้นทักษิณนำนาฬิกาที่ตัวเองใช้ให้แขกนักการเมือง-ลูกพรรคไทยรักไทยจับฉลาก คนที่ได้นาฬิกาคราวนั้นปลื้มล้นใจข้ามปี
ยุคนั้น ส.ส.-นักการเมืองคลั่งไคล้นาฬิกา บางรายลงทุนซื้อนาฬิกาหรูมือสอง บางรายซื้อของปลอมระดับเกรด A จากราคาของจริงหลักหลายล้าน ในราคาหลักหมื่น แต่เมื่ออยู่บนข้อมือรัฐมนตรี มันจึงมีสถานะ “เหมือนของจริง”
ประเด็นเรื่องนาฬิกาอยู่คู่กับทักษิณในทุกสถานะ วันที่พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 1 ปี เขาแจ้งบัญชีทรัพย์สิน มีรายการครอบครองนาฬิกาทั้งสิ้น 26 เรือน มูลค่ารวมในขณะนั้น 10,810,000 บาท
กระทั่งเขาห่างจากประเทศไทยไป 17 ปี เมื่อกลับบ้านอีกครั้ง ประเด็นนาฬิกาก็ยังอยู่คู่ข้อมือ เมื่อปรากฏภาพทักษิณนั่งเครื่องบินส่วนตัว เขาใส่นาฬิกา Patek Philippe รุ่น 2019 NEW Grand Complications 47.4 mm Grandmaster Chime 6300G คาดกันว่าราคากว่า 100 ล้านบาท
ทว่า เมื่อเครื่องบินแลนดิ้ง 22 สิงหาคม 2566 ที่ข้อมือของทักษิณกลับปรากฏว่าสวมนาฬิกา Swatch X Omega Mission to the Mars ที่คาดราคากันว่าไม่ถึงหมื่นบาท
ถัดจากนั้น 1 ปี วันที่ทั้งครอบครัวชินวัตรได้รับรางวัลชีวิตสูงสุด เมื่อบุตรสาวคนเล็ก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก้าวสู่การเป็นนายกรัฐมนตรี ในพิธีรับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 18 สิงหาคม 2567 แสงของความตาร้อนของนักการเมืองก็โฟกัสนาฬิกาของทักษิณ เป็น Patek Philippe รุ่น Grand Complications Ref. 6300GR-001 ราคา กว่า 101 ล้านบาท
นาฬิกา-ราคาตั๋วร่วมรัฐบาล?
นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นอีกรายที่ไม่ยอมน้อยหน้าแวดวงนาฬิกา มีทั้งแบบหรูหราและแบบ “ทรงคุณค่า” แม้ราคาไม่ถึงครึ่งหมื่นบาท
อนุทิน-แจ้งบัญชีทรัพย์สินล่าสุด มีนาฬิกาเรือน 22 เรือน มูลค่ารวม 60 กว่าล้านบาท
แต่มูลค่าราคา-ความหรูหราไม่สำคัญเท่าสัมพันธ์การเมืองลึก เมื่อใกล้ฤดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และย่างเข้าวาระการปรับคณะรัฐมนตรี อนาคตคือ “ขั้วการเมืองใหม่” ที่อาจรวม “ขั้วฝ่ายค้าน” เข้าสู่ดินแดน “พรรคร่วมรัฐบาล”
ปรากฏภาพนักการเมืองรุ่นใหญ่ รวยระดับพันล้านอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พรรคกล้าธรรม ที่มีนาฬิกาหรู 11 เรือน ทั้ง Patek Philippe 7 เรือน และ Richard Mille RM แต่กลับโชว์ข้อมือสวมนาฬิกา CASIO AE-1200WH ส่งนัยคอนเนกชั่นพิเศษ “ถอดมาจากข้อมือ” ของอนุทิน
ต่อมาบรรดารัฐมนตรี “ลูกเทพ” และลูกน้องคนสนิทของอนุทิน ออกมาโชว์นาฬิกา CASIO ลดราคา 60% ยี่ห้อ CASIO AE-1200WH หรือฉายาในวงการว่า “CASIO Royale” มีการระบุราคาป้ายและหน้าร้านทั่วไปเริ่มต้น 1,200–1,700 บาท
แต่ความพิเศษของนาฬิกาที่ธรรมดานี้คือ ราคารวมสลักชื่อเลเซอร์ “อนุทิน ชาญวีรกูล” และ “Anutin Charnvirakul” ราคา 1,900 บาทเท่านั้น
“นาฬิกาเพื่อน” ราคาที่ไม่ต้องจ่าย
วงการนาฬิกาฮือฮา แกมกังขาอย่างหนัก เมื่อปรากฏภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยกข้อมือบังแดดขณะถ่ายภาพคณะรัฐมนตรี 4 ธันวาคม 2560 แสงของนาฬิกาหรู Richard Mille มูลค่าหลักล้าน แต่ไม่มีในบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งว่า มีนาฬิกา TW STEEL 1 เรือน มูลค่า 15,000 บาทเท่านั้น
กลายเป็นวาระการตรวจสอบนานกว่า 5 ปี ที่สุด ป.ป.ช.สรุปว่า ในปี 2561 พล.อ.ประวิตรมีนาฬิกาหรูจำนวน 22 เรือน แต่เป็นของนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ที่ให้ พล.อ.ประวิตรยืมใช้จำนวน 21 เรือน
ขณะที่อีก 1 เรือนยังตรวจสอบไม่พบรายละเอียดข้อมูล
เข็มนาฬิกา เวลาอดีตนายกฯ แคนดิเดตนายกฯ
นักการเมืองหลายคนเอาตำแหน่งมาหล่นบนองค์กรอิสระ บางรายผ่านการตรวจสอบ ป.ป.ช.ไปได้ แต่ตกม้าตายในคดีอื่นที่ศาลรัฐธรรมนูญ
อาทิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเวลา 358 วัน ตั้งแต่ 22 สิงหาคม 2566-14 สิงหาคม 2567
