bg-single

เปิดเกม ‘น้ำเงิน’ เอาคืน กกต.ลุยสอบ ‘3 สำนวน’ คดีฮั้ว ส.ว. เป้าเชือด ‘กลุ่มส้ม-วุฒิอิสระ’?

25.09.2026

ในประเทศ

สัปดาห์ก่อน “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธานกรรมการการเลือกตั้ง เป็นตัวแทน 7 เสือ กกต.นำทีมนั่งโต๊ะแถลงมติสำนวนการไต่สวนคดีเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หรือ “คดีฮั้วเลือก ส.ว.” กับสื่อมวลชนด้วยตนเอง

ต้องยอมรับว่า คดีฮั้วเลือก ส.ว.เป็นอีกหนึ่งสำนวนคดีที่ กกต.ใช้เวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงนานเป็นปีๆ เนื่องจากคดีนี้มีผู้ร้องจำนวน 67 คน ผู้ถูกร้อง 427 คน ขณะที่สำนวนเอกสารมีจำนวนมากถึง 75,722 หน้า

หลังจากพิจารณาเอกสารและพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว กกต.มีบทสรุปด้วยมติเสียงข้างมากให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาจำนวน 77 คน แบ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 26 คน ผู้มีสิทธิ์เลือก ส.ว. 36 คน บุคคลอื่น 15 คน แยกตาม 7 ข้อกล่าวหาตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561

ขั้นตอนหลังจากนี้ กกต.ต้องจัดทำคำวินิจฉัยสำนวนการเลือก ส.ว.ภายใน 60 วัน ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา หากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว ถ้าเป็น ส.ว. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา

ทว่า การที่ กกต.มีมติส่งฟ้องเพียง 77 ราย หลายฝ่ายต่างออกมาตั้งคำถาม โดยเฉพาะมติที่ กกต.ไม่สั่งฟ้องกรรมการบริหารพรรคและแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แม้แต่คนเดียว เนื่องจากมองว่าทั้งเอกสาร พยานหลักฐาน เส้นทางการเงินมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายพรรคการเมืองอย่างชัดเจน แต่เหตุใดจึงมีมติไม่สั่งฟ้องหรือตัดตอนเลือกฟ้องแค่บางราย “ฟันแค่มด ไม่ใช่ระดับช้าง”

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเหตุผลให้หลายฝ่าย รวมทั้งพรรคประชาชน (ปชน.) เตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิด กกต. ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีการจัดการและวินิจฉัยคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ปี 2567

แต่ทว่า ล่าสุดมีกระแสข่าวเรื่องความคืบหน้าการไต่สวนคดีเกี่ยวกับการเลือก ส.ว. เพิ่มเติมออกมา โดยระบุว่ายังเหลืออีก 3 สำนวน อยู่ในชั้นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน ดำเนินการสอบสวนอยู่และยังไม่เสร็จสิ้น

โดย 3 สำนวนดังกล่าว ได้แก่ 1. การฮั้ว ส.ว.ของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองสีส้มระดับจังหวัด

2. การฮั้ว ส.ว.ของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองสีส้มระดับประเทศ

และ 3. กลุ่มฮั้ว ส.ว.อิสระ

พร้อมกับมีรายงานว่า คณะกรรมการฯ คณะที่ 26 ได้ส่ง 3 สำนวนดังกล่าวไปยังที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่แล้ว แต่ที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่สั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอในการพิจารณาเพื่อลงมติ

รายงานแจ้งว่า สาเหตุที่พยานหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไม่เพียงพอนั้น เนื่องจากพยานปากสำคัญขอเลื่อนเข้าให้ปากคำกับคณะที่ 26 หลายครั้ง

ส่งผลให้ไม่สามารถเชื่อมโยงไปยังหลักฐานชิ้นสำคัญ คือ เส้นทางการเงิน ซึ่งมีความเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้สมัคร ส.ว. และผู้อยู่เบื้องหลัง เกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าจัดประชุม

