bg-single

ตามรอยเลือด…ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

25.09.2026

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ

ในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และครบรอบ 20 ปีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันในปีนี้ ความเหมือนและความต่างของ 2 เหตุการณ์ก็คือ เหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 เริ่มต้นไม่มีการเสียเลือดเนื้อชีวิตแต่ประชาชนไม่ยอมรับการสืบทอดอำนาจ สุดท้ายต้องปราบปรามผู้ต่อต้านในปี 2553 จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ส่วนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ก่อนจะมีการล้อมปราบและสังหารนักศึกษาประชาชนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วันนั้น ได้มีเหตุการณ์รุนแรงต่อเนื่องมานานประมาณ 2 ปีก่อนหน้า

ถ้าดูจากเอกสารคำฟ้องที่มีต่อผู้ต้องหาหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 จะพบว่าข้อกล่าวหาได้ระบุพฤติกรรมของฝ่ายจำเลยตั้งแต่ต้นปี 2517

รัฐบาลใช้วิธีตั้งข้อหาคอมมิวนิสต์ ครอบคลุมได้หมดทุกคน ทั้งคนที่อยู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และคนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์หรือแม้แต่อยู่ต่างประเทศ คำบรรยายฟ้องอ้างเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2517 ที่มีการจัดนิทรรศการจีนแดงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าเป็นการโฆษณาให้หลงเชื่อว่า การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์มีความเจริญก้าวหน้า มีจุดมุ่งหมายให้คนเลื่อมใสลัทธิคอมมิวนิสต์และรวมไปถึงมีการยุยงให้เกิดการนัดหยุดประท้วง

ถ้าจะค้นหาความจริง ก็ต้องเริ่มจากปี 2517

ในขณะที่หลายคนคิดว่าตนเองเป็นวีรชน 14 ตุลาฯ แต่จริงๆ แล้ว เพียงแค่ 3 เดือนหลัง 14 ตุลาคม 2516 ก็ถูกหมายหัว

ในทัศนะของกลุ่มอำนาจใครสนใจฝักใฝ่ค่ายสังคมนิยมถือเป็นความผิด

ความรุนแรงเริ่มจากปี 2517

การเคลื่อนไหวของฝ่ายนักศึกษาถูกมองว่าเอียงซ้ายและกระแสสังคมนิยมก็ถูกผลักดันขึ้นสูง พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย พรรคแนวร่วมสังคมนิยมเกิดขึ้น มีผู้คนสนใจมากพอสมควร การปราบปรามจึงเกิดขึ้นแบบไม่มีการประกาศสงคราม

4 กรกฎาคม 2517 เกิดเหตุการณ์ประท้วงที่พลับพลาไชยและเยาวราช เจ้าหน้าที่ใช้กำลังอาวุธปราบปราม มีประชาชนเสียชีวิต 24 คน ถูกจับฟ้องศาล 76 คน

23 สิงหาคม 2517 แสง รุ่งนิรันดรกุล กรรมการกลางพรรคสัจจธรรมรามคําแหง

ถูกดักยิงที่ป้ายรถเมล์ใกล้สถานีรถไฟหัวลำโพง กรรมการพรรค 7 คน เหลือ 6 คนทันที

ปี 2518 เตรียมการรัฐประหาร

กรกฎาคม 2518 นายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ตั้งรัฐบาลผสมได้สำเร็จก็เดินทางไปเยือนประเทศจีน พบกับประธานเหมา เจ๋อตุง ท่านโจว เอินไหล และท่านเติ้ง เสี่ยวผิง การหันไปคบจีนถือเป็นการบุกเบิกและเปลี่ยนแนวทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

ปี 2518 มีการลอบสังหารผู้นำชาวนาติดต่อกันหลายราย

31 กรกฎาคม 2518 พ่อหลวงอินถา ศรีบุญเรือง ผู้นำชาวนาภาคเหนือถูกลอบยิงเสียชีวิต

4 สิงหาคม 2518 ผู้นำชาวนาดอยสะเก็ดที่กลับจากงานศพพ่อหลวงอินถาก็ถูกยิงเสียชีวิตเป็นรายที่ 8

มีการจับกุมผู้นำชาวนาและนักศึกษาที่ลำพูนจนเกิดการประท้วงให้ปล่อยตัวที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มกระทิงแดงกับ รปภ.ของนักศึกษา

