bg-single

รบพิเศษ เนเวอร์ ดายส์ ‘ผบ.ทบ.หมวกแดง’ ชาลเลนจ์ ‘บิ๊กเต้’-ตท.26 กับ ‘สัญญาใจ’ ทัพเรือ และ ‘ผบ.ทร.’ ที่ถูกซ่อนไว้

12.10.2026

รายงานพิเศษ

รบพิเศษ เนเวอร์ ดายส์

‘ผบ.ทบ.หมวกแดง’

ชาลเลนจ์ ‘บิ๊กเต้’-ตท.26

กับ ‘สัญญาใจ’ ทัพเรือ

และ ‘ผบ.ทร.’ ที่ถูกซ่อนไว้

แม้จะรู้กันว่า “รองเต้” พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ รอง ผบ.ทบ. ถูกจับตามองว่าจะเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไป ที่เตรียมทหารรุ่น 26 ได้วางตัวเอาไว้

แต่มีอายุราชการถึงตุลาคม 2571 นั่นหมายถึงว่าถ้าได้เป็น ผบ.ทบ .ก็จะนั่งแค่ 1 ปีเท่านั้น ต่อจากบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ เพื่อนร่วมรุ่น ตท.26 ที่จะเกษียณราชการ 30 กันยายน 2570

แต่มิชชั่นสำคัญของ พล.อ.พนา ก่อนจะเกษียณคือ การสร้างประวัติศาสตร์ให้ ตท.26 มี ผบ.ทบ.เป็นคนที่ 2 ต่อจากตนเองที่เป็นคนแรกของรุ่น แถมนั่งยาว 3 ปี แล้วถือเป็นประวัติศาสตร์ของกองทัพบก และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) ที่ได้สลับขึ้นเป็น ผบ.ทบ. กับนายทหารที่เติบโตมาจากแม่ทัพภาค1 หรือเติบโตมาในกองทัพภาค 1

เพราะหากย้อนไปในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา มี ผบ.ทบ.ที่เติบโตมาจากหน่วยรบพิเศษ และเคยเป็น ผบ.นสศ. ที่เทียบเท่าแม่ทัพภาค 5 ขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.แล้ว 4 คน คือ พล.อ.วิมล วงศ์วานิช ได้ขึ้นเป็นผบ.ทบ. หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535

จากนั้น บิ๊กแอ้ด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็น ผบ.ทบ.ยาว 4 ปี ตุลาคม 2541 ก่อนถูกขยับไปเป็น ผบ.ทหารสูงสุด ในปีสุดท้ายก่อนเกษียณ 2545

และต่อด้วย บื๊กบัง พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน เป็น ผบ.ทบ. 2 ปี ตั้งแต่ตุลาคม 2548-ตุลาคม 2550 และนำการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

ต่อด้วย บิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เป็น ผบ.ทบ. 2 ปี ตุลาคม 2559-ตุลาคม 2561

ดังนั้น หาก พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ได้เป็น ผบ.ทบ. ก็จะมาจากทหารรบพิเศษ อดีต ผบ.นสศ. แม่ทัพภาค 5 เป็นคนที่ 5 แต่จะแตกต่าง เพราะจะเหลืออายุราชการปีเดียว เกษียณตุลาคม 2571 ขณะที่ในอดีต ผบ.ทบ.จากรบพิเศษ นั่งอย่างน้อย 2 ปี

แต่อย่างไรก็ตาม เป็นที่กล่าวขานกันในกองทัพบกว่า ปัจจัยเรื่องอายุราชการที่เหลือของ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ แค่ 1 ปีไม่เป็นปัญหา เพราะ พล.อ.พนาน่าจะบริหารจัดการได้

กระนั้นก็ตาม ไม่มีอะไรที่จะรับประกันสัญญาในเรื่องการวางตัวผู้ที่จะขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ได้ เพราะบทเรียนในอดีตหลายยุคหลายสมัย มักไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์กัน

และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกำหนดสภาพแวดล้อมและเวลาที่ซึ่งอาจมีปัจจัยแทรกซ้อนใดเกิดขึ้นในระหว่างทางได้เสมอ

