bg-single

50 ปี 6 ตุลา ตอน 2 เหตุผลของหมาป่า ในการล่าลูกแกะฝูงใหญ่

09.10.2026

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ

การฟ้องเหยื่อ
เพื่อเลี่ยงความผิดของตนเองในข้อหาฆ่าคน

1.ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ในวันเกิดเหตุ มีจำนวนทั้งสิ้น 3,145 คน

ผู้ต้องหาที่ยังจับกุมไม่ได้ และได้ออกหมายจับไว้แล้ว จำนวน 33 คน

ผู้ต้องหาเป็นเยาวชน กรมตำรวจมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 43 คน

ผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่ กรมตำรวจได้ส่งสำนวนไปยังอัยการ เห็นควรสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง รวม 3,044 คน

และเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ด้วย จำนวน 74 คน

2. มีการออกหมายจับพวกกรรมการองค์กรนักศึกษาและศูนย์นิสิตฯ ที่หนีไปได้ แต่เพราะคนพวกนี้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่ธรรมศาสตร์ จึงยัดข้อหาคอมมิวนิสต์ไว้ให้แทน จำนวน 32 คน

เช่น นายเกรียงกมล เลาหไพโรจน์ นายจาตุรงค์ บุญยรัตนสุนทร นายตา เพียรอภิธรรม นายธีรยุทธ บุญมี นายพีระพล ตริยะเกษม นายพลากร จิระโสภณ นายพินิจ จารุสมบัติ นายบุญส่ง ชเลธร นายวิรัตน์ ศักดิ์จิรภาพงษ์ นายสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล นายสมาน เลือดวงศ์หัด และนายเหวง โตจิราการ ฯลฯ

ในวันที่ฟ้องจริงมีผู้ต้องหาที่ถูกคุมตัวอยู่เพียง 18 คน คือ นายสุธรรม แสงประทุม นายอนุพงษ์ พงษ์สุวรรณ นายอภินันท์ บัวหะภักดี นายสุรชาติ บำรุงสุข นายประพนธ์ วังศิริพิทักษ์ นายวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ นายมหินทร์ ตันบุญเพิ่ม นายอารมณ์ พงศ์พงัน นายประยูร อัครบวร น.ส.สุชีรา ตันชัยนันท์ นายอรรถการ อุปถัมภากุล นายสุชาติ พัชรสรวุฒิ นายธงชัย วินิจจะกูล นายคงศักดิ์ อาษาภักดิ์ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นายโอริสสา ไอยราวัณวัฒน์ น.ส.เสงี่ยม แจ่มดวง และนายเสรี ศิรินุพงษ์

อีก 56 คนอัยการสั่งไม่ฟ้อง

หัวหน้ากองอัยการศาลทหารเผยว่า กำหนดโทษหนักที่ผู้ต้องหาฆ่าเจ้าพนักงานคือถูกประหารชีวิต สำหรับโทษผู้ต้องหาที่มีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต การตัดสินคดีนี้จะช้าหรือเร็วย่อมขึ้นกับศาล เพราะมีพยานโจทก์ทั้งหมดถึงสองร้อยปาก

ขึ้นศาลแพ้ กลัวความจริงเปิดเผย
ก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรม

วันที่ 5 กันยายน 2520 ได้มีการนำผู้ต้องหาไปขึ้นศาลทหาร

ข้อหาที่ 1 ความผิดในการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์กบฏและก่อจลาจล

ข้อหาที่ 2 ความผิดในข้อหาดูหมิ่นองค์รัชทายาทในเหตุการณ์ที่มีการแสดงละครแขวนคอ

ข้อหาที่ 3 บุกรุกสถานที่ราชการคือการเข้าไปใช้สถานที่ธรรมศาสตร์

ข้อหาที่ 4 ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่และพยายามฆ่า เพราะหลังจากเจ้าหน้าที่ยิงสังหาร รปภ.ของนักศึกษาแล้วบุกเข้าไปพร้อมกลุ่มกระทิงแดง มีคนใช้ปืนยิงสกัดขัดขวาง

