bg-single

‘กนกรัตน์ เลิศชูสกุล’ ถอดบทเรียน จาก ‘คนเดือนตุลา’ สู่ ‘คนรุ่นม็อบ 63’

19.10.2026

เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี

‘กนกรัตน์ เลิศชูสกุล’

ถอดบทเรียน

จาก ‘คนเดือนตุลา’ สู่ ‘คนรุ่นม็อบ 63’

หมายเหตุ ส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ “รศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล” คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เขียนหนังสือ “คนเดือนตุลา : อำนาจและรอยแตกร้าวในการเมืองไทยร่วมสมัย” ในรายการ “ประชาธิปไตย 2 สี” โดย “ใบตองแห้ง-อธึกกิต แสวงสุข” เผยแพร่ทางช่องยูทูบมติชนทีวี เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569

ใบตองแห้ง : เรื่อง “คนเดือนตุลา” คนมักจะมองในช่วงรุ่งโรจน์-ช่วงขบวนการนักศึกษา ช่วงเข้าป่า-ช่วงที่มีความใฝ่ฝันว่าเราจะปฏิวัติประเทศ รู้สึกว่าเกือบจะ “หยิบดวงดาว” ได้แล้ว

แต่คนลืมช่วงที่สาม คือช่วงออกจากป่า เราอกหักผิดหวัง

นั่นคือช่วงที่หนักมากที่สุด หลายคนตั้งหลักชีวิตใหม่ไม่ได้

กนกรัตน์ : แม้ตัวเองไม่ได้เป็น “คนเดือนตุลา” เห็นแต่ภาพความรุ่งโรจน์ในอดีตช่วงที่หนึ่ง และกลับมาอีกทีในช่วงที่ทุกคนประสบความสำเร็จกันหมดแล้ว แต่พอได้ไปเห็นภาพอย่างที่พี่ถึก (ใบตองแห้ง) พูดถึงชีวิตของตัวเอง ก็อยากให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นภาพนี้

เพราะว่ามันสะท้อนภาพชีวิตของคนรุ่นใหม่หลังม็อบ 2563-2564 จบลง แล้วพรรคการเมืองที่พวกคุณเลือกไม่ว่าจะพรรคไหนก็ตาม ก็อยู่ในภาวะที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จ

ในภาวะแบบนี้สำหรับคนเดือนตุลา ตอนอยู่ในเขตงาน (เข้าป่า) ทุกคนเผชิญปัญหาเยอะมาก ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกที่ดีของพรรค (คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) หรือไม่ก็ตาม แต่ความขัดแย้งเหล่านั้นมันฝังในตัวคุณ

พอออกมาจากป่า ปีกหนึ่งที่ยังอยากปฏิวัติ ก็ยังรอคอย เพราะทุกคนบอกว่าเวลาออกมา (จากป่า) พรรคจะบอกว่ากลับไปก่อนนะ เดี๋ยวจะมีคนติดต่อไป

ท่ามกลางการรอคอย คือ มีการประกาศ 66/23 แล้วเพื่อนๆ ที่ออกมาแบบผิดหวังจากพรรคก็ไปรายงานตัว ยอมรับว่าตัวเองกระทำความผิด ขอกลับมาเป็นพลเมืองที่ดีของไทย ทุกคนได้คืนสถานภาพไปเรียนที่มหาวิทยาลัยต่อ

แล้วก็จะมีคนที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เซ็น เพราะสำหรับเขามองว่า (ตนเอง) ไม่ได้กระทำความผิด ก็รอไป แล้วไม่ได้กลับไปเรียนต่อ หรือบางคนที่เข้าป่าแล้วโชคดีถูกส่งไปเรียนต่อที่ประเทศจีน เรียนหมอ เรียนดนตรี กลับมาประกอบอาชีพได้เลย เพราะฉะนั้น แต่ละคนมีเส้นทางชีวิตที่ต่างกันมหาศาล

เหมือนกับคนรุ่นใหม่ตอนนี้ ที่บางคนเรียนไม่จบ เงินไม่มี พ่อแม่ก็ผิดหวัง เพื่อนก็เริ่มรวย เราคือ “คนพ่ายแพ้”

เพราะฉะนั้น ช่องว่างของคนเดือนตุลาแต่ละกลุ่มตอนนั้น เป็นภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกมากๆ ไม่อยากจะเจอหน้าใคร แม้เราจะเป็นลูกที่ดีของพรรค แต่ทำไมสิ่งที่เราได้รับจึงเป็นแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงในเชิงอุดมการณ์ แค่การมีชีวิตอยู่ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก

ท้ายที่สุด เราจึงเห็นคนเดือนตุลาหลายคนยอมไปทำงานกับพรรคการเมือง ที่แม้จะไม่ได้ (มีจุดยืน) ก้าวหน้า หลายคนต้องไปอยู่ภาคเอกชน ที่ถูกมองว่าเป็นการหันหลังให้อุดมการณ์เดิมไปอยู่กับทุนนิยม หรือบางคนกลับไปอยู่ภาคราชการ แล้วก็ต้องทำงานภายใต้กลไกรัฐไทยแบบปกติ

นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก แม้จะมีความพยายามในการกลับมารวมตัวกัน เราจะเริ่มเห็นการจัดงานรำลึกเล็กๆ งานรำลึกถึงเพื่อนที่เสียชีวิต โดยที่เราไม่พูดกันเรื่องการเมือง มีการพยายามระดมความช่วยเหลือให้เพื่อนที่ตกยาก มันเป็นช่วงที่เวลาแย่มาก

บทเรียนนี้สำหรับคนรุ่นใหม่ (ในปัจจุบัน) คือ ในภาวะที่ยากลำบากนี้จะประคับประคองกันอย่างไร เพราะท้ายที่สุด เราปฏิเสธไม่ได้ว่าคนเดือนตุลา เขามีฐานของความเป็นชนชั้นนำในสังคม มีทักษะ มีทุนทางเศรษฐกิจ มีทุนความสามารถ ในการเข้าสู่แวดวง (ต่างๆ) เมื่อเศรษฐกิจเติบโต

เพราะฉะนั้น คนรุ่นใหม่ที่รู้สึกว่าตอนนี้แพ้ พรรคก็ไม่ชนะ ม็อบก็ไม่มี ผลักดันอะไรไม่ได้ ไม่อยากกลับไปเรียนหนังสือ ก็ต้องเรียน จบออกมา ก็หางานทำไม่ได้ คือมันมีช่วงเวลาแบบนี้แหละ เป็น “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” ก่อนที่คุณจะเข้าสู่พื้นที่ที่จะกลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง

แล้วการเป็นคนเดือนตุลาที่ออกจากป่า มันเป็น “ความติดลบ” จะไปสมัครงานแล้วตอบว่าอย่างไร ที่หายไป (เข้าป่า) 3-4 ปี หายไปไหน หลายคนที่เคยสัมภาษณ์บอกว่าต้องทำ CV (เอกสารประวัติส่วนตัว) ปลอมนะ เพราะคุณจะบอกว่าไป “เข้าป่า” ก็ไม่ได้

ไม่ใช่จะบอกว่าชีวิตไม่ยากลำบากสำหรับคนรุ่นนี้ แต่เราอยากให้เห็นว่าการจะเปลี่ยนแปลงสังคมได้ “การรอคอย” เป็นเรื่องที่ยากที่สุด การรอคอยท่ามกลางภาวะที่ยากลำบากคือเรื่องที่ยากที่สุด

และท้ายที่สุด ถ้าถามว่าคนเดือนตุลามีบทบาทนำในสังคมไหม ดิฉันปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขามี แต่ก่อนที่พวกเขาจะกลับมามีบทบาทในการเมืองทุกภาคส่วน มันผ่านการ “burn out” (สภาวะ “หมดไฟ”) นาน 10-15 ปี

ถ้าคุณประคองความมุ่งมั่น ความสนใจ ความอยากเปลี่ยนแปลงโลกและสังคมของคุณได้เป็นสิบปี พลังในการกลับมาอยากเปลี่ยนแปลง อยากทำอะไร มันจะผ่านกระบวนการการคิดมาเยอะมาก

ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยกับเขา (คนเดือนตุลา) หรือไม่ก็ตาม แต่ดิฉันคิดว่ามันเป็นบทเรียนที่สำคัญมากสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นสังคมเปลี่ยนแปลง

มีคนบอกว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การปฏิวัติ ขบวนการทางสังคม มันเรียกว่า “Entity in Motion” มันคือวัตถุที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา มันไม่ได้เกิดขึ้นหรือดับไปในเฉพาะวันที่คุณไปชุมนุม มันมีชีวิตของมัน

มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะประคอง “วัตถุ” อันนี้ ในระหว่างการเคลื่อนที่ไปสู่จังหวะอีกจังหวะหนึ่งที่มันจะเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ ถ้าในจังหวะเคลื่อนที่นี้คุณเลิก คุณ burn out (หมดไฟ) คุณจบแค่นี้ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า “Entity in Motion” มันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงสังคม

การเปลี่ยนแปลงสังคม มันต้องมีจังหวะที่คุณจะทำความเข้าใจกับโครงสร้างและการเมืองที่มันเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

บทเรียนหนึ่งที่ดีในการเรียนรู้จากคนเดือนตุลา คือ คุณจะประคองความฝันในการเปลี่ยนแปลงสังคมและโลกนี้อย่างไร

แต่อีกด้านหนึ่ง คือ ในภาวะความขัดแย้ง มันต้องเป็นความขัดแย้งที่คุณไม่ฆ่ากัน แม้คนเดือนตุลาจะไม่ฆ่ากัน ก็เกือบฆ่า เพราะการกล่าวหากันภายใต้เงื่อนไขทางสังคมที่ข้อกล่าวหามันร้ายแรงจนทำให้เพื่อนเราอีกฝั่งหนึ่งติดคุกได้

มันอยู่ในความขัดแย้ง ที่เรามองไม่เห็นเพื่อนเราว่าเป็นมนุษย์แล้วด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น นี่คือบทเรียนที่คนรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้จากคนเดือนตุลา

ไม่ว่าคุณจะมีจุดยืนทางการเมืองแบบไหนก็ตาม แต่เราต้องเชื่อว่า “มนุษย์มีเหตุผล”

เพื่อนเราที่เลือกอีกแบบหนึ่งที่ไม่เหมือนเรา เขาก็มีสิทธิ์เลือกแบบนั้น ผ่านชุดประสบการณ์ ผ่านคอนเน็กชั่นใหม่ ผ่านทุนทางสังคมใหม่ๆ ของเขา แต่เราต้องฆ่ากัน ขนาดชี้หน้าอีกฝ่าย แล้วบอกอีกฝ่ายคือคนที่จะล้มล้างเปลี่ยนแปลงการปกครองเลยหรือเปล่า

ถ้าคุณพูดแบบนี้ในประเทศที่เป็นเสรีนิยม มันเรื่องหนึ่ง แต่นี่คือพูดในประเทศที่เรารู้ว่าการชี้นิ้วใส่เขาแบบนั้น ชีวิตเขาจะต้องเผชิญอะไรบ้าง

บทนี้คือบทที่อยากให้คนรุ่นใหม่อ่าน ไม่ว่าคุณจะเกลียดกันอย่างไรก็ตาม คุณจะทะเลาะกันอย่างไรก็ตาม คุณต้องรู้เส้นแบ่งของ “ความเป็นความตาย” ของคนเรา ที่มีความมุ่งมั่นอยากเปลี่ยนแปลงทางสังคมในวิธีการที่ไม่เหมือนกัน

ตรงไหนคือเส้นที่จะไม่พาสังคมไทยไปสู่ความขัดแย้ง ที่คนตื่นตัวทางการเมืองสังคมพาไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก
Songs in the Key of Life
‘กนกรัตน์ เลิศชูสกุล’ ถอดบทเรียน จาก ‘คนเดือนตุลา’ สู่ ‘คนรุ่นม็อบ 63’
รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ สะกิดปม ‘ภาษีบาป-ไทยพีบีเอส’ ต้องถกบนหลักฐาน ไม่งั้น ‘สังคมไทยเสียโอกาส’
เสือป่า เข้มข้น 3 ตท.26 ‘จุ๊ฟ-เอี่ยว-เอก’ ชิงดำ จับกระแส ผบ.สูงสุด ทูบี ‘เสธ.ตั้ง-ซีรีส์ 3’ จ่อ ‘เสธ.แจ๊ค’ เต็ง ผบ.ทอ.? จับตา ‘ม้ามืด’ ปรากฏตัว?
E-DUANG | การเมือง ที่ขาด ความเสถียร การเมือง ใน ระบอบสีน้ำเงิน
“วัชระพล” เร่งชงครม.เยียวยาเกษตรกร ลั่น! พร้อมปกป้องพี่น้องชาวประมง สั่งสำรวจความเสียหายให้เสร็จ 31 ต.ค.นี้
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ นายกฯอนุทิน“สอบไม่ผ่าน”
‘ไทยสร้างไทย’ จัดสัมมนาเสริมศักยภาพบุคลากร มุ่งพัฒนาสู่ ‘พรรคการเมืองคุณภาพ’ ยึดมั่นอุดมการณ์สุจริต