bg-single

วิเคราะห์ 18 เหรียญทองทัพไทย สู่โจทย์ใหญ่การพัฒนาระบบกีฬา

10.10.2026

เขย่าสนาม | เมอร์คิวรี่

[email protected]

ทัพนักกีฬาไทยปิดฉากผลงานยอดเยี่ยมด้วยการคว้า 18 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน 21 เหรียญทองแดง ในศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกยา 2026” ที่ไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหากมองเฉพาะตัวเลขถือว่าน่าสนใจ เพราะสูงกว่าเป้าหมายแรกที่ตั้งไว้ 15 เหรียญทอง

อีกทั้งยังเพิ่มขึ้นจากเอเชี่ยนเกมส์ครั้งก่อนที่ทัพไทยทำได้ 12 เหรียญทอง ใน “หางโจวเกมส์ 2022” ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ซึ่งแข่งขันในปี 2023 ถึง 6 เหรียญทอง ที่สำคัญกว่านั้นคือ เหรียญทองครั้งนี้ไม่ได้มาจากกีฬาเพียงไม่กี่ชนิด แต่กระจายออกไปถึง 12 ชนิดกีฬา

เมื่อแยกดูทั้งหมด 18 เหรียญทอง จะเห็นว่าทัพไทยกำลังอยู่ตรงจุดเปลี่ยนสำคัญของการพัฒนาระบบกีฬา

เหรียญทองที่ 1-3 มาจาก เทคบอล คู่ผสม สุภาวดี วงศ์คำจันทร์-พักตร์พงษ์ เดชเจริญ, หญิงคู่ สุภาวดี วงศ์คำจันทร์-จุฑาทิพย์ กันทะธง และชายคู่ สรศักดิ์ เทาศิริ-จีรติ จันทร์เลียง สะท้อนถึงการมองเห็นอนาคตกีฬาชนิดใหม่ได้ชัดเจน เพราะเพิ่งบรรจุเอเชี่ยนเกมส์ครั้งแรก และไทยกวาดครบทั้ง 3 อีเวนต์ที่ส่งชิงชัย จนกลายเป็นมหาอำนาจของกีฬาใหม่ชนิดนี้

เหรียญทองที่ 4 มิกซ์มาร์เชียลอาร์ต หรือ MMA เหรียญประวัติศาสตร์ของ “แอม” กัญจุฑา ภัทรบุญซ่อน รุ่นไม่เกิน 54 กก.หญิง ซึ่งเป็นเหรียญทองแรกของไทยใน MMA และยังเป็นเหรียญทองจากอีกหนึ่งกีฬาใหม่ที่เพิ่งมีชิงชัยในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งแรก และเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของไทยในการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาไปสู่ระดับโลก

เหรียญทองที่ 5 ขี่ม้าทีมอีเวนต์ติ้ง ประกอบด้วย กรธวัช สำราญ, สุภาพ ขาวงาม, วรปรัชญ์ สิทธิจู และวีรภัฏ ปฏิกานนท์ ถือเป็นเหรียญที่น่าสนใจ เพราะขี่ม้าไม่ใช่กีฬาที่อาศัยเพียงพรสวรรค์ของนักกีฬา แต่ต้องอาศัยทั้งม้า บุคลากร สนามฝึกซ้อม การดูแลสัตว์ ทีมแพทย์ และประสบการณ์ระดับนานาชาติ

ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำต่อคือสร้างระบบสนับสนุนที่ต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสำเร็จเอาไว้

เหรียญทองที่ 6 ตะกร้อทีมชุดหญิง และเป็นแชมป์เอเชี่ยนเกมส์สมัยที่ 7 คือภาพกีฬาไทยดั้งเดิมที่ยังมีมาตรฐาน แต่ขณะเดียวกัน ตะกร้อก็เป็นตัวอย่างว่าการรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งนั้นยากกว่าการก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง ซึ่งคู่แข่งชาติอื่นๆ โดยเฉพาะเวียดนามและมาเลเซียกำลังไล่เข้ามาใกล้ ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องสร้างและพัฒนานักกีฬารุ่นใหม่ที่มีศักยภาพขึ้นมา

เหรียญทองที่ 7 กรีฑา วิ่ง 100 เมตรชาย “บิว” ภูริพล บุญสอน 9.90 วินาที ทำลายสถิติเอเชี่ยนเกมส์ และกลายเป็นนักกรีฑาไทยคนแรกนับตั้งแต่ปี 1978 ที่คว้าเหรียญทองรายการนี้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ มาตรฐานใหม่ เพราะนักกีฬาไทยไม่ได้เพียงชนะ แต่กำลังเข้าใกล้ระดับความเร็วที่สามารถใช้เป็นฐานในการต่อยอดสู่การแข่งขันระดับโลกได้