วิเคราะห์กันว่ามีคนสร้างสถานการณ์เพื่อรัฐประหารรัฐบาลนายกฯ คึกฤทธิ์ที่ใช้ชื่อว่า แผน C 18

วันที่ 19 สิงหาคม มีตำรวจจำนวนหนึ่งไม่พอใจการชุมนุมและจัดประท้วงบ้าง ตำรวจกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปพังบ้านนายกฯ คึกฤทธิ์ที่ซอยสวนพลู

และวันที่ 20 สิงหาคม ก็มีกลุ่มกระทิงแดงบุกเข้าไปเผาสิ่งของในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ไม่มีอะไรเสียหายมาก ฝ่ายนักศึกษาไม่ได้โต้ตอบเพราะถ้าทำแล้วมีผู้เสียชีวิตเหตุการณ์จะบานปลาย ที่บ้านนายกฯ คึกฤทธิ์ก็เช่นเดียวกัน นายกฯ ได้แต่บอกว่าถ้วยโถโอชามเสียหายเล็กน้อยไม่เป็นไร

ปลายเดือนกันยายน 2518 มีการชุมนุมคัดค้านการโยกย้าย ดร.ธวัช มกรพงศ์ ผู้ว่าฯ พังงา ซึ่งเป็นเสาหลักในการต่อสู้คัดค้านบริษัท เท็มโก้ จนถูกยกเลิกสัมปทานขุดแร่ดีบุก 50,000 ไร่ (เมื่อเดือนมีนาคม 2518 ครั้งนั้นผู้นำกรรมกรที่ประท้วงบริษัทคือ นายสนอง บัญชาญ ก็ถูกลอบยิงเสียชีวิต)

การชุมนุมคัดค้านการย้าย ดร.ธวัชยืดเยื้อถึงวันที่ 30 กันยายน 2518 มีระเบิดกลางที่ชุมนุม ประชาชนเสียชีวิตทันที 15 คน บาดเจ็บ 17 คน

2519 เลือกตั้งบนทางเลือด

นายกฯ คึกฤทธิ์รอดจากการรัฐประหารมาได้ก็ต้องชิงยุบสภาเพราะจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และในการเลือกตั้งครั้งใหม่ เมษายน 2519 ถือว่าเป็นการเลือกตั้งบนทางเลือด และเส้นทางนี้ก็ทอดเข้าไปสู่เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นั่นเอง

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2519 พรรคพลังใหม่ซึ่งถือเป็นพรรคฝ่ายก้าวหน้าก็ถูกขว้างระเบิดใส่ที่ทำการพรรค แต่คนทำซึ่งเป็นอาชีวะกลุ่มกระทิงแดง เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บสาหัสตัดแขน 1 คน

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2519 อมเรศ ไชยสะอาด อุปนายกมหิดลและเป็นกรรมการ ศนท. ซึ่งไปฝึกงานที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ถูกลอบยิงเสียชีวิต

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2519 ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน เลขาธิการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ถูกลอบสังหารขณะขับรถกลับบ้าน เสียชีวิต

วันที่ 3 มีนาคม 2519 โรงเรียนช่างกลพระราม 6 ซึ่งเป็นอาชีวะฝ่ายก้าวหน้าก็ถูกวางระเบิดจนอาคารพังไป 1 หลัง มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บสาหัสอีก 6 คน ส่วนเจ้าของโรงเรียน อ.ดิลกชัย สุนาถวณิชย์กุล ถูกลอบยิงบาดเจ็บสาหัส ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2518

วันที่ 21 มีนาคม 2519 การเดินขบวนขับไล่ฐานทัพจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านมาจนถึงสยามสแควร์ก็มีคนขว้างระเบิดเข้าใส่กลางขบวน มีผู้เสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 30 คน แต่ก็เดินต่อจนไปถึงสถานทูตอเมริกา

24 มีนาคม 2519 มีการขว้างระเบิดเข้าใส่เวทีหาเสียงพรรคพลังใหม่ มีประชาชนเสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บจำนวนมาก

รัฐบาลใหม่ ปชป.