ทั้งนี้ กระแสข่าวดังกล่าวเกิดคำถามตามมาว่า เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อ “เอาคืน” อีกฝ่ายหรือไม่ โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุถึงกรณีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งสอบเพิ่ม 3 สำนวนที่เกี่ยวข้องกับ ส.ว.สีส้ม และถูกมองว่าเชื่อมโยงกับพรรคประชาชนว่า ย้ำเสมอว่าต้องการให้ กกต.ดำเนินการกับทุกกรณีด้วยมาตรฐานเดียวกัน หากมีหลักฐานอันเป็นเหตุควรเชื่อได้ว่า มีบุคคลใดที่ไปกระทำการผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร หรือมีความคิดทางการเมืองอย่างไร

นายพริษฐ์ระบุว่า กกต.ต้องดำเนินการด้วยมาตรฐานเดียวกัน แต่สังเกตว่าเหตุใด กกต.จึงไม่ดำเนินการกับทุกกรณีในกรอบเวลาเดียวกัน แต่เพิ่งมีมติดำเนินการหลังจากวันที่ 14 กันยายน 2569 ส่วนเป็นการชิงจังหวะเอาคืนทางการเมืองหรือไม่ นายพริษฐ์ระบุว่า “ความจริงก็คือความจริง ก่อนย้ำว่า กกต.ต้องดำเนินการด้วยมาตรฐานเดียวกัน”

ขณะที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวตอนหนึ่งผ่านเวทีเสวนา “โกง ส.ว. จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ” โดยระบุว่า “ดิฉันก็กำลังถูกเอาคืนโดยพวกสีน้ำเงิน ไปขุดเอาเรื่องห้องจูปีเตอร์ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันอย่างโปร่งใส มีการเชิญ กกต.และสื่อมวลชนไป เราไม่ได้ปิดลับ ไม่ได้มีการทำลับๆ ล่อๆ ไปซ่อนอยู่ตามโรงแรมแล้วทำโพยกัน และที่สื่อรายงานว่า 300 คนเพราะเขาเห็นหมด อันนี้ก็พยายามที่จะสแกนหามดมาให้ได้ ช้างทั้งตัวอยู่ในห้องมองไม่เห็น” น.ส.นันทนาระบุ

ฟากนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ (ส.ว.) ได้ยกการประชุมของผู้สมัครวุฒิสภาที่ห้องจูปีเตอร์ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี 1 วันก่อนวันเลือก ส.ว. ขึ้นมาเขย่าฝ่ายสีส้ม โดยตั้งข้อสังเกต 5 ข้อ คือ

1. น.ส.พรรณิการ์ วานิช ได้เคยออกมาเปิดเผยว่ามีการเชิญ กกต.เข้าร่วมการประชุมด้วย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นคนไหน เพราะไม่เคยพูดชื่อออกมา และไม่แน่ใจว่าจะได้ยินคำตอบหรือไม่

2. จากที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย (ส.ว.) ให้สัมภาษณ์ว่า งานวันนั้นไม่ใช่ไอลอว์จัด ก็เอะใจในคำตอบ เพราะนายเทวฤทธิ์บอกว่าได้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หนึ่งคือ senate67 ซึ่งเป็นโครงการของไอลอว์ จึงมองว่าคำตอบของนายเทวฤทธิ์ย้อนแย้งกันหรือไม่ ซึ่งไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้จัดงาน แต่เชื่อว่ามีคนจัดงานแน่นอน

3. งานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการให้การรับผลประโยชน์หรือไม่ เพราะการจัดงานที่อิมแพคอารีน่า โดยเฉพาะห้องจูปีเตอร์มีค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทราบมาว่าออกมาเป็นบิลใบเสร็จใบเดียว ซึ่งคนที่ไปในงานวันนั้นบอกว่ามีกล่องบริจาคและใส่เงินบริจาคเข้าไป จึงเกิดคำถามว่า การตั้งกล่องบริจาคเก็บไปเท่าไร