เหรียญทองที่ 8 กรีฑา วิ่ง 400 เมตรชาย จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน 44.90 วินาที ซึ่งเป็นสถิติส่วนตัวดีที่สุด ถือเป็นอีกหนึ่งเหรียญทองที่สะท้อนความหลากหลายของกรีฑาไทย เพราะไทยไม่ได้มีเพียงนักวิ่งระยะสั้น แต่ยังสร้างนักวิ่งระยะกลาง โจทย์หลังจากนี้จึงต้องสร้างนักกีฬาในระบบตั้งแต่เยาวชน และใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยมากขึ้น

เหรียญทองที่ 9 กรีฑา วิ่ง 200 เมตรชาย “บิว” ภูริพล บุญสอน 19.88 วินาที ทุบสถิติเอเชี่ยนเกมส์กระหึ่มอีกครั้ง และเป็นเหรียญทองแรกของไทยในรายการนี้นับตั้งแต่ปี 1974 ถือเป็นความสำเร็จส่วนบุคคลที่โดดเด่นที่สุดรายการหนึ่งของไทย แต่เป้าหมายไม่ควรหยุดเพียงเท่านี้ และต้องใช้เอเชี่ยนเกมส์เป็นหนึ่งในสถานีเพื่อพาเขาและนักกีฬารุ่นต่อไปถึงระดับโลก

เหรียญทองที่ 10 ตะกร้อทีมเดี่ยวชาย ป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่ 7 สะท้อนความแข็งแกร่งของระบบตะกร้อไทย แต่ขณะเดียวกันก็เตือนว่า ความสำเร็จในอดีตไม่ได้รับประกันอนาคต เมื่อคู่แข่งพัฒนาขึ้น การฝึกซ้อมของไทยก็ต้องพัฒนาเร็วกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะการสร้างผู้เล่นสำรองและนักกีฬารุ่นใหม่

เหรียญทองที่ 11 แบดมินตันชายเดี่ยว “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ คว้าเหรียญประวัติศาสตร์คนแรก นับตั้งแต่แบดมินตันถูกบรรจุชิงชัยเมื่อปี 1962 ทำให้เห็นว่าระบบแบดมินตันไทยยังมีศักยภาพในการผลิตนักกีฬาระดับโลก แต่โจทย์ใหญ่จากนี้คือไทยต้องสร้างนักแบดชายเดี่ยวเพิ่มเติม ไม่ใช่พึ่งพาความสามารถของนักกีฬาคนเดียว รวมทั้งประเภทอื่นๆ ด้วย

เหรียญทองที่ 12 สปอร์ต PUBG MOBILE เป็นสัญญาณว่ากีฬาไทยกำลังเข้าสู่พื้นที่ใหม่ เพราะอีสปอร์ตต้องการทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล ทีมเวิร์ก การตัดสินใจภายใต้ความกดดัน และการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ สิ่งที่ต้องพัฒนาต่อคือระบบอาชีพของนักกีฬา ทั้งสุขภาพ การพักผ่อน การศึกษา และเส้นทางหลังเลิกแข่งขัน

เหรียญทองที่ 13 วอลเลย์บอลชายหาดหญิง ทวงแชมป์รอบ 28 ปีได้จาก “ไบรท์” ธาราวดี นาราพรลภัส และ “เบส” วรพีรชยากร ก้องภพศรุตาวดี เหรียญนี้มีความหมายในอีกมิติหนึ่ง แสดงให้เห็นว่า หากมีการวางแผนการพัฒนาระยะยาว กีฬาที่เคยหายไปจากตำแหน่งแชมป์ก็สามารถกลับมาได้

สิ่งสำคัญคือ อย่าปล่อยให้ความสำเร็จหยุดอยู่กับที่ แต่ต้องสร้างรุ่นต่อไปขึ้นมาทันที

เหรียญทองที่ 14 มวยสากลหญิง “โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง รุ่น 54 กก. นักมวยหญิงไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ เป็นการเปิดประตูจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของมวยหญิงไทย แม้ว่าการพัฒนากำปั้นชายจะหยุดชะงัก แต่ยังมีนักชกหญิงช่วยกู้หน้า จากนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่จะต้องเร่งพัฒนานักชกชาย ควบคู่กับฝ่ายหญิง

เหรียญทองที่ 15 เรือใบ ประเภท ILCA6 หญิง โซเฟีย เกล มอนโกเมอรี และยังคว้าตั๋วโอลิมปิก 2028 เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของกีฬาที่ต้องใช้ทั้งเทคนิค ประสบการณ์ และการวางแผนระยะยาว จึงจำเป็นต้องมีระบบตั้งแต่เยาวชน การฝึกในสภาพแวดล้อมต่างประเทศ การเก็บประสบการณ์ในรายการระดับโลก และทีมสนับสนุนเฉพาะทาง

