bg-single

ถอดบทเรียนซ้ำซาก ‘ปชน.’ พ่าย ‘ผึ้งหลวง’ บ้านใหญ่-ระบบอุปถัมภ์ ปัจจัยชี้ขาดสนามท้องถิ่น

25.09.2026

ในประเทศ

สนามการเลือกตั้งท้องถิ่นกลายเป็นโจทย์ยาก และถือเป็นบทเรียนสำคัญของพรรคประชาชน หลังพ่ายแพ้แบบหลุดลุ่ยในศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่พรรคส้มกวาด ส.ส.นนทบุรียกทั้งจังหวัด แต่ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นกลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่วาดฝันเอาไว้

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ กลุ่มผึ้งหลวง เอาชนะนายเดชรัต สุขกำเนิด พรรคประชาชน ด้วยคะแนนท่วมท้น 193,653 คะแนน ต่อ 138,274 คะแนน โดยห่างกันมากถึง 55,379 คะแนน

จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1,075,199 คน และมีผู้มาใช้สิทธิ์ 376,278 คน ทำให้นายนฤพนธ์ผงาดครองเก้าอี้นายก อบจ.นนทบุรีอย่างเป็นทางการ โดยจะเข้าไปบริหารงานต่อจาก พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ผู้เป็นอา ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์บุกยิงคาสำนักงาน อบจ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรีทั้ง 6 อำเภอ ได้แก่ เมืองนนทบุรี บางกรวย บางใหญ่ บางบัวทอง ไทรน้อย ปากเกร็ด ในปี 2563, 2568 และล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 ตระกูลเย็นประเสริฐชนะขาดทุกพื้นที่

ยกเว้น อ.บางกรวย และ อ.บางใหญ่ ที่มีคะแนนสูสีกัน เนื่องจากเป็นเขตโครงการบ้านจัดสรร ส่วน อ.บางบัวทอง ซึ่งเป็นบ้านเกิด และฐานที่มั่นอย่าง อ.เมืองนนทบุรี รวมทั้ง อ.ปากเกร็ด ก็คว้าคะแนนได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

โดยเฉพาะ อ.บางบัวทอง ซึ่งมีถึง 8 ตำบล คือ บางบัวทอง บางคูรัด บางรักพัฒนา บางรักใหญ่ พิมลราช ลำโพ ละหาร และโสนลอย พื้นที่ส่วนใหญ่ยังเป็นเขตชนบท และ อ.ปากเกร็ด ใน 12 ตำบล ไล่ตั้งแต่ ต.ปากเกร็ด อ้อมเกร็ด คลองข่อย ท่าอิฐ บางตลาด บ้านใหม่ บางพูด บางตะไนย์ คลองพระอุดม เกาะเกร็ด บางพลับ และคลองเกลือ

ทั้งนี้ หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าปัจจัยชี้ขาดผลแพ้-ชนะในสนามการเลือกตั้งท้องถิ่น ยังคงเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างชาวบ้านกับเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น ไล่ตั้งแต่ระดับ ส.จ. ส.ท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม.

แม้ว่าพรรคประชาชนพยายามจะนำโมเดลลำพูนมาใช้ในการสู้ศึกนายก อบจ.นนทบุรี แต่ก็ยังห่างไกลกับจุดขายภาพความเป็นผู้นำท้องถิ่น และพรรคการเมืองที่ชอบ เพราะผลการเลือกตั้งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าคนนนทบุรีแยกความสำคัญระหว่างการเมืองระดับชาติกับระดับท้องถิ่นออกจากกัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองระบบอุปถัมภ์ หรือการช่วยเหลือเกื้อกูลของตระกูลบ้านใหญ่ ผ่านกิจกรรมในพื้นที่ เช่น งานบวช งานแต่ง งานกฐิน งานศพ ยังคงเกี่ยวพันและหลอมรวมฝังลึกในสังคมระดับท้องถิ่น ซึ่งสวนทางกับนโยบายของพรรคส้มอย่างสิ้นเชิง

จึงทำให้พวกเขายังไม่ประสบความสำเร็จในสนามท้องถิ่นมากเท่าไรนัก

หลังคว้าชัยชนะ นายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวนนทบุรีที่ยังคงไว้วางใจกลุ่มผึ้งหลวง รวมถึงขอบคุณทีมงานทุกคนที่ร่วมกันทำงานอย่างหนักตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย โดยไม่หวั่นทั้งแดดและฝน จนประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้