แม้ ผู้ช่วยกอล์ฟ พล.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. แกนนำ ตท.28 ที่มีอายุราชการถึงตุลาคม 2573 จะถูกคาดหมายว่าจะได้ขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.ต่อก็ตามที

เพราะโยกย้ายตุลาคม 2570 อาจจะมีแคนดิเดต ผบ.ทบ.คนใหม่ปรากฏตัว ซึ่ง พล.อ.พนาจะทิ้งทวนก่อนเกษียณ โดยก็ต้องรอดูว่าหาก พล.อ.พนาดัน พล.อ.ณรงฤทธิ์ ให้ขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. ในการโยกย้ายตุลาคม 2570 แล้ว พล.อ.พนาจะดันนายทหารคนใดขึ้นมาอยู่ในระดับ 5 กองทัพบก และเป็นแคนดิเดตชิง ผบ.ทบ.เพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ จากเดิมที่มี พล.อ.สราวุธต่อคิวอยู่ เพื่อเป็นการทำให้เห็นว่ามีแคนดิเดตที่จะชิงกัน

เนื่องจากในการโยกย้ายตุลาคม 2570 ในระดับห้าเสือกองทัพบกจะเปลี่ยนหลายคน เพราะบิ๊กยูร พล.อ.นรธิป โพยนอก ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เสธ.จอย พล.อ.อาวุธ พุทธอำนวย เสนาธิการทหารบก ตท.26 จะเกษียณราชการพร้อมกัน

ดังนั้น จึงเป็นช่องว่างสำคัญที่นายทหารจะขึ้นมาเป็นพลเอก และเป็นแคนดิเดต ผบ.ทบ.เพิ่ม

พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ

มีกระแสข่าวลือในกองทัพบกอีกว่า แม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 แกนนำ ตท.28 อีกคน อาจจะขยับขึ้นพลเอก หรือ 5 เสือ ทบ. ในการโยกย้ายกลางปี 2570 เพื่อที่จะชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. ทันตุลาคม 2570 นี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโยกย้ายกลางปี ตำแหน่ง 5 เสือกองทัพบกย่อมไม่ว่าง แต่อาจขยับขึ้นเป็นพลเอกได้ ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก แต่เกิดขึ้นได้ยาก

เพราะกรณี พล.ท.วรยสนี้มีสัญญาณที่ชัดเจนว่า คงไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 และ ฉก.ทม.รอ.904 ที่คาดการณ์กันว่า พล.ท.วรยสจะนั่งเป็นแม่ทัพภาค 1 ยาว 3 ปี จนเกษียณ หรืออาจได้โอนย้ายไปอยู่หน่วยทหารในพระองค์

จึงมีโอกาสน้อยมากที่ พล.ท.วรยสจะได้ขยับมาชิง ผบ.ทบ.

กล่าวกันในเตรียมทหารรุ่น 26 ว่า เหตุผลหนึ่งที่ พล.อ.พนาไม่ได้เปลี่ยนตัวแม่ทัพภาค 1 เพราะไม่ได้รับแจ้งว่าให้มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากแม่ทัพภาค 1 ต้องปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ฉก.ทม.รอ .904 ด้วย

ดังนั้น จึงต้องจับตามอง ระหว่างเตรียมทหารรุ่น 26 และเตรียมทหารรุ่น 28 จะส่งไม้ต่อกันหรือไม่ และใครคือผู้ที่ถูกเลือก

พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ กับ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ไร้สัญญาใจ

ขณะที่ในส่วนของกองทัพเรือ กล่าวกันว่า การตั้ง ผบ.ทร.คนใหม่นั้นผิดแผกจากแผนเดิมของ บิ๊กเฟื่อง พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร.คนก่อน ที่ตั้งใจไว้ว่าจะเลือก ผบ.ทร.ที่อายุราชการปีเดียว อย่าง บิ๊กโอ๋ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ที่ตอนนั้นเป็น ผบ.กองเรือยุทธการ และประธานโครงการเรือฟริเกต ขึ้นมาเป็น ผบ.ทร.คนต่อไปไว้แล้ว