ไร้อำนาจ ความรุนแรงเดินต่อ

การเลือกตั้งในเดือนเมษายน 2519 คึกฤทธิ์แท้เลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล พรรคแนวสังคมนิยมทุกพรรคพ่ายแพ้ และคนส่วนหนึ่งก็ไม่กล้าลงเลือกตั้งหาเสียง

เพราะกลัวถูกลอบสังหาร ในขณะที่มีการกวาดจับและคุกคามนักศึกษา กรรมกรในต่างจังหวัดทั่วทุกภาค แม้แต่นักศึกษาที่ไปออกค่ายชนบทก็ไปไม่ได้

12 มิถุนายน 2519 ที่สถานีรถไฟขอนแก่น เกิดการขว้างระเบิดใส่กลุ่มน้องใหม่ซึ่งกำลังได้รับการต้อนรับจากรุ่นพี่ มีนักศึกษาเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 52 คน

17 สิงหาคม 2519 มีการชุมนุมต่อต้านการกลับมาของจอมพลประภาส จารุเสถียร ที่ท้องสนามหลวง แต่ต่อมาเพื่อความปลอดภัยก็ได้ย้ายเข้าไปชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันที่ 21 สิงหาคม 2519 ตอนบ่าย ในขณะที่นักศึกษาจากรามคำแหงยกขบวนมาสมทบ 30 คันรถ พอลงจากรถก็ถูกกลุ่มกระทิงแดงขว้างระเบิดใส่ นักศึกษาเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บกว่า 30 คน เป็นผู้ชายล้วนเพราะอยู่ด้านนอก

จอมพลประภาสรู้สึกว่าตัวเองจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือจึงเดินทางออกนอกประเทศ เหตุการณ์จึงสงบลง นักศึกษาทั้งหมดถูกบังคับให้ออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทางประตูท่าพระจันทร์ โดยผ่านการตรวจค้นของตำรวจและเหตุการณ์ก็สงบลง

19 กันยายน 2519 จอมพลถนอม กิตติขจร เดินทางมาถึงประเทศไทยด้วยการบวชเณร และเดินทางต่อไปวัดบวรเพื่อบวชเป็นพระ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนเพราะการต่อต้านของฝ่ายนักศึกษาประชาชนก็เริ่มแบบที่เคยทำกับจอมพลประภาสเมื่อเดือนก่อน

การเคลื่อนไหวต่อต้านถนอมของฝ่ายนักศึกษาประชาชนก็ถูกโต้กลับเมื่อออกไปปิดโปสเตอร์หรือรณรงค์ โดยจะถูกคนลอบทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดคือคืน 23 กันยายน เมื่อช่างไฟฟ้านครปฐมที่ไปติดโปสเตอร์ถูกจับซ้อมทุบตีอย่างทารุณและแขวนคอจนเสียชีวิต

(รายละเอียดของทุกเหตุการณ์ ตั้งแต่ปี 2517-2519 อยู่ในหนังสือปฏิวัติบนสายรุ้ง)

4 ตุลาคม 2519 มีการแสดงละคร ที่ลานโพธิ์ ธรรมศาสตร์ ล้อเลียนจอมพลถนอมและเรื่องการแขวนคอช่างไฟฟ้า

วันที่ 5 ตุลาคม 2519 มีภาพหนังสือพิมพ์ พร้อมกับโจมตีนักศึกษาว่า การแสดงละครเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม เป็นการหมิ่นรัชทายาท เพราะจากภาพหนังสือพิมพ์ จากนั้นก็มีการโจมตีผ่านวิทยุและสื่อหนังสือพิมพ์อย่างหนัก เรียกร้องให้คนมาชุมนุมที่สนามหลวง เพื่อต่อต้านกลุ่มนักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

(ติดตามเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ และการวิเคราะห์ ตอนต่อไป)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ถอดบทเรียนซ้ำซาก ‘ปชน.’ พ่าย ‘ผึ้งหลวง’ บ้านใหญ่-ระบบอุปถัมภ์ ปัจจัยชี้ขาดสนามท้องถิ่น
สหประชาชาติบนความไม่แน่นอน
เปิดเกม ‘น้ำเงิน’ เอาคืน กกต.ลุยสอบ ‘3 สำนวน’ คดีฮั้ว ส.ว. เป้าเชือด ‘กลุ่มส้ม-วุฒิอิสระ’?
‘ทรัมป์’ กับ ‘สิทธิเสรีภาพสื่อ’ เอฟเฟ็กต์แบนนักข่าวทำเนียบขาว
No Justice, No Humanity = No Peace
E-DUANG |   เลือกตั้ง บอร์ด ประกันสังคม จุดเลี้ยว จุดตัด และเส้นแบ่ง
ตามรอยเลือด…ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
‘เขียว’ เหนี่ยวบุญ หนุน ‘น้ำเงิน’
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
การ์ตูน โกหน่อง
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์