เหรียญทองที่ 16 ยูยิตสู “ปุ๊ก” อรภา เสนาธรรม รุ่นไม่เกิน 63 กก.หญิง เหรียญนี้สะท้อนว่ากีฬาต่อสู้ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของไทย แต่การจะรักษามาตรฐานต้องเน้นการสร้างนักกีฬาหลายรุ่น เพราะวงการกีฬาต่อสู้มีการแข่งขันสูง และการเปลี่ยนแปลงนักกีฬาเกิดขึ้นรวดเร็ว ระบบเยาวชนจึงต้องเข้มแข็งไม่แพ้ทีมชาติชุดใหญ่

เหรียญทองที่ 17 เรือใบ ประเภท ILCA4 รุ่นเยาวชนหญิง “ปิ่น” ปิ่นชนก คล้ายสมบูรณ์ สาวน้อยวัย 16 ปี เหรียญนี้อาจมีความสำคัญต่ออนาคตมากกว่าเหรียญทองบางเหรียญที่ได้จากนักกีฬาระดับสูง เพราะนี่คือนักกีฬาเรือใบรุ่นต่อไป ที่จะต้องเดินตามเส้นทางจากระดับเยาวชนไปสู่เอเชี่ยนเกมส์ครั้งหน้า ชิงแชมป์โลก และโอลิมปิก

เหรียญทองที่ 18 เทควันโด “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง รุ่นไม่เกิน 68 กก.ชาย คว้าเหรียญทองเป็นสมัยที่ 2 ต่อจากครั้งก่อนที่ทำได้จากรุ่น 63 กก. แต่ครั้งนี้ขยับน้ำหนักขึ้นมาเตะคว้าชัยได้สำเร็จ แสดงถึงนักกีฬาที่มีทั้งประสบการณ์และความสามารถในการรับมือกับแรงกดดัน แต่จากนี้จะต้องเดินหน้าต่อไปในระดับโลกและโอลิมปิกที่มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น

จากความสำเร็จทั้งหมด 18 เหรียญทองแสดงให้เห็นว่า ความหวังของทัพไทยกระจายตัวออกไปถึง 12 ชนิดกีฬา และมีฐานความสามารถทางกีฬากว้างขึ้น

แต่ฐานที่กว้างขึ้นยังไม่เท่ากับระบบที่แข็งแรง

ดังนั้น จะต้องเดินหน้าสร้างระบบในระยะยาวที่ควรจะทำต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเปลี่ยนจากการสร้างนักกีฬาเป็นรายคน สู่การสร้างระบบ รวมทั้งงบประมาณต้องลงไปถึงระดับเยาวชน

ขณะเดียวกัน วิทยาศาสตร์การกีฬาจะต้องไม่กระจุกตัว รวมทั้งจะต้องส่งนักกีฬาออกไปแข่งระดับโลกก่อนถึงโอลิมปิก อีกทั้งวิเคราะห์คู่แข่งมากกว่าวิเคราะห์ตัวเอง และต้องคิดถึงนักกีฬาหลังความสำเร็จ

เพราะบทสรุป 18 เหรียญทองไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นไปสู่การพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาไทย เพื่อให้ก้าวหน้าไปสู่ระดับโลกต่อไปอย่างภาคภูมิ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เอกชนปรับตัวแล้ว เหลือรัฐทำอะไรได้
น้ำตกหมูยอทอด
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ‘electric GLC’ SUV ไฟฟ้าสวยสะกดทั้งภายนอก-ใน
วิเคราะห์ 18 เหรียญทองทัพไทย สู่โจทย์ใหญ่การพัฒนาระบบกีฬา
มากับน้ำ (ท่วม)
จากเหรียญเอเชี่ยนเกมส์สู่มาเก๊า ‘สดมภ์’ นำทัพไทยล่าแชมป์ศึกใหญ่เอเชีย
‘ลูกจีนในโลกเจ๊ก’
คิดต่อจาก 6 ตุลา (9) : รูปที่รู้จักกันดี แต่ไม่รู้จักใครสักคน
ศีลธรรมก่อนน้ำท่วม
แตกตื่น
Wake Me Up When September Ends : จากผู้สูงวัยที่เสียชีวิตเพียงลำพัง สู่เยาวชนที่เลือกจบชีวิตในเดือนกันยายน
E-DUANG | วิภาษวิธี แห่ง บันเทิงธิปไตย ผลึกคิด จาก “นาคารชุน”