แต่เพราะโครงการเรือฟริเกตที่ถูกโจมตีอย่างหนัก เรื่องการล็อกสเป๊ก “เสนอ 6 ตก 5” จนทำให้ พล.ร.อ.ไพโรจน์ต้องเปลี่ยนแผน เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกโจมตีหนักว่า เชื่อมโยงกับเรือฟริเกต ถึงขั้นที่ พล.ร.อ.ไพโรจน์ ไม่เร่งเซ็นสัญญาเรือฟริเกตก่อนเกษียณ แม้จะติดขั้นตอนการอุทธรณ์ โดย 5 บริษัทที่ถูกปรับตกรอบคุณสมบัติของกรมบัญชีกลางก็ตาม เพราะคณะกรรมการฟริเกตสรุปผลมาก่อนหน้านั้นไม่ต่ำกว่า 2 เดือน หากประกาศผลเร็ว ให้อุทธรณ์เร็ว ก็ทันลงนามก่อนเกษียณแล้ว

จนทำให้เกิดกระแสข่าว “สัญญาใจ” ระหว่าง พล.ร.อ.ไพโรจน์ กับ ผบ.ทร.คนใหม่ ที่จะมาสานต่อโครงการ ไม่ใช่มารื้อ หรือทบทวน

ทั้งปัจจัยเรื่องเรือฟริเกต และนโยบายเรื่องจำนวนปีอายุราชการที่เหลือ ต้อง 2 ปีขึ้นไป เพื่อให้การทำงานต่อเนื่อง

ดังนั้น จึงมาจบที่ บิ๊กเอก พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ทร. ขึ้นเป็น ผบ.ทร.คนใหม่ ด้วยเพราะ 1. มีอายุราชการเหลือ 2 ปี เกษียณตุลาคม 2571

2. เพราะเป็น ตท.26 รุ่นเดียวกับบิ๊กดุลย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพส่วนใหญ่ เนื่องจาก พล.ร.อ.กรวิทย์แม้จะเป็น ตท.26 เช่นกัน แต่อายุราชการเหลือปีเดียว เกษียณตุลาคม 2570

3. ลำดับอาวุโส มากกว่า พล.ร.อ.กรวิทย์

4. ประวัติเส้นทางรับราชการ ตามธรรมเนียมทหารเรือ คือ เป็นผู้บังคับการเรือ-ผู้ช่วยทูตทหารเรือ ประจำอินโดนีเซีย-ผบ.ฐานทัพเรือกรุงเทพฯ-เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ-ผบ.ทัพเรือภาค 2 และ 5.เพื่อการเชื่อมโยงกับโครงการเรือฟริเกต

ท่ามกลางกระแสข่าวในกองทัพเรือว่า วันที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามรับทราบผลการคัดเลือกเรือฟริเกตของ ทร. และหลังจากที่มีการประชุมบอร์ด 6 เสือกลาโหมแล้ว ที่ พล.ร.อ.ไพโรจน์ยืนยันเสนอชื่อ พล.ร.อ.นเรศ เป็น ผบ.ทร. ต้องมีอายุราชการเหลือ 2 ปี ตามนโยบายทำงานต่อเนื่อง ไม่ใช่ 6 เดือนตรวจเยี่ยม อีก 6 เดือนอำลา แม้ว่านายอนุทินจะไม่เคยรู้จัก พล.ร.อ.นเรศ เป็นการส่วนตัวมาก่อน แต่ก็กระซิบแสดงความยินดีกับ พล.ร.อ.นเรศ ในงาน วปอ.ก่อนก็ตาม

แต่ท้ายที่สุดเป็นการตัดสินใจของ พล.ร.อ.ไพโรจน์

ดังนั้น เมื่อ ผบ.ทร.คนใหม่ เป็น พล.ร.อ.นเรศ ที่เกษียณตุลาคม 2571 ทำให้แผนการวางตัวทายาทที่จะมาดูแล ทร. เปลี่ยนไปจากเดิม ที่จะให้ พล.ร.อ.กรวิทย์เป็น 1 ปี แล้วต่อด้วย เสธ.บี พล.ร.อ.เทพฤทธิ์ ลาภเหลือ (ตท.27) เสธ.ทร. ที่ขึ้นมาจาก ผบ.ทัพเรือภาค 2 นั่งต่ออีก 2 ปี เกษียณ 2572

