บทความพิเศษ
ปฎิมา นักเขียน
ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน
นักเขียน ‘อาชีพ’
ระยะก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อเดือนมิถุนายน 2475 “ศรีบูรพา” เขียนและตีพิมพ์นวนิยายจำนวนหนึ่ง
“ลูกผู้ชาย” ตีพิมพ์เป็นเล่มครั้งแรกในปี 2471
เมื่อตีพิมพ์ซ้ำอีกคำรบหนึ่งในปี 2483 “ศรีบูรพา” เขียนไว้ในคำนำตอนหนึ่งระบุว่า
“เมื่อ 16 ปีมาแล้วมีผู้บอกกับฉันว่า หนังสือเรื่องนี้ของฉันเป็นหนังสือที่ดีเยี่ยมเล่มหนึ่งของตลาดหนังสือเวลานั้น แต่มาถึงเวลานี้ความทะนงของมันคงไม่เหลืออยู่แล้ว
ขอท่านทั้งหลายจงอ่านมันด้วยความปรานี
ถึงแม้มันจะเข้าสู่ความชราและอาจกลายเป็นบุตรขี้ริ้วของฉันไปในเวลานี้ แต่เมื่อ 16 ปีมาแล้วมันเป็นบุตรหัวปีที่วางทางอนาคตให้แก่ผู้ให้กำเนิดของมัน”
นี่คือความสำคัญ นี่คือบทบาทและความหมาย
เพราะหากไม่มีเรื่อง “ลูกผู้ชาย” เมื่อปี 2471 ไฉนจะมีเรื่อง “ปราบพยศ” ตามมาในปี 2472
เช่นเดียวกับ หากบทบาทของ มาโนช รักสมาคม ไม่โดดเด่นในฐานะ “ลูกผู้ชาย” ไฉนจะปรากฏความโฉบเฉี่ยว คมคาย ของ โกมล ดุสิตสมิต ในฐานะ “สุภาพบุรุษ” ขึ้นมาได้เล่า
เช่นเดียวกับ หากบทบาทของ โกมล ดุสิตสมิต ไม่เป็นที่ตรึงตรา ไฉนจะปรากฏ เงาร่างของ ดุสิต สมิโตปกรณ์ ขึ้นเสมือนกับเป็น “ปฏิมา” แห่งอาชีพ “นักประพันธ์” อันเป็นอาชีพใหม่อย่างยิ่งของสังคมประเทศไทยในขณะนั้น
เป็นอาชีพที่ ระพินทร์ ยุทธศิลป์ ใฝ่ฝันแต่ไม่สามารถแตะสัมผัสได้ในความเป็นจริง
บนเส้นทาง นักเขียน
กุหลาบ สายประดิษฐ์
หากใครได้อ่าน “กุหลาบแห่งแผ่นดิน” ประวัติศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์) ฉบับเยาวชน อัน ชมัยภร แสงกระจ่าง เขียนและตีพิมพ์โดยคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน 100 ปี ศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์) ตีพิมพ์เมื่อปี 2548
ก็จะเข้าใจในแต่ละก้าวย่างบนเส้นทาง นักเขียน ได้เป็นอย่างดี
ไม่มีใครคาดคิดว่า กุหลาบ สายประดิษฐ์ จะเป็นคนทำตามความฝันได้เร็วที่สุด ทันทีที่เรียนจบชั้นมัธยม 8 เขาสมัครเป็นครูที่โรงเรียนของตัวเองในนาม “นักเรียนสอน”
เนื่องจากถ้าเป็นครูเต็มตัวจริงๆ ต้องเรียนต่อวิชาครู
แต่กุหลาบมีความใฝ่ฝันมากกว่านั้น เขาได้ไปทดลองเรียนกฎหมายที่โรงเรียนกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมด้วย
เป็นหนึ่งในน้อยครั้งที่กุหลาบกลับบ้านเร็ว
เขาเดินเข้าบ้านหลังใหม่ที่อยู่หน้าโรงเรียนวชิราวุธอย่างอารมณ์ดี วันนี้เป็นวันที่เขารับเงินค่ารวมเล่มเรื่องอ่านเล่นใหม่ 2 เรื่อง คือ “หล่อนยังเขลา” และ “เกียรติอนาถา”
เมื่อเริ่มเรียนชั้นมัธยม 7 เขาเริ่มหารายได้มาช่วยเหลือตัวเอง ไม่รบกวนแม่และพี่สาว
การที่เขาเรียนจบชั้นมัธยม 8 ก็ยิ่งทำให้แม่มีความสุข
แต่วันนี้เขาจะทำให้แม่มีความสุขขึ้นไปอีก โดยการมอบเงินค่าเรื่องส่วนหนึ่งให้แม่
แม้จะเป็นเงินเล็กน้อยก็ตามที
วงล้อม อบอุ่น ไมตรี
เส้นทาง “นักเขียน”
กุหลาบมีความรู้สึกว่าชีวิตของเขากำลัง “อุดม” กลุ่มนักเขียนของเขาซึ่งนอกจากเขา สด กูรมะโรหิต และ มาลัย ชูพินิจ แล้ว ยังมี สุกรี พยัคฆนันทน์ สนิท เจริญรัฐ เฉวียง เศวตะทัต ป่วน บูรณศิลปิน
มักพบปะกันเสมอที่เรือนไม้ในบริเวณบ้าน พระยามหาอำมาตยาธิบดี ซึ่งเป็นที่พำนักของ มาลัย ชูพินิจ
การได้พบคนที่รักและมีความฝ่ฝันในสิ่งเดียวกันทำให้คนหนุ่มอย่างเขามีความสุขอย่างยิ่ง การพบปะนั้นเองนำไปสู่การรับเป็นหัวหน้าคณะออกหนังสือพิมพ์รายทศ “สาส์นสหาย” ที่ นายแตงโม จันทวิมพ์ เจ้าของโรงเรียนรวมการสอน ผู้ค้ำจุนเจ้าเก่ามาเป็นบรรณาธิการและนายทุนให้
“สาส์นสหาย” เป็นหนังสือขนาด 8 หน้ายก หนาประมาณ 6-8 ยก
มีนักเขียนประจำสำนักงาน คือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ชะเอม อันตรเสน จรัญ วุธาทิตย์ และมาลัย ชูพินิจ
โดยมุ่งหมายจะหารายได้เพิ่มให้ครูที่สอนที่โรงเรียนรวมการสอน
ในจำนวนเด็กนักเรียนที่มาเรียนพิเศษวิชาภาษาอังกฤษภาคค่ำมีเด็กหญิงชนิด ปริญญาชาญกล อายุ 12 ปี มาเรียนด้วย เด็กหญิงชนิดมีบ้านอยู่ใกล้ๆ แถวนั้น
และเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนสายปัญญา
เส้นทาง คดเคี้ยว ขรุขระ
เรียนรู้ จาก ความเป็นจริง
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกุหลาบไม่เคยหยุดเขียนหนังสือ กุหลาบได้เขียนเรื่องที่มีลักษณะเป็นเรื่องสั้นชื่อ “อะไรกัน” ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือ “ศัพท์ไทย” ในเดือนมิถุนายน 2468
ช่วงนี้เองชีวิตนักประพันธ์ของเขาก็เป็นที่เกรียวกราวเพราะใช้นามปากกา “หมอต๋อง”
เขียนกลอนลำตัดให้หนังสือพิมพ์ “สมานไมตรี”
เขาอายุ 20 ปี และเขียนลำตัดเปิดโปงเรื่องพระยานนทิเสนสุเรนภักดี ทุจริตลอตเตอรี่เสือป่า และประกาศชัดแจ้งไว้ในลำตัดว่า
“ฉันต้องทำโดยชอบ ตามระบอบหน้าที่ ถึงหน้ายาวหน้ารี ฉันยกเว้นไม่ได้”
