bg-single

ไม่ ‘ตัดตอน’ ไม่มีการเมือง ‘แทรก’ คำยืนยัน ‘ป.ป.ช.’ หลังเผชิญข้อสงสัย ‘ทุจริตสอบท้องถิ่น’ เป๋

16.10.2026

ในประเทศ

ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ทุจริตโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งคดีใหญ่ที่สะเทือนและส่งผลกระทบต่อระบบราชการไทย โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย โดยขบวนการทุจริตดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล รวมทั้งมีผู้ถูกกล่าวหามากถึง 6 พันราย พบผู้กระทำความผิดตั้งแต่ระดับนายหน้าไปจนถึงข้าราชการระดับสูง

การทุจริตสอบครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นขบวนการแก้ไขคะแนนสอบ เรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่านนั้น ทำให้สังคมเกิดข้อสงสัยและกังขาว่า ที่ผ่านมากระบวนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นราชการนั้นเป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรมหรือไม่?

ด้วยเหตุนี้ สังคมและประชาชนต่างคาดหวังว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคดีทุจริตสอบท้องถิ่น และสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายได้

โดยเฉพาะ “ตัวการใหญ่” ซึ่งเป็นต้นตอการทุจริตโกงสอบครั้งใหญ่เช่นนี้

ขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และกำลังเร่งดำเนินคดีขยายผลกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายหลัง ป.ป.ช.รับเป็นคดีพิเศษ รับไว้ไต่สวน 2 ประเด็นหลัก คือ กรณีมีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่และผู้บริหารของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เข้าไปทุจริตในการสอบแข่งขันข้าราชการปี 2568

กรณีแรก เรื่องการล็อกสเปก กำหนด TOR เอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาเข้าไปดำเนินการรายหนึ่งรายใด โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือที่เรียกว่า ล็อกสเป๊ก เป็นความผิดฐานฮั้ว

ประการที่สอง การทุจริตแอบอ้างและเรียกรับกรณีมีการสอบบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น

ทว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคดีโกงสอบทุจริตท้องถิ่นกลับมาเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง ภายหลังปรากฏข่าวว่า ป.ป.ช.ส่งสำนวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 3 คน ในคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นไม่ทันกำหนดเวลา และต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาจากการคุมขังระหว่างไต่สวน

กรณีดังกล่าวส่งผลให้หลายฝ่ายออกมาตั้งคำถามถึงบทบาทการทำงานและขอให้ ป.ป.ช.เร่งออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงโดยเร็ว

เนื่องจากมีความกังวลว่าเป็นการจงใจดึงสำนวนเพื่อ “ตัดตอน” หรือเอื้อประโยชน์ให้ตัวการใหญ่หรือไม่

กระทั่งเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ป.ป.ช. นำโดยนายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภายหลัง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นถูกปล่อยตัวจากการคุมขังระหว่างไต่สวนทันที

ช่วงหนึ่งของการแถลงข่าวนายเกียรติศักดิ์ระบุว่า เมื่อส่งถึง ป.ป.ช. ข้อแตกต่างคือ ป.ป.ช.ใช้ระบบการไต่สวนคือ พอเรื่องมา ป.ป.ช.ต้องมาดูก่อนว่ารูปเรื่องการทุจริตคดีนี้ใครเกี่ยวข้องบ้าง พาดพิงถึงใคร ออกแบบการไต่สวนว่าจะใช้กระบวนการไต่สวนอะไร

เช่น คณะกรรมการไต่สวนทั้งคณะ มีคณะไต่สวนเบื้องต้นหรือไม่ เป็นกฎหมายของ ป.ป.ช. หลักการสำคัญของการดำเนินคดีอาญามีหลักว่าแม้ว่ารัฐ ซึ่งรวมถึง ป.ป.ช. มุ่งที่จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้เพียงใดก็ตาม ต้องไม่กระทบสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกกล่าวหาเกินสมควร

