bg-single

มือที่สามที่ไม่มีมือ

21.10.2026

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

มือที่สามที่ไม่มีมือ

ใครจะไปคิดว่าสักวันหนึ่ง ‘มือที่สาม’ ที่ทำให้ความสัมพันธ์ร้าวฉานได้ จะเป็นสิ่งที่ไม่มี “มือ” ให้จับต้องได้จริงๆ

สิ่งนั้นก็คือ ChatGPT และบรรดา AI เพื่อนคุยตัวอื่นๆ นั่นเอง

การเป็นมือที่สามในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการที่แฟนของเราไปตกหลุมรัก AI หรืออะไรแบบนั้นนะคะ แต่หมายถึงการใช้มันเป็น ‘ที่ปรึกษา’ จนทำให้ความสัมพันธ์พังทลายลงต่างหาก

ทุกวันนี้ AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยเรียนหรือช่วยทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ AI ยังหยั่งรากลึกลงเรื่อยๆ เราเริ่มไว้ใจให้มันเข้ามามีพื้นที่ในความสัมพันธ์ส่วนตัว

จนเกิดเป็นคำศัพท์ใหม่ที่เรียกว่า ‘Dry Chatting’ (หรือการซ้อมคุยแชตแบบแห้งๆ)

Dry Chatting หมายถึงการที่เราใช้แชตบอต AI อย่าง ChatGPT เป็นคู่ซ้อมในสถานการณ์ที่เรารู้สึกว่ายากและละเอียดอ่อน เช่น การซ้อมพูดคุยในประเด็นที่หนักอึ้ง ก่อนที่เราจะต้องไปเผชิญหน้ากับสถานการณ์นั้นด้วยตัวเองจริงๆ

รวมถึงการใช้มันเป็นที่ปรึกษาเรื่องความรักและความสัมพันธ์ด้วย

การใช้ ChatGPT เป็นที่ปรึกษาหรือตัวช่วย ‘ซ้อม’ เรื่องยากๆ ในความสัมพันธ์นั้น มีทั้งวิธีที่ใช้แล้วสร้างสรรค์ และวิธีที่ใช้แล้วทำลายล้าง

วิธีแบบทำลายล้างหรือไม่เฮลธ์ตี้ต่อความสัมพันธ์ ก็อย่างเช่นการตั้งให้ AI เป็น ‘กรรมการตัดสินแพ้-ชนะ’ พอทะเลาะกันแล้วหาข้อสรุปไม่ได้ว่าใครผิดใครถูก ก็โยนให้ ChatGPT มาช่วยตัดสิน

หรือการเล่าสถานการณ์ให้ฟังแล้วถาม ChatGPT ว่า ตกลงแล้วในความสัมพันธ์นี้ ใครคือ ‘ตัวปัญหา’ กันแน่

เราอาจจะเผลอคิดไปว่า การที่ AI ไม่ใช่มนุษย์น่ะดีแล้ว มันจะได้มีความเป็นกลางและไม่เข้าข้างใครเป็นพิเศษ

แต่อย่าลืมว่าความ ‘ไม่ใช่มนุษย์’ นี่แหละที่เป็นปัญหา เพราะความสัมพันธ์ของคนเรานั้นซับซ้อนมาก การจะให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์ได้ ที่ปรึกษามืออาชีพจะต้องเข้าใจและมีข้อมูลที่เพียงพอ ต้องรู้จักตัวตนของแต่ละฝ่าย เข้าใจบริบทของความสัมพันธ์ และรู้อดีตที่ผ่านมา ถึงจะสามารถให้คำแนะนำที่นำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขอย่างแท้จริงได้

คู่รักหลายคู่เวลาที่ไม่เข้าใจหรือถกเถียงกัน มักจะหลุดประโยคทำนองว่า “ฉันถาม ChatGPT (หรือ Gemini, Claude) มาแล้ว! มันยังบอกเลยว่าเรื่องนี้เธอนั่นแหละที่ผิด!” นอกจากจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ทำไปทำมา AI นี่แหละที่จะกลายเป็นมือที่สามในความสัมพันธ์ เป็นมือที่สามที่เข้ามาปลุกปั่นและยุแยงตะแคงรั่ว

แทนที่คนสองคนจะจับมือแก้ปัญหาไปด้วยกัน ก็กลายเป็นการต่อสู้ระหว่าง ‘คนหนึ่งคน’ กับ ‘อีกคนที่มี AI หนุนหลัง’