ข้อหาที่ 5 มีอาวุธปืน วัตถุระเบิด

คนที่ถูกจับจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 จะโดนหลายข้อหา แต่คนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนดังๆ ก็จะโดนข้อหาคอมมิวนิสต์เป็นหลัก แต่ข้อหานี้ครอบคลุมได้หมดทุกคน

พอขึ้นศาลแค่สืบพยานฝ่ายรัฐบาลไม่กี่คน พวกหมาป่าแพ้ จึงใช้การออกกฎหมายนิรโทษกรรม กลบฝังความจริง เพื่อให้หมาป่าพ้นผิด โดยอ้างว่าหมาป่ากับแกะอยู่ในทุ่งเดียวกัน ควรให้อภัยต่อกันและลืมอดีตไปเสีย

เหตุผลที่แท้จริงของฝูงหมาป่า

1.ความกลัวคอมมิวนิสต์ เมื่อสงครามเวียดนามสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของเวียดนามเหนือ อเมริกาต้องถอนกำลังกลับประเทศและถอนฐานทัพออกจากประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา และลาว ต่างอยู่ภายใต้การปกครองของฝ่ายคอมมิวนิสต์ จนเกิดความเชื่อว่าประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ไปด้วยตามทฤษฎีโดมิโน

ความหวาดหวั่นแผ่ปกคลุมหมู่ชนชั้นนำ ผู้ถูกฝ่ายซ้ายเรียกขานว่า “นายทุน ขุนศึก ศักดินา และจักรวรรดินิยมอเมริกา”

ชนชั้นนำกลัวว่าจะสูญเสียอำนาจ ฐานะ และทรัพย์สิน จึงค่อยๆ ผลักดันให้สังคมเดินหน้าเข้าสู่ความรุนแรง ก่อนจะนำไปสู่การสังหารหมู่และการรัฐประหารในเวลาต่อมา เพื่อปกป้องฐานะทางชนชั้น ทรัพย์สินและอำนาจของพวกเขา

2. ความอยากมีอำนาจ เมื่อระบอบถนอม-ประภาสล้มลงเกิดช่องว่างของอำนาจขึ้นในหมู่ทหาร การแย่งชิงอำนาจทางทหารโดยเฉพาะในตำแหน่ง ผบ.ทบ. จึงเป็นที่หมายตาและเกิดการต่อสู้กันอย่างหนักในหมู่ผู้นำทหาร (หลัง 6 ตุลาคม 2519 จึงมีกบฏ 26 มีนาคม 2520 และรัฐประหาร 20 ตุลาคม 2520)

3. ความโลภของอเมริกา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ดร.ธวัช มกรพงษ์ เสนอให้ยกเลิกสัมปทานการขุดแร่ดีบุก 50,000 ไร่ ที่จังหวัดพังงา ของบริษัทอเมริกา และสามารถยกเลิกได้ในเดือนมีนาคม 2518

แต่ในแร่ดีบุกนั้นยังมีแร่โมนาไซต์และแทนทาไลต์ปะปนอยู่ด้วย แร่โมนาไซต์เมื่อนำไปสกัดจะได้ทอเรียมซึ่งเป็นสารที่มีกัมมันตภาพรังสี ใช้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

แทนทาไลต์เมื่อนำไปสกัดจะได้แทนทาลัม ใช้ทำเป็นชิ้นส่วนของ “ไมโครชิป” และใช้เคลือบทำหัวจรวดยานอวกาศเพราะทนความร้อนได้สูง

แต่ในเดือนธันวาคม เพียงสองเดือนหลังการรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 บริษัทอเมริกาก็กลับมาแอบต่อสัญญา 5 ปี และกวาดทรัพยากรจากพังงาออกไปจนหมด ไม่มีใครรู้ว่ามูลค่าคิดเป็นเงินได้กี่แสนล้าน

การสร้างธรรมเนียม
ให้ผู้มีอำนาจพ้นผิดลอยนวลหลังจากสังหารประชาชน

กรณีการสังหารประชาชนในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 มีการนิรโทษกรรม มาตรา 3 บรรดาการกระทำทั้งหลายทั้งสิ้นของบุคคลใดๆ ที่เกิดขึ้นในหรือเกี่ยวกับการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 และได้กระทำในระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ไม่ว่าจะได้กระทำในหรือนอกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และไม่ว่ากระทำในฐานะเป็นตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ หากการกระทำนั้นผิดกฎหมายก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง

มีคนเคยพูดกันแล้วว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปก็จะเกิดเหคุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

จากนั้นก็มีการสังหารประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 มีผู้เสียชีวิตตามตัวเลขทางการถึง 44 ราย บาดเจ็บสาหัส 47 ราย และสูญหาย 48 ราย บาดเจ็บธรรมดาเกินกว่า 1,500 คน

23 พฤษภาคม 2535 รัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร ออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิด เนื้อหาเหมือนตอน 6 ตุลาคม 2519 ยกเว้นวันที่เกิดเหตุ

พ.ร.ก.ฉบับนี้เป็นการนิรโทษกรรมแบบ “เหมาเข่ง” ให้กับผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองระหว่างวันที่ 17-21 พฤษภาคม 2535 หลายฝ่ายมองว่ากฎหมายนิรโทษกรรมนี้เป็นการนิรโทษกรรมให้กับการสังหารผู้ชุมนุม

แต่ที่หนักที่สุดคือเหตุการณ์ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม ปี 2553 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 94 ราย บาดเจ็บกว่า 1,500 ราย มีการใช้อาวุธสงครามในการปราบปรามผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ยังใช้กระสุนจริงมากถึง 117,923 นัด

มีความพยายามที่จะเรียกร้องความยุติธรรม โดยการยื่นฟ้องอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณ (ฝ่ายบริหารขณะนั้น) ฐาน “ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล” แต่ศาลอาญาทั้ง 3 ศาลยกคำร้อง โดยเห็นว่า “คดีเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ต้องอยู่ในอำนาจไต่สวนของ ป.ป.ช. ต่อมา ป.ป.ช. กลับมีมติไม่รับคำร้องไต่สวนอภิสิทธิ์ และสุเทพ รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.

นอกจากนี้ เมื่อมีการส่งเรื่องให้อัยการศาลทหารดำเนินคดีกับทหาร 8 นายกรณียิงพยาบาล กมลเกด อัคฮาด และประชาชนอีก 5 คนเสียชีวิต ณ วัดปทุมฯ กลางปี 2562 อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า “พยานหลักฐานไม่เพียงพอ”

ปัจจุบันยังไม่มีผู้มีอำนาจคนไหนได้รับโทษจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเหตุการณ์ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม ปี 2553



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐและนักธุรกิจพันล้าน : โลกของทรัมป์อีกด้านหนึ่ง
ไฉนทรัมป์ถล่มอิหร่าน แต่เรียกคิมว่า ‘เพื่อนฉัน’?
การประหารที่ล้มเหลวในสหรัฐ ฉีดยาพิษ 2 โดสแต่ไม่ตาย
เส้นทางความรัก ชาร์เลท – นนท์ ศดานนท์
เชื้อโรคลึกลับที่รัสเซีย
เมื่อสี จิ้นผิง ไปวอชิงตัน
50 ปี 6 ตุลา ตอน 2 เหตุผลของหมาป่า ในการล่าลูกแกะฝูงใหญ่
ทีวีสาธารณะ : ราคาของความไม่ไว้วางใจ
มุมมอง ‘อานันท์’ ในวัย 94 เมืองไทยไม่มี ‘อนุรักษนิยม’ เรามีแต่ ‘อำนาจนิยม’ |
อ้ายรั่ว : โจรลักวัวในตำนาน | เรื่องสั้น : มานพ แก้วสนิท
หนู – งู | กวีกระวาด : ภูมิชัย ดำรงชัย
หน้าต่างแมวมอง