ในที่นี้คือ ป.วิอาญา มาตรา 87 โดยโทษสูงสุดคดีนี้เกิน 10 ปี ควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาได้ไม่เกิน 84 วัน ถ้าเกินต้องปล่อยทันที เป็นอย่างนี้ทุกคดี

นายเกียรติศักดิ์ระบุต่อว่า คำถามต่อมาคือ ถือว่าเขาพ้นผิดหรือไม่ คือไม่พ้น ไม่เกี่ยว ในส่วนการดำเนินคดีจนกว่าพบว่าใครกระทำผิด ในส่วนของกฎหมายตัวนี้

ถามว่าเมื่อปล่อยตัวไป ไม่กลัวผู้ต้องหาหลบหนีหรือ ในกฎหมาย ป.ป.ช. กำหนดในมาตรา 39 ถ้าผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือมีพฤติการณ์หลบหนี ให้จับตัวผู้ต้องหา ในเรื่องนี้เรามีเครื่องมือ และมาตรการเฝ้าระวัง ไม่ให้ผู้ต้องหาดำเนินการเช่นนั้นอยู่ ป.ป.ช.ต้องเคารพกฎหมาย เมื่อพ้น 84 วันควบคุมตัวไม่ได้ แต่ต้องดำเนินคดีต่อได้ นี่คือหลักการ

คำถามคือทำไมทำไม่ทัน เหตุผลที่ทำไม่ทันเพราะถ้าจะตัดตอนต้องรีบทำให้เสร็จภายในเวลาที่ทุกคนคาดหวัง โดยไม่สนว่าใครเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดบ้าง โดยเฉพาะตัวการใหญ่ รีบส่งคดีไปศาล รีบดำเนินคดีเฉพาะคนที่เราต้องการดำเนินคดี แบบนี้ถึงเรียกว่าตัดตอน

นายเกียรติศักดิ์ระบุด้วยว่า วันนี้ ป.ป.ช.ยังสรุปสำนวนอะไรไม่ได้ เพราะ ป.ป.ช.กำลังไต่สวนทั้งกระดานว่าผู้เกี่ยวข้องตัวการใหญ่คือใคร ใครสนับสนุน ใครเป็นนายหน้า ใครเป็นคนแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดผลการสอบ ทั้งหมดผู้ถูกกล่าวหา 6 พันคน

อาจมองว่าถ้า ป.ป.ช.มีคนเยอะแป๊บเดียวก็เสร็จ แต่พยาน 1 คน เชื่อหรือไม่ ไม่มีพยานคนไหนในโลกบอกว่าตัวเองทำผิด พยาน 1 คนใช้หลักฐาน 4-5 ชิ้นเพื่อยันให้ได้ว่าเขาทำผิด ไม่มีใครบอกแต่ต้นว่าเอาเงินไปจ่ายนายหน้าคนนั้นคนนี้ เป็นค่าโกงสอบ ความยุ่งยากและความซับซ้อนของเรื่อง ถึงเป็นที่มาว่าเราดำเนินการใช้เวลา แต่ยืนยันว่าไม่ช้า

ปัจจุบันเมื่อเราต้องการที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ให้บรรลุผลอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ ป.ป.ช.กำลังดำเนินการอยู่คืออะไร เรียนว่าขณะนี้เรื่องคดีเรายังสอบพยานไม่ครบทั้ง 6 พันคน แต่มีพยานหลักฐาน อาจกล่าวได้ว่าเพียงพอดำเนินการได้ในบางส่วน โดยเฉพาะคนที่เป็นตัวการใหญ่

“คำถามที่ทุกคนคาดหวังหรืออยากให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนถึงตัวการใหญ่ อาจถึงโดยไม่ช้า เบื้องต้น ตัวการใหญ่ที่สุด คือยังไม่ถึงนักการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ณ ปัจจุบันหลักฐานยังไม่ถึง ส่วนจะถึงใคร ปลายเดือนตุลาคมนี้จะมีการประชุมคณะไต่สวน และมีการนำพยานหลักฐานที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์ มาพิจารณากันว่าจะแจ้งข้อหาอย่างไร สังคมอยากให้เราทำทีเดียวหมดเลย 6 พันรายดำเนินการในคราวเดียวกัน แต่จะมีข้อจำกัดในทางเทคนิคคดี ดังนั้น อาจจะทยอยแจ้งข้อกล่าวหา ต้องรอดูคณะไต่สวนว่าจะใช้โมเดลไหนในการดำเนินคดี”

“ยืนยันไม่ช้า เริ่มดำเนินการได้ช่วงต้น พฤศจิกายนนี้แน่นอน” นายเกียรติศักดิ์ระบุ

ขณะที่ น.ส.มิรินทร์รัชต์ ชิตถะวงษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า เนื่องจากคดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากถึง 6,000 คน จึงไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้หมดภายในครั้งเดียว ต้องทยอยแจ้งข้อกล่าวหาไปตามลำดับความสำคัญของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละราย ซึ่งขอให้ประชาชนอดใจรอ เชื่อว่าไม่นานเกินรอแน่นอน

ส่วนกรณีข้อสงสัยของประชาชนที่มองว่า ป.ป.ช.ชุดนี้มาจาก “สายน้ำเงิน” อาจมีการช่วยเหลือกันนั้น น.ส.มิรินทร์รัชต์ยืนยันว่า “การไต่สวนของ ป.ป.ช.ทำในรูปแบบของคณะกรรมการและเป็นระบบไต่สวน เรื่องการเมืองไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวได้อย่างแน่นอน เราสามารถแยกแยะได้ และยืนยันว่าไม่มีการเมืองสีใดเข้ามาแทรกแซง ป.ป.ช.ได้ การทำงานของ ป.ป.ช.ไม่มีมวยล้มต้มคนดูอย่างแน่นอน โดยยึดหลักความถูกต้องเป็นสำคัญ”

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้คงต้องรอดูผลการพิจารณาของ ป.ป.ช.ว่าท้ายที่สุดแล้วจากพยานหลักฐานและการไต่สวนจะสามารถเอาผิดผู้กระทำความผิดทั้งหมดได้กี่ราย และสามารถสาวไปถึงตัวบงการใหญ่ได้หรือไม่

แน่นอนว่าคดีโกงสอบท้องถิ่นเป็นอีกหนึ่งคดีประวัติศาสตร์ ซึ่งสังคมและประชาชนค่อนข้างคาดหวังกับ ป.ป.ช. หนึ่งในองค์กรอิสระ ว่าจะทำงานด้วยความอิสระ ไม่ “ตัดตอนคดี” หรือปล่อยให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง ตามที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลหรือไม่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘สวัสดิการธิปไตย’ พุ่งแรง ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ สร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ จับตากระแสต้าน ‘ชนะแต่ไม่ให้ชนะ’
แบมบู ดิโพลเมซี
UN-TERTAINMENT ‘ธิปไตย
เหตุรุนแรงในโรงเรียนโปแลนด์ แรงจูงใจจากออนไลน์ หรือพฤติกรรมเลียนแบบ
E-DUANG | จุดตัด การเมือง เพื่อไทย จุดตัด บอร์ด ประกันสังคม
ไม่ ‘ตัดตอน’ ไม่มีการเมือง ‘แทรก’ คำยืนยัน ‘ป.ป.ช.’ หลังเผชิญข้อสงสัย ‘ทุจริตสอบท้องถิ่น’ เป๋
ทรัมป์ กับเลือกตั้งกลางเทอม
ประกันสังคมกับฝันร้ายของรัฐบาล
ปัญหาท้าทาย ของการ ‘ไม่ลงมือทำอะไรเลย’ | ปราปต์ บุนปาน
‘รัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่’ (1)
50ปี 6ตุลา | นักรบนิรนามในป่าใหญ่ | สุรชาติ บำรุงสุข
E-DUANG | จังหวะก้าว ต่อรอง การเมือง จังหวะก้าว ทักษิณ ชินวัตร