มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส

ในเดือนตุลาคม มีการประชุมระดับโลก ในประเทศไทย คือ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก IMF- World Bank Group Annual Meeting 2026 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

การประชุมสำคัญแบบนี้เคยจัดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 35 ปีที่แล้ว สมัย อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจบ้านเมืองกำลังรุ่งเรือง เพื่ออำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาชาติจำนวนมาก จำเป็นต้องมีสถานที่กว้างใหญ่ สำหรับการประชุมและพิธีการต่างๆ และสวยงาม สำหรับสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศ

อันเป็นที่มาของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ต่อมากลายเป็นสถานที่ใช้จัดงานประชุม นิทรรศการ และการแสดงอื่นๆ มากมาย

แม้ว่าสถานที่จัดการประชุมครั้งที่สองจะเป็นชื่อเดิมและสถานที่เดิม แต่ทว่าตัวอาคารสิ่งก่อสร้างนั้นไม่ใช่ของเดิม หากเป็นของใหม่ ที่เพิ่งก่อสร้างและเปิดใช้งานเมื่อสองปีที่แล้ว

ที่น่าสนใจคงจะเป็นการรื้ออาคารเดิมลงและสร้างอาคารใหม่ในพื้นที่เดิม แต่เพิ่มพื้นที่ใช้งานมากขึ้นถึงห้าเท่า รองรับคนได้ถึงแสนคน และสะดวกมากขึ้น เพราะมีทางเข้าโดยตรงกับสถานีรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน

ที่น่าสนใจมากกว่านั้น เพราะนอกจากพื้นที่ตัวอาคาร หรือศัพท์ตามกฎหมาย คือ พื้นที่อาคารคลุมดิน จะเท่าเดิม ความสูงของอาคารก็ยังใกล้เคียงอาคารเดิม

นับเป็นความสามารถของบริษัทสถาปนิก 103 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดย นพดล ตันพิวัฒน์ ที่สามารถออกแบบห้องโถงจัดงานขนาดใหญ่ได้ถึงสองห้อง อีกทั้งส่วนสนับสนุน ส่วนสัญจร และส่วนบริการ ครบถ้วนในการใช้งาน

โดยโถงจัดงานชั้นบน เข้าถึงได้โดยตรงจากถนน รองรับรถยนต์และยานพาหนะอื่น ส่วนโถงจัดงานชั้นล่าง ที่อยู่ลึกลงไปนั้น เข้าถึงได้โดยตรงจากสถานีรถไฟฟ้า ที่อยู่ระดับเดียวกัน

ทำให้ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่อยู่ใจกลางเมือง รองรับงานใหญ่ๆ ได้พร้อมกันหลายงาน

ด้วยอาคารศูนย์ประชุมและนิทรรศการมีขนาดใหญ่ หลังคาต้องเป็นโครงสร้างช่วงกว้าง ไม่มีเสาภายในเกะกะ จึงเป็นโอกาสให้สถาปนิกสร้างสรรค์รูปทรงโดดเด่นหวือหวา

แต่สำหรับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หลังเดิมที่สร้างในเวลาจำกัด ก่อนการประชุมไม่นาน สถาปนิกจึงออกแบบอาคารรูปทรงเหลี่ยมเรียบง่าย ตามการใช้สอยภายใน มีแค่การเอียงสอบผนัง และหลังคา ที่สื่อถึงความเป็นไทยเท่านั้น

ส่วนศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์หลังใหม่ ที่ใหญ่โตกว่าเดิม สถาปนิกกลับเลือกรูปทรงอาคารที่เรียบง่าย ผนังโดยรอบเป็นกระจก โค้งเว้าพองาม ที่ตอบรับกับบึงขนาดใหญ่ของสวนน้ำเบญจกิติ

ผืนกระจกทั้งหมดสะท้อนแสง สะท้อนเงา สะท้อนภาพพืชพันธุ์ไม้และท้องฟ้า กลายเป็นทัศนียภาพที่ตัวอาคารกลืนหายไปในธรรมชาติ

แต่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กลับโดดเด่นกว่าอาคารอื่นที่อยู่โดยรอบ ที่สถาปนิกพยายามชิงเด่น ออกการแบบด้วยรูปทรงและสีสันพิสดาร

ตรงกับทฤษฎีที่ว่า เสียงกระซิบ จะดังกลบเสียงตะโกน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | กลไก ในทาง ความคิด รากฐาน ของ การเมือง
CYBERBULLYING
ตราสัง (2)
‘บทความ EPR’ สั่นสะเทือนโลกฟิสิกส์ควอนตัม
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
เกี่ยวกับดีลใหญ่ เอสซีจี-ปตท. (1)
ไม่ต้องตะโกนก็ได้
ออปโตเจเนติกส์ : เทคนิคการคุมสมองด้วยแสง – – (ฉบับประจำวันที่ 16-22 ตุลาคม 2569 ฉบับที่ 2409) – –
โรคซึมเศร้า หลังมหกรรมกีฬา
การ์ตูน san_d1196
Basecamp บรรณารักษ์ห้องสมุดแห่งชีวิต (1)
‘ฟูนัน’ กับการเปลี่ยนผ่าน จากผู้นำชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์ สู่กษัตริย์ ‘-วรมัน’ ในสมัยประวัติศาสตร์