นายเศรษฐาเคยแจ้งบัญชีทรัพย์สิน รายการนาฬิกา 38 เรือน มูลค่า 121,953,100 บาท เช่น นาฬิกา Patek Philippe 5470P-001
อดีตแดนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ก้าวไม่ผ่านศาลรัฐธรรมนูญ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เคยแจ้งทรัพย์สิน 114,831,126.85 บาท เฉพาะรายการนาฬิกา 9 เรือน มูลค่า 7,240,000 บาท
นาฬิกา ส.ส.ใหม่-รวยไม่รู้เรื่อง
ประเด็นนาฬิกานักการเมืองเดินทางข้ามเวลามาถึงกรณีล่าสุด ส.ส.หน้าใหม่สมัยแรก เมื่อนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ตกอยู่ในการอภิปรายกลางสภาผู้แทนราษฎร เมื่อนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พาดพิงว่าเธอ “ไม่รู้รวยมาจากไหน” ในวาระกระทู้ถามนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรณีความคืบหน้ามีผู้เสนอสินบนให้แก่รัฐมนตรีจำนวน 40 ล้านบาท อาจเชื่อมโยงกับเรื่องสินบนสแกมเมอร์
จากในสภาฯ บานปลายไปสู่สถานีตำรวจ เมื่อนางสาวสุชาดาไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์
และเคลื่อนต่อไปเป็นประเด็นจากการเมืองไปสู่ชาวเน็ต และนักร้องทางการเมืองที่ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ตามภาพข่าวสังคมและการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.สุชาดาด้วย ปรากฏนาฬิกาบนข้อมือราว 4 เรือน มากกว่าจำนวนที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินไว้กับ ป.ป.ช.
ทั้งนี้ น.ส.สุชาดาแจ้งครอบครองทรัพย์สินไว้ เช่น นาฬิกา Patek Philippe และนาฬิกา Rolex GMT-Master II “Sprite” (ราคาประมาณ 420,000 บาท) รวมถึงกระเป๋าและเครื่องเพชร
ส.ส.สุชาดาตอบข้อกังขาไว้ว่า เธอได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินทุกอย่างที่เป็นชื่อของเธอ เป็นการทำตามหน้าที่ ส.ส.ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน…เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในการตรวจสอบเรื่องนี้
นาฬิกา…เวลาไม่หมุนกลับ
ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักธุรกิจ เศรษฐี ผู้ร่ำรวยทั่วโลกพิสูจน์สัจธรรมไปแล้วว่า “เวลา…หาใช่นาฬิกาที่เป็นความคุ้มค่า หรูหรา ใช้เงินหามาไม่ได้”
ครั้งหนึ่งนักการเมืองพรรคอนาคตใหม่พากันประกาศว่า “เวลาอยู่ข้างเรา” แต่เมื่อเข็มนาฬิกาหมุนไปข้างหน้า เวลาก็อยู่ข้างคู่แข่งและนักการเมืองคนอื่นด้วย
ในปี 2557 ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ กล่าวในงานงานเสวนา “นิธิ 20 ปีให้หลัง” จัดโดยเครือมติชน อาจารย์นิธิเล่าไว้ว่า
“ผมเป็นนักเล่นนาฬิกา สะสมนาฬิกาไว้หลายประเภท ทั้งนาฬิกาข้อมือ นาฬิกาแขวนข้างฝา และอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นนาฬิกาเก่าที่ยอมเสียเงินไปซ่อม และซื้อมาในราคาที่ค่อนข้างถูก และผมมาพบอย่างหนึ่งว่า นาฬิกามีข้อดีอย่างหนึ่งคือ คุณสามารถหมุนเข็มมันกลับไปสู่อดีตเมื่อไหร่ก็ได้ที่คุณรู้สึกว่าคุณต้องการ คุณหมุนมันกลับไปได้เลย ถ้าเป็นนาฬิกาข้อมือที่มีวันที่ก็หมุนวันที่ย้อนกลับไปให้เราได้ด้วย แต่ข้อเสียมีอยู่อีกอย่างก็คือ ถึงเราหมุนกลับไปแค่ไหนก็ตาม แต่มันก็เดินก้าวหน้าต่อไม่ยอมหยุด เดินไปถึงจุดที่เราไม่อยากให้มันมาถึงจนได้สักวันหนึ่ง”
“นาฬิกามันสอนใจเรา แม้หมุนกลับเวลาไปนาน หรือไกลแค่ไหนก็แล้วแต่ แล้วเมื่อคุณพอใจกับเวลาที่ตั้งใหม่ซึ่งเป็นอดีต อย่าลืมว่านาฬิกามันไม่หยุด มันเดินก้าวหน้ามาถึงยังจุดที่คุณไม่อยากจะเจอมันอีกตลอดไป ในฐานะคนเล่นนาฬิกา ผมรู้สึกว่า นาฬิกามันบอกความจริงอะไรบางอย่างที่หลายคนในประเทศไทยที่ยังท่องตำราหลวงวิจิตรวาทการอยู่ ไม่เข้าใจว่า คุณอาจถอยวัฒนธรรมกลับไปได้ ไม่ว่าจะถอยกลับไปถึงตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น”
“แต่ที่ร้ายกาจคือ เมื่อคุณถอยกลับไปแล้ว มันยังเดินต่อไปได้อีก จนมาถึงจุดที่คุณไม่อยากให้มันมาถึงจนได้เสมอ”
