วัตถุมงคลเหรียญรุ่นแรก หลวงปู่แคล้ว วัดมหาชัยฯ พระเกจิดังลุ่มน้ำแม่กลอง
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
“พระเทพเมธากร” หรือ “หลวงปู่แคล้ว สุมุตโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาชัยคล้ายนิมิตร ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พระเกจิผู้ทรงวิทยาคมเข้มขลังแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง
จัดสร้างวัตถุมงคลต่างๆ ล้วนโดดเด่นเป็นเอก โดยเฉพาะเหรียญรุ่นแรก สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2516 เพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลองอายุครบ 6 รอบ
ลักษณะเป็นทรงรูปไข่แบบมีหูในตัว สร้างด้วยเนื้อทองแดงเพียงเนื้อเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
ด้านหน้า มีรูปจำลองครึ่งองค์หันข้าง ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ บนรูปมีอักขระยันต์ ใต้รูปมีอักขระภาษาไทยเขียนไว้ว่า สุมุตฺโต เป็นนามฉายา
ด้านหลัง มีอักขระภาษาไทยเขียนคำว่า “ที่ระลึกครบ ๖ รอบ พระพิสณฑวินัยกิจ ๑๔ ก.พ. ๒๕๑๖”
เป็นอีกวัตถุมงคลที่ได้รับความศรัทธาและเชื่อมั่น

มีนามเดิมว่า แคล้ว สุพรรณ เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2444 เป็นชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี บิดา-มารดา ชื่อนายเพิก และนางตุ๊กตา สุพรรณ
ในวัยเด็กเป็นเด็กที่ฉลาดกว่าเด็กทั่วไป บิดาจึงนำไปฝากไว้พระอาจารย์แก้ว วัดสวนหงส์ ผู้เป็นลุง เพื่อศึกษาเล่าเรียนในสำนักวัดสวนหงส์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี จนอ่านออกเขียนได้ และบรรพชาที่วัดแห่งนี้
ขณะที่มีอายุ 20 ปี ได้มาเรียนต่อที่วัดเสนหา เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งนักธรรมและบาลี
อายุครบ 21 ปี จึงเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2465 ณ พัทธสีมาวัดเสนหา ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม
ได้รับฉายาว่า สุมุตโต โดยมีพระธรรมไตรโลกาจารย์ (เจริญ ญาณวโร) วัดเทพศิรินทราวาส เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสังวรกิจ (อาจ ชุตินธโร) วัดเสนหา เป็นพระกรรมวาจาจารย์
อยู่จำพรรษาที่วัดเสนหาเรื่อยมา เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม และสามารถสวดมนต์บทต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว
หลังจากที่อยู่จำพรรษาที่วัดเสนหา 5 พรรษา จึงย้ายไปจำพรรษาที่วัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมบาลีต่อ จนสอบได้เปรียญ
พ.ศ.2480 ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดใหม่ หรือวัดมหาชัยคล้ายนิมิตร ว่างลง คณะสงฆ์จึงมีคำสั่งให้มารักษาการเจ้าอาวาส และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2480
หลังจากรับตำแหน่ง มุ่งมั่นพัฒนาวัดอย่างสุดความสามารถ ทั้งการสร้างเสนาสนะต่างๆ จนวัดเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ

วัดมหาชัยคล้ายนิมิตร เดิมชื่อ วัดใหม่ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2434 โดยหม่อมคล้าย บุนนาค ชายาในสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ได้บริจาคที่ดินหมู่บ้านสนามไชยเพื่อสร้างวัด และได้บริจาคทรัพย์ก่อสร้างเสนาสนะต่างๆ
ในปี พ.ศ.2489 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ยังจังหวัดสมุทรสาคร โดยรถไฟพระที่นั่งสายคลองสาน-มหาชัย เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรและเยี่ยมวัดแห่งนี้
จากเอกสารสำคัญในสำนักราชเลขาธิการ คือหนังสือประมวลพระบรมฉายาลักษณ์ ของ ร.8 ที่มีชื่อว่าอัฐมราชานุสสรณ์ พิมพ์พระราชทานในงานพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึ่งมีภาพในการเสด็จครั้งนั้นรวม 7 ภาพ เป็นหลักฐานว่าพระองค์เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรเมืองสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2489 เป็นการเสด็จส่วนพระองค์ มิได้มีหมายกำหนดการเป็นหลักฐานทางราชการแต่ประการใด
ตามบันทึกกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล และสมเด็จพระอนุชาเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จโดยรถไฟขบวนพิเศษเป็นราชพาหนะ พร้อมด้วยข้าราชบริพารประมาณ 20 คน เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2489 พระสมุทรคุณากร เจ้าคณะจังหวัด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ สวดชยันโต ถวายพระพรเป็นคำรบแรก
หลังมีพระราชปฏิสันถารกับผู้ที่คอยเฝ้ารับเสด็จเพียงเล็กน้อยแล้ว พระสมุทรคุณากรจึงได้นำเสด็จไปนมัสการพระประธาน ในพระอุโบสถวัดมหาชัยคล้ายนิมิตร
ขณะนั้นพระมหาแคล้ว สุมุตโต เจ้าอาวาส ได้เตรียมการรับเสด็จไว้พร้อมแล้ว การเสด็จต้องทรงพระดำเนินด้วยพระบาทโดยตลอด เพราะมีถนนอยู่สายเดียว จะมีรถสามล้อเพียงไม่กี่คัน และพระองค์ก็ไม่มีพระราชประสงค์จะเสด็จโดยรถสามล้อ
ทางวัดได้จัดปูลาดพระบาทตั้งแต่ประตูทางเข้าวัดจนถึงประตูอุโบสถ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 และพระอนุชาเข้านมัสการพระประธานแล้ว ก่อนจะเสด็จออกจากพระอุโบสถ ได้ทรงบริจาคทรัพย์ส่วนพระองค์บำรุงวัดจำนวน 200 บาท
เงินจำนวนนี้ ทางวัดพิจารณาเห็นว่าเป็นพระราชทรัพย์ที่มีคุณค่าเป็นอเนกประการ ไม่ควรจะนำไปจับจ่ายใช้สอยให้สิ้นเปลือง จึงได้นำไปสมทบทุนมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นเงินบำรุงการศึกษาปริยัติธรรมของพระภิกษุสามเณรมาจนทุกวันนี้ จากนั้นทั้งสองพระองค์ได้เสด็จชลมารคไปฝั่งท่าฉลอม และเสด็จกลับโดยรถไฟขบวนพิเศษ พระสงฆ์สวดชยันโตถวายพระพรส่งเสด็จอีกคำรบหนึ่ง
ลําดับงานปกครอง พ.ศ.2488 เป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองมหาชัย พ.ศ.2495 เป็นผู้ช่วยเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2490 เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่พระครูพิสณฑวินัยกิจ พ.ศ.2496 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระพิสณฑวินัยกิจ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร ฝ่ายธรรมยุต
พ.ศ.2498 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระราชาคณะ ที่พระเทพเมธากร
ทำนุบำรุงวัดมหาชัยคล้ายนิมิตรจนรุ่งเรือง เป็นพระที่สมถะ มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย
ถึงแก่มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2540 เวลา 04.45 น. สิริอายุ 96 ปี พรรษา 75
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