แต่เมื่อทุกอย่างเปลี่ยน พล.ร.อ.นเรศนั่ง ผบ.ทร.2 ปี ก็ทำให้ พล.ร.อ.เทพฤทธิ์เหลืออายุราชการแค่ 1 ปี ทำให้โอกาสในการเป็น ผบ.ทร.น้อยลง หากยังคงยึดนโยบาย “2 ปีอัพ” ต่อไป

เมื่อรูปการณ์เป็นเช่นนี้ โอกาสที่ ผบ.ทร.คนใหม่อาจจะข้ามไปเป็นพลเรือโท ในระดับ ผบ.ทัพเรือภาค รอง เสธ.ทร. หรือเจ้ากรมก็มีอยู่สูง เพราะในระดับ 5 ฉลามทัพเรือเกษียณตุลาคม 2570 และ 2571 พร้อม พล.ร.อ.นเรศหมด เหลือแค่ พล.ร.อ.เทพฤทธิ์ ที่ก็เกษียณ 2572 จึงอาจจะข้ามไป ตท.28 เลย

แต่ที่ถูกจับตามองมากที่สุด จากโผนี้ที่ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เซ็นทิ้งทวนไว้ คือ “ผบ.ปอ” พล.ร.ท.ปริทรรศน์ ชาตะสิงห์ ผบ.ทัพเรือภาค 2 คนใหม่ ที่แหวกแนวขึ้นมาจากเจ้ากรมการเงินทหารเรือ เป็น ตท.28 นายเรือ 85 ที่มีอายุราชการถึงตุลาคม 2573 โดยใน ทร.โจษจันกันว่า เป็นคนที่ พล.ร.อ.ไพโรจน์ วางตัวเอาไว้

พล.ร.ท.ปริทรรศน์ ชาตะสิงห์

หากย้อนดูเส้นทางเติบโตของ พล.ร.ท.ปริทรรศน์ เพียงตำแหน่งเจ้ากรมการเงิน ทร. ก็อาจจะดูไม่เป็นไปตามธรรมเนียมทหารเรือนัก แต่หากย้อนลึกลงไปอีก จะเห็นว่าก็เติบโตมาในเส้นทางประดู่เหล็ก

ด้วย พล.ร.ท.ปริทรรศน์เคยเป็นผู้บังคับการเรือหลวงมกุฏราชกุมาร เคยเป็นนายทหารฝ่ายเสธ.ของ ผบ.ทร. ในยุค บิ๊กห้าว พล.ร.อ.ดำรงศักดิ์ ห้าวเจริญ ก่อนที่จะไปเป็นผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือไทย ประจำเบอร์ลิน เยอรมนี

และจากนั้นก็มาเติบโตในสายงานสื่อสารและการข่าว เช่น เคยเป็นผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ

และข้ามไปเป็นรองเจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และเป็นเจ้ากรมการเงินทหารเรือ

จน พล.ร.อ.ไพโรจน์ดึงเข้าไลน์ เป็น ผบ.ทัพเรือภาค 2 ที่จ่อขึ้น 5 ฉลามทัพเรือ ในโยกย้ายตุลาคม 2570 และชิง ผบ.ทร. ต่อจาก พล.ร.อ.นเรศได้

แต่อยู่ที่ว่า พล.ร.อ.นเรศจะยึดตาม พล.ร.อ.ไพโรจน์หรือไม่ เพราะ “สัญญาใจ” ในเรื่องตำแหน่ง หรือทายาทอำนาจ ไม่เคยมีจริง ผบ.ทร.มักจะหักอดีต ผบ.ทร.คนก่อนเสมอ มาหลายยุคหลายสมัย เพราะสัจธรรมประการหนึ่งคือ เมื่อใครได้ขึ้นมาเป็น ผบ.ทร.แล้ว จะตอบแทนบุญคุณ ผบ.ทร.คนก่อนแค่ 6 เดือน จากนั้นก็จะเป็นตัวของตัวเอง คิดเอง วางแผนเอง ตัดสินใจเอง โดยเฉพาะการเลือก ผบ.ทร.

พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล

เพราะอาจด้วยสัญญาใจเรื่องของโครงการเรือฟริเกต ที่ส่งผลให้ พล.ร.อ.นเรศได้เป็น ผบ.ทร.เพราะได้ประกาศตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง ผบ.ทร.ว่า จะสานต่อโครงการ ไม่คิดที่จะทบทวน เพราะกองทัพเรืออยากให้ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีใครอยากให้เกิดปัญหา และเชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหาเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ในเรื่องการแก้ไขระบบอาวุธระยะประชิด CWIS หรือ Phalanx ที่ใช้การไม่ได้มานานกว่า 7 ปี โดยที่ พล.ร.อ.นเรศไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะเสร็จเรียบร้อยเมื่อใด แต่จะเร่งให้เร็วที่สุด

ท่ามกลางกระแสข่าวว่า กองทัพเรืออาจจะเลือกเปลี่ยนค่าย ไม่ใช้ Phalanx ของสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยอาจจะใช้ระบบเดียวกับที่ติดในเรือฟริเกตลำใหม่ ตามที่ “ฮันวาฯ” เสนอ แม้จะมีทางเลือก คือการอัพเกรด หรือการเปลี่ยนรุ่นให้ทันสมัย เพราะรุ่นเดิมตกรุ่นไม่มีอะไหล่แล้ว ซึ่งเป็นปัญหาที่รอการตัดสินใจของ พล.ร.อ.นเรศ

ทั้งนี้ พล.ร.อ.นเรศที่นั่ง ผบ.ทร. 2 ปี จึงยังมีโอกาสจัดทัพ ในตุลาคม 2570 ที่จะดันใครขึ้นมาเป็น 5 ฉลามทัพเรือ และวางตัวให้ขึ้น ผบ.ทร.ต่อในตุลาคม 2571 ได้เลย

ดังนั้น ใน ทร.จึงยังไม่ฟันธงว่า ใครจะเป็น ผบ.ทร.คนต่อไป เพราะอาจถูกซ่อนพรางไว้ในตำแหน่งต่างๆ ที่ พล.ร.อ.นเรศจะไปขุดขึ้นมาก็เป็นได้

โดยแม้แต่ เจ้ากรมเอตม์ พล.ร.ท.เอตม์ ยุวนางกูร (ตท.28) ที่โผนี้ขึ้นจาก ผบ.หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) มาเป็นเจ้ากรมข่าวทหารเรือ ก็ถูกจับตามองเพราะเกษียณปี 2573 และเคยเป็นผู้บังคับการเรือหลวงจักรีนฤเบศร ผู้ช่วยทูตทหารเรือประจำปารีส ฝรั่งเศส เดินตามเส้นทางประดู่เหล็ก แต่อาจเสียจังหวะตรงที่ไปถูกดองในตำแหน่ง ผบ.สอ.รฝ. เป็นพลเรือตรีอยู่นานถึง 3 ปี

ดังนั้น ตท.28 จึงต้องลุ้นว่า พล.ร.ท.เอตม์จะขยับทันหรือไม่ เนื่องจากในปัจจุบันนโยบายเปลี่ยนไปมา จากเจ้ากรมที่เคยขึ้นเป็น 5 ฉลามทัพเรือได้ ก็มาเปลี่ยนเป็นต้องขึ้นเป็นรองเสนาธิการทหารเรือ หรือ ผบ.ทัพเรือภาคก่อน เพราะหากเป็นเช่นนั้น พล.ร.ท.เอตม์อาจจะโตไม่ทันขึ้น 5 ฉลามทัพเรือ และชิงเก้าอี้ ผบ.ทร. ตุลาคม 2571 ต่อจาก พล.ร.อ.นเรศ

แต่ทั้งนี้ก็ต้องชะเง้อมองไปที่ ทบ. ที่ ทร.อาจได้อานิสงส์จากการตั้ง ผบ.ทบ. ในตุลาคม 2570 หากว่า ตท.26 ที่คุมแผงอำนาจกองทัพและความมั่นคงแบบเบ็ดเสร็จอยู่ ผลักดันให้ บิ๊กเต้ พล.อ. ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ รอง ผบ.ทบ. จากสายรบพิเศษ ที่อายุราชการเหลือแค่ตุลาคม 2571 ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. เป็นคนที่ 2 ของรุ่นได้สำเร็จ ก็จะเป็นการปลดล็อก เปิดรูหายใจให้กับนโยบาย “2 ปีอัพ” ต่อไปได้