AI ไม่ใช่ที่ปรึกษาด้านความรักที่ดี และไม่ใช่กรรมการที่เป็นกลางอย่างแน่นอน เพราะอย่าลืมว่าเบื้องหลังของ AI นั้นถูกออกแบบมาให้ ‘เข้าข้าง’ และพยายามเห็นด้วยกับผู้ใช้งานให้มากที่สุด

จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Sycophancy หรือการประจบสอพลอผู้ใช้งานนั่นเอง

นอกจากนี้ การพึ่งพา AI เพื่อปรึกษาปัญหาความรักมากเกินไป อาจทำให้เราเสียโอกาสที่จะได้นั่งลงพูดคุยปรับความเข้าใจกันจริงๆ จนลุกลามไปสู่ความแตกร้าวที่ต่อให้เป็น AI ก็ซ่อมไม่ไหว

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้แปลว่า AI จะไม่มีประโยชน์ในเรื่องความสัมพันธ์เลย เรายังมีวิธีใช้งาน AI ที่เฮลธ์ตี้และสร้างสรรค์กว่านั้น

เช่น ถ้าเรารู้จักตัวเองว่าเป็นคนพูดจาห้วนๆ หรือไม่แน่ใจว่าน้ำเสียงและคำพูดที่เตรียมไว้ใช้คุยเรื่องละเอียดอ่อนกับคนรักนั้นเหมาะสมหรือไม่ มีตรงไหนที่ปรับให้รื่นหูขึ้นได้บ้าง เราก็อาจจะลองให้ AI ช่วยเกลาประโยค หรือลองทำ Dry Chatting ซ้อมคุยกับมันดูก่อน

หรือสำหรับคนที่มีปัญหาความสัมพันธ์ กำลังทุกข์ใจ นอนไม่หลับ ยิ่งคิดก็ยิ่งกระสับกระส่ายฟุ้งซ่าน ในช่วงเวลาดึกดื่นที่โทร.ปรึกษาใครไม่ได้ การได้พิมพ์คุยกับ AI เพื่อระบายความรู้สึกออกไปบ้าง ก็อาจจะช่วยให้ใจสงบและพอจะข่มตาหลับลงได้

หรือเวลาที่ทะเลาะกัน แทนที่จะป้อนพรอมต์ถาม AI โต้งๆ ว่า “ตกลงเรื่องนี้ใครผิดใครถูกกันแน่!” ก็ลองเปลี่ยนมุมมองเป็นการตั้งคำถามเพื่อทบทวนตัวเอง เช่น “ฉันทำอะไรพลาดไป หรือมีมุมไหนที่ตกหล่นไปบ้างหรือเปล่า”

หากเจอสถานการณ์ที่คลุมเครือและไม่แน่ใจ ลองถามอย่างสร้างสรรค์ว่า “ช่วยยกตัวอย่างมาสัก 3 ข้อได้ไหม ว่าสถานการณ์แบบนี้สามารถตีความในมุมไหนได้บ้าง”

หรือลองใช้พรอมต์ว่า “ฉันจะสื่อสารความรู้สึกของตัวเองให้เขาเข้าใจได้อย่างไร โดยไม่ให้เขารู้สึกว่าถูกโจมตีหรือมีเจตนาแอบแฝง”

เห็นไหมว่า ถึงจะเป็นเครื่องมือตัวเดียวกันเป๊ะ แต่การออกแบบวิธีใช้งานที่ต่างกัน ย่อมให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หากเราตั้งคำถามได้ดี AI ก็จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยสะท้อนความรู้สึกของเรา ทำให้เราได้มุมมองใหม่ๆ ที่น่าสนใจเพื่อนำไปปรับปรุงการสื่อสารกับคนรัก แต่หากเราตั้งคำถามด้วยอารมณ์ที่มุ่งแต่จะเอาชนะ แม้คำตอบที่ได้จาก AI จะถูกใจเราแค่ไหน มันก็ไม่อาจนำพาเราไปสู่เป้าหมายที่แท้จริง ซึ่งก็คือ ‘ความสัมพันธ์ที่แข็งแรงและแน่นแฟ้นขึ้น’ ได้เลย

จงใช้ AI เป็นเพียงกระจกสะท้อนความรู้สึกของเรา อย่าปล่อยให้มันกลายมาเป็นมือที่สาม และที่สำคัญที่สุด… อย่ามัวแต่คุยกับมัน จนลืมคุยกับคนข้างๆ

เพราะคนคนนั้นต่างหากคือคนที่เราควรคุยด้วยมากที่สุด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน