ก่อสร้างและที่ดิน | นาย ต.

ตลาดอสังหาริมทรัพย์โครงการบ้านจัดสรรคอนโดมิเนียมผ่านไตรมาสที่ 3 เข้าสู่ไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นไตรมาสสุดท้ายของปี 2569

ผลดำเนินการที่ผ่านมาพบว่า ไตรมาส 3 ผลประกอบการของบริษัทอสังหาฯ โดยรวมดีขึ้น บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ๆ มีการแถลงแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้มากขึ้นกว่าเดิมหลายราย

แต่ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของธุรกิจอสังหาฯ ในอีก 6 เดือนข้างหน้ากลับพบว่า ความเชื่อมั่นลดลง

การที่ผลประกอบการของบริษัทอสังหาฯ ไตรมาส 3 ดีกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่ผ่านมานั้น เนื่องจากตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นมา บริษัทอสังหาฯ ส่วนใหญ่ลดและชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ หันมาเน้นการทำเคมเปญขายห้องชุดและบ้านที่สร้างเสร็จเป็นสำคัญ เพราะกำลังซื้อในตลาดยังอ่อนแรงและสถานการณ์ในประเทศและต่างประเทศมีความไม่แน่นอนสูง

ทุกบริษัททำโปรโมชั่นอย่างหนัก ยอมลดราคาขายมากเป็นพิเศษเพื่อทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อ ซึ่งก็ได้ผลตอบรับจากตลาดดี

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทำให้ยอดจองยอดขายครึ่งปีแรกเพิ่มมากขึ้น และทำให้มียอดโอน การรับรู้รายได้มากขึ้นในไตรมาส 3 แต่ถ้าดูตัวเลขผลประกอบการในรายละเอียดก็จะพบว่าอัตรากำไรขั้นต้นหรือ Gross Margin ของอสังหาฯ ในตลาดหลักทรัพย์ลดลง

ปกติอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทอสังหาฯ จะประมาณมากกว่า 30% ของยอดขาย เมื่อหักต้นทุนดำเนินการหรือ SG & A ซึ่งจะประมาณ 10-20% ต่างกันไปแต่ละบริษัท จะทำให้บริษัทอสังหาฯ เหลือกำไรสุทธิประมาณ 10% ถึง 20%

แต่ล่าสุดจะพบว่า บางบริษัทกำไรขั้นต้นมีต่ำกว่า 30% ซึ่งเป็นผลมาจากการโปรโมชั่นลดราคาขายที่ผ่านมานั่นเอง

การเปิดตัวโครงการใหม่ที่มีการแถลงข่าวชัดเจนเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง จะเห็นว่าเป็นการแถลงของบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ 5-6 ราย ทั้งนี้ เนื่องจากการฟื้นตัวของธุรกิจปัจจุบันที่เรียกว่า ฟื้นตัวแบบ K-shaped Recovery จะมีบริษัทจำนวนหนึ่งที่แข็งแรงเป็นขา K ชี้ขึ้น และบริษัทอีกส่วนหนึ่งเป็นขา K ชี้ลง

บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ที่แข็งแรง 5-6 ราย ที่มีการเงินเข้มแข็ง บางรายมีอัตราหนี้ต่อทุนหรือ D/E ต่ำมาก เกณฑ์ที่ว่าดีเยี่ยมคืออัตรา 1.0 แต่บางราย D/E ที่ 0.66 เท่านั้น จึงมีข้อได้เปรียบทางการเงิน

ขณะเดียวกัน ก็มีโครงการเปิดขายจำนวนมาก ครอบคลุมทำเลและระดับราคาต่างๆ ทำให้มีข้อมูลรู้ว่าทำเล, ราคา และรูปแบบที่อยู่อาศัยใดที่ยังมีความต้องการที่มีกำลังซื้อ จึงยังสามารถเปิดตัวโครงการใหม่ได้

อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ กทม.-ปริมณฑล ไตรมาส 3 ปี 2569 ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์หรือ REIC ดัชนีความเชื่อมั่นสูงขึ้นยืนเหนือ 50

แต่ที่ความเชื่อมั่น 6 เดือนข้างหน้าร่วงต่ำกว่า 50 สะท้อนผู้ประกอบการยังไม่วางใจเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ จึงใช้กลยุทธ์การควบคุมต้นทุนเข้มงวด เลือกลงทุนโครงการใหม่และระบายสต๊อก รับมือกับความผันผวนไม่แน่นอน

ปัญหาอุปสรรคใหญ่ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งธุรกิจอื่นๆ ในปัจจุบัน คือปัญหาขาดแคลนกำลังซื้อ กำลังซื้อต่ำ การจะฟื้นกำลังซื้อของตลาดของประชาชนได้นั้น เป็นบทบาทหน้าที่เป็นแนวทางนโยบายของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มี



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

อสังหาฯ กล้าๆ กลัวๆ
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)