4. ก่อนที่จะเข้างานวันนั้นจะต้องลงทะเบียนใน senate67 ก่อน ซึ่งในงานมีการตั้งคำถามถึงประเด็นมาตรา 112 ส่วนตัวจึงมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า ทำไมคนที่จะมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาต้องถามประเด็นเหล่านี้ด้วย

5. ถามไปยังผู้เข้าร่วมงานและไม่มีใครตอบได้เกี่ยวกับริสต์แบนด์ 3 สี สีขาว สีเขียว สีฟ้า ใส่เพื่ออะไร ทำไมต้องมี 3 สี

“หากบริสุทธิ์ใจจะหมายถึงกลุ่มอาชีพก็ต้องเป็น 20 สี 20 กลุ่มอาชีพ แต่ทำไมมีเพียงแค่ 3 สี” นายพิสิษฐ์ระบุ

อย่างไรก็ตาม จากกระแสข่าวดังกล่าว มีรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคนใกล้ชิด กกต.ชุดปัจจุบันว่า ทั้ง 3 สำนวนยังอยู่คณะอนุฯ ไต่สวนชุดที่ 26 ยังไม่ได้เสนอถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.ชุดปัจจุบันแต่อย่างใด กกต.จึงยังไม่มีการสั่งการอะไรเพิ่มเติมตามที่มีการเผยแพร่

ทั้งนี้ สำนวนที่ถูกกล่าวถึงนั้น มีการร้องเข้าสู่กระบวนการตั้งแต่ช่วงที่นายอิทธิพร บุญประคอง ดำรงตำแหน่งประธาน กกต. ซึ่ง กกต.ขณะนั้นได้สั่งให้ชุดที่ 26 ดำเนินการ โดยปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามกระบวนการของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม กระบวนการตรวจสอบและสั่งฟ้องคดีฮั้วเลือก ส.ว. โดย 7 เสือ กกต.กำลังอยู่ในจุดที่ต้องเผชิญกับการตั้งคำถามและมุมมองที่หลากหลายจากสังคม ขณะเดียวกัน การปรากฏกระแสข่าวเกี่ยวกับสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอื่นๆ เพิ่มเติมนั้น ก็ยิ่งทำให้ถูกสังคมตั้งคำถามเพิ่มเติม และถูกมองว่านี่อาจจะเป็นกลไกในการตอบโต้ทางการเมืองเพื่อเอาคืนกลุ่ม ส.ว.สีส้ม พรรคประชาชน หรือไม่

ฉะนั้น คงต้องรอดูว่าบทสรุปเรื่องนี้ กกต.จะมีมติออกมาเป็นเช่นไร



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ถอดบทเรียนซ้ำซาก ‘ปชน.’ พ่าย ‘ผึ้งหลวง’ บ้านใหญ่-ระบบอุปถัมภ์ ปัจจัยชี้ขาดสนามท้องถิ่น
สหประชาชาติบนความไม่แน่นอน
เปิดเกม ‘น้ำเงิน’ เอาคืน กกต.ลุยสอบ ‘3 สำนวน’ คดีฮั้ว ส.ว. เป้าเชือด ‘กลุ่มส้ม-วุฒิอิสระ’?
‘ทรัมป์’ กับ ‘สิทธิเสรีภาพสื่อ’ เอฟเฟ็กต์แบนนักข่าวทำเนียบขาว
No Justice, No Humanity = No Peace
E-DUANG |   เลือกตั้ง บอร์ด ประกันสังคม จุดเลี้ยว จุดตัด และเส้นแบ่ง
ตามรอยเลือด…ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
‘เขียว’ เหนี่ยวบุญ หนุน ‘น้ำเงิน’
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน โกหน่อง
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์