“ผมขอขอบคุณพี่น้องชาวนนทบุรีทุกท่านที่ยังไว้วางใจกลุ่มผึ้งหลวง เพราะหากไม่มีท่านมาเลือกตั้งในวันนี้ เราก็คงไม่มีวันที่จะรู้ว่าเรายังเป็นที่ไว้วางใจอยู่ และเชื่อว่าดวงวิญญาณของคุณอา พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี ยังคอยเฝ้าดูและติดตามความสำเร็จของลูกหลานอยู่”

“อาครับ ผม น้องยุ้ย และทีมงานผึ้งหลวงทุกท่าน เราทำให้สำเร็จแล้ว เราจะสานต่อนโยบายที่เราเคยพูดไว้ เพราะฉะนั้นขอให้อาสบายใจได้” นายก อบจ.นนทบุรีป้ายแดงกล่าว

ด้าน น.ส.พรรษพร เย็นประเสริฐ หรือยุ้ย ซึ่งเป็นลูกสาวอดีตนายกธงชัยกล่าวว่า ในฐานะลูกสาวของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนให้ความไว้วางใจกลุ่มผึ้งหลวงและทีมงานทุกคนที่ร่วมกันทำงานมาตั้งแต่วันแรก ลงพื้นที่หาเสียงในทุกอำเภอ โดยกลุ่มผึ้งหลวงจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ และสานต่อนโยบายของคุณพ่อตามที่ท่านตั้งใจไว้ พร้อมที่จะดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด

ขณะที่ผู้แพ้อย่าง นายเดชรัต สุขกำเนิด กล่าวขอบคุณเสียงสนับสนุนของพี่น้องชาวนนทบุรีเช่นกัน ทุกคะแนนเสียงล้วนมีความหมาย เราเชื่อมั่นและเคารพในเสียงของประชาชน พร้อมทั้งแสดงความยินดีกับนายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ กลุ่มผึ้งหลวง ที่ชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายก อบจ.นนทบุรี

“สำหรับผมช่วงเวลา 31 วันที่ผ่านมามีความหมายมาก เราได้มีโอกาสลงไปสัมผัส พูดคุยกับพี่น้องอย่างทั่วถึงทั่วทั้งจังหวัดนนทบุรี ไม่มีวันไหนที่หยุดเดิน แม้ว่าเราจะไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่ความหมายจะยังคงอยู่ และเราจะยังทำหน้าที่ทางการเมืองเพื่อความเปลี่ยนแปลงในบทบาทที่เราสามารถทำได้ ขอบคุณทีมงานพรรคประชาชน ขอบคุณประชาชน ถ้ามีโอกาสก็คงจะได้พบกันในบทบาทอื่นๆ ต่อไป” นายเดชรัตกล่าว

เช่นเดียวกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ โดยเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยลงเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี เมื่อปี 2568 จากตัวเลข 41% เหลือแค่ 35% เท่านั้น

แต่ถ้าดูสัดส่วนคะแนนดิบ พบว่าความนิยมของพรรคไม่ได้ลดลง และสัดส่วนกลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ

ขณะที่มุมมองของ รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา, ประกิต กอบกิจวัฒนา ครีเอทีฟโฆษณาและนักออกแบบแคมเปญการเมือง และหมออ๋อง-ปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภา ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง วิเคราะห์ความล้มเหลวของพรรคประชาชนในสนามการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรีได้อย่างน่าสนใจ

รศ.ดร.โอฬารชี้ให้เห็นว่าการเมืองระดับชาติกับการเมืองท้องถิ่นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน พรรคประชาชนอาจจะได้ ส.ส.นนทบุรียกทั้งจังหวัดก็จริง แต่ในพื้นที่ยังคงเกาะเกี่ยวกันด้วยกลุ่มพันธมิตรทางการเมือง ดังนั้น พรรคส้มต้องไปตีโจทย์และทำการบ้านให้หนักว่าจะทำงานท้องถิ่นหรือปรับกลยุทธ์สู้กับบ้านใหญ่อย่างไร

“กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับชุมชน เช่น งานกฐิน งานบวช ซึ่งบางทีอาจจะถูกด้อยค่า แต่มันคือวิถีที่นักการเมืองใช้ บางคนบอกชัดเจน สุขก็เห็นหน้า ทุกข์ก็เห็นหน้า ยิ่งแพ้ก็ยิ่งต้องเห็นหน้า แต่ของพรรคส้มแพ้ก็เปลี่ยนตัว เท่ากับว่าต้องนับหนึ่งใหม่ตลอดเวลา” รศ.ดร.โอฬารกล่าว

พร้อมทั้งเสนอให้นายเดชรัตลงสมัครสู้ต่อในสมัยหน้า

ส่วนประกิตวิจารณ์พรรคส้มตรงๆ กรณีเอาบิ๊กเนมเบอร์ใหญ่อย่าง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง กลายเป็นจุดอ่อนไปในตัว เพราะยิ่งทำให้นายเดชรัตไร้ตัวตน

อีกทั้งแคมเปญการสื่อสารติดกลิ่นอายของคนกรุงเทพฯ มากเกินไป จนดูเข้าถึงได้ยาก และตำหนิพรรคส้มไม่ควรมั่นใจว่าตัวเองเก่งในเรื่องการสื่อสารออนไลน์ เพราะจริงๆ แล้วงานออนกราวด์สำคัญกว่างานออนไลน์

“พรรคส้มก็ควรจะเรียนรู้ว่าในงานเครือข่ายของบ้านใหญ่ เขาทำงานสัมพันธ์กับคนอย่างไร คุณหยิบข้อดีของเขามาใช้ก็ได้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในพื้นที่” ประกิตแสดงทรรศนะในบทบาทนักครีเอทีฟแคมเปญการเมือง

ขณะที่หมออ๋องเสนอให้พรรคประชาชนสร้างนักการเมืองท้องถิ่นในอนาคตอีกแบบหนึ่งขึ้นมา หรือสร้างนักมวลชนสัมพันธ์เพื่อสู้กับเครือข่ายบ้านใหญ่ในพื้นที่ เช่นเดียวกับที่สนาม อบจ.ลำพูน เพราะการช่วยเหลืออุปถัมภ์อาจจะเป็นปัจจัยหลักของสนามการเมืองท้องถิ่นในประเทศไทย

“เรามีตำราการเมืองระดับชาติแล้ว เคยชนะ เคยแพ้มาบ้าง แต่ท้องถิ่นมันแพ้รัวๆ ผมคิดว่าเดี๋ยวก็คงมาถอด (บทเรียน) กัน แล้วเขียนออกมาให้ชัดเจน เราคงต้องหาสูตรของตัวเองในศตวรรษนี้”

“เราไม่ใช่ตระกูลบ้านใหญ่ที่มีอาชีพเป็นนักการเมือง คือต่อให้ไม่มีเลือกตั้ง เขาก็ยังลงพื้นที่ได้ตลอด แต่ของเราเป็นอาชีพนั้นอาชีพนี้ ถ้าต้องมาลงพื้นที่กันถึง 4 ปี ผมว่ามันก็กะเกณฑ์ชีวิตยาก” หมออ๋องสะท้อนปัจจัยความพ่ายแพ้ของพรรคประชาชนในศึกเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี

จากบทเรียนในครั้งนี้อาจมองได้ว่าความสำเร็จส่วนหนึ่งของพรรคประชาชนในสนามการเมืองระดับชาติ ไม่ได้การันตีชัยชนะในเวทีการเมืองท้องถิ่นเสมอไป ตราบใดที่ระบบอุปถัมภ์เครือข่ายตระกูลบ้านใหญ่ยังคงผูกขาดและมีอิทธิพลในพื้นที่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ถอดบทเรียนซ้ำซาก ‘ปชน.’ พ่าย ‘ผึ้งหลวง’ บ้านใหญ่-ระบบอุปถัมภ์ ปัจจัยชี้ขาดสนามท้องถิ่น
สหประชาชาติบนความไม่แน่นอน
เปิดเกม ‘น้ำเงิน’ เอาคืน กกต.ลุยสอบ ‘3 สำนวน’ คดีฮั้ว ส.ว. เป้าเชือด ‘กลุ่มส้ม-วุฒิอิสระ’?
‘ทรัมป์’ กับ ‘สิทธิเสรีภาพสื่อ’ เอฟเฟ็กต์แบนนักข่าวทำเนียบขาว
No Justice, No Humanity = No Peace
E-DUANG |   เลือกตั้ง บอร์ด ประกันสังคม จุดเลี้ยว จุดตัด และเส้นแบ่ง
ตามรอยเลือด…ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
‘เขียว’ เหนี่ยวบุญ หนุน ‘น้ำเงิน’
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน โกหน่อง
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์