เพราะหากการตั้ง ผบ.ทบ. เอานายทหารที่เหลืออายุราชการปีเดียวอย่าง พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ขึ้นมาได้ ก็อาจเป็นการเปิดรูระบายให้กับกองทัพเรือได้กลับมามี ผบ.ทร.ที่เหลืออายุราชการแค่ปีเดียวได้

ดังนั้น พล.ร.อ.เทพฤทธิ์ (ตท.27) ที่เกษียณ 2572 ก็ยังมีโอกาส หรือแม้แต่ ตท.28 อย่าง เสธ.ต้อม หรือ เสธ.เบี้ยว พล.ร.อ.ภาณุพันธ์ ทรัพย์ประเสริฐ หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ ผบ.ทร. ก็อาจจะขยับเข้า 5 ฉลามทัพเรือ ในโยกย้ายตุลาคม 2570 เพื่อมาจ่อชิง ผบ.ทร.ก็เป็นได้ เพราะถือเป็นคนเก่งของรุ่น ตท.28 อีกคน

โดยใน ทร.คาดการณ์กันว่า พล.ร.อ.นเรศอาจมีนายทหารเรือรุ่นน้อง ที่หมายตาไว้แล้ว ให้รอดูในการโยกย้ายตุลาคม 2570 และอย่าไปวางใจเรื่องสัญญาใจอะไรเพราะมีตัวอย่างเรื่องสัญญาใจที่ไม่มีจริง เช่น กระแสข่าวที่ว่า พล.ร.อ.ไพโรจน์จะดึง พล.ร.อ.กรวิทย์ ขึ้นมาเป็น ผบ.ทร.คนใหม่ โดยเป็นสัญญาใจกันเรื่องโครงการเรือฟริเกต ที่ต้องทำให้เรียบร้อย บรรลุตามวัตถุประสงค์

แต่ท้ายที่สุดก็ไม่เป็นเช่นนั้นไม่ว่าสัญญาใจจะมีจริงหรือไม่ หรือทำให้ต้องเปลี่ยนแผนเพราะมีปัจจัยเข้ามาแทรกซ้อนก็ตาม แต่ก็เป็นตัวอย่างของสัญญาใจที่ไม่มีใครรับประกันได้

ดังนั้น เรื่องของสัญญาใจอาจเป็นเรื่องที่คิดกันไปเอง หรือกระแสข่าวลือ เพราะในอดีตมักเกิดการหักเหลี่ยมโหดกันมาในหลายเหล่าทัพแล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

จาก IoT ถึง AIoT ก้าวสู่โลก AI เต็มรูปแบบ
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (24) สาร วิถี และมิตรใหม่
เมนูแฟรงเก้นสไตน์ ทำตามได้แต่อาจพัง
รู้จัก ‘หนู’ ผ่านเพลง King Rat สิ่งมีชีวิตที่ทำให้เรืออับปางได้ ในมหาสมุทรแห่งความโลภ
นาฬิกา เวลา ความหรูหรา และราคาที่นักการเมืองต้องจ่าย
‘ศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งชาติ’ ก็ไม่เว้น นามนั้น สำคัญไฉน ทรัมป์วางชื่อ ‘ทาบ’ JFK แต่ไม่สำเร็จ
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (1)
รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร เดาฉากทัศน์ ทศวรรษ 2570 ‘พลังคนเดือนตุลา คือพลังของคนตาย’
รบพิเศษ เนเวอร์ ดายส์ ‘ผบ.ทบ.หมวกแดง’ ชาลเลนจ์ ‘บิ๊กเต้’-ตท.26 กับ ‘สัญญาใจ’ ทัพเรือ และ ‘ผบ.ทร.’ ที่ถูกซ่อนไว้
E-DUANG | เลือกตั้ง บอร์ด ประกันสังคม คือ ปรากฎการณ์ “ก้าวหน้า”
น้ำท่วมซัด… การบินไทยลอยเคว้ง วิกฤตกระเป๋าค้าง เชือดซีอีโอ
เพลงนิติพงษ์