ต่อเนื่องกันนี้กุหลาบก็ได้แปลเรื่องยาวชื่อ “ทะแกล้วทหาร 3 เกลอภาค 3” ไปลงในหนังสือพิมพ์รายวัน “ข่าวด่วน” ด้วย
โดยใช้นามปากกาว่า “นายกุหลาบ” ร่วมมือกับ “นายมาโนช”
งานเขียนของกุหลาบไป “เข้าตากรรมการ” อย่าง พันเอกพระยารณศาสตร์พลยุทธ ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ “เสนาศึกษาและแผ่วิทยาศาสตร์” และ พันโทพระพิสิษฐ พจนาการ (ชื่น อินทรปาลิต) บรรณาธิการหนังสือเล่มเดียวกัน
จึงมีการชักชวนให้กุหลาบไปทำงานในหน้าที่ “ผู้ช่วยบรรณาธิการ”
โลกการทำหนังสือมีเสน่ห์หอมหวานจริงเพื่อนๆ มาชวนไปทำหนังสือเล่มใหม่อีกเป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์การเมืองชื่อ “ธงไทย” นำโดย “วงศ์เฉวียง” หรือ เฉวียง เศวตะทัต
ที่นี่เองกุหลาบได้พบกับ “ยาขอบ” อีกครั้งหนึ่งโดยการชักชวนของเฉวียงซึ่งยืนยันว่าพบเขาจากข้างถนน
จาก แวดวง นักเขียน
เข้าสู่ แวดวง คนชั้นสูง
ด้วยเหตุที่หนังสือพิมพ์ “ธงไทย” มีชื่อเสียงในด้านการเปิดโปงความทุจริตมิดีมิร้ายของข้าราชการ และเป็นปากเสียงของราษฎรที่ได้รับการกดขี่ข่มเหงจากเจ้าพนักงานปกครองบ้านเมือง
จนกระทั่งเป็นที่พอใจของ จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ผู้รักความเป็นธรรมและจนถึงขั้นท่านจอมพลผู้เฒ่าได้มีหนังสือเชื้อเชิญบรรณาธิการและชาวคณะเป็นแขก
ไปพักผ่อนตากอากาศที่บ้านพัก ณ ศรีราชา
กุหลาบเขียนถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า “เป็นครั้งแรกในโลกที่เรารู้จักชีวิตของการตากอากาศอย่างบรมสุข ภายในบ้านพักอันสะอาดและตบแต่งอย่างทันสมัยบนเนินเขาติดกับชายทะเลศรีราชา
ท่านจอมพลผู้เฒ่าพร้อมด้วยคุณหญิงของท่านได้เมตตาต้อนรับแขกผู้เยาว์ของท่านอย่างดีเลิศ
จนทำให้เรางวยงงแทบไม่เป็นอันกินอันนอน
ตอนเช้าท่านให้คนนำอาหารจำพวกหมูแฮม ไข่ดาว ซึ่งเราไม่ใคร่จะได้รับประทานมาส่งให้ที่บ้านพัก ตอนกลางวันและตอนค่ำได้เชิญไปรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับท่านที่บ้านปลายแหลมฟาน
อันเย็นระรื่นด้วยลมทะเลและก้องกังวานด้วยเสียงซัดสาดของลูกคลื่น”
ภาพ กุหลาบ สายประดิษฐ์
ริเริ่ม บุกเบิก ต่อสู้
นี่คือโลกที่ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้ประสบทั้งในฐานะอันเป็น “นักเขียน” และในฐานะ “นักหนังสือพิมพ์”
อัน ชมัยภร แสงกระจ่าง นำมาเรียบเรียงอย่างมองเห็นภาพ
ภาพการบุกเบิก ริเริ่ม ต่อสู้ เพื่อสถาปนาสถานะแห่งความเป็นนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์
