bg-single

เมื่อสี จิ้นผิง ไปวอชิงตัน

09.10.2026

บทความพิเศษ | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

จากปูซานในเดือนตุลาคม 2568 สู่ปักกิ่งในเดือนพฤษภาคม 2569 และมาถึงวอชิงตันเมื่อวันที่ 24 กันยายน โดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง พบกันสามครั้งในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ระหว่างนั้นความขัดแย้งเรื่องการค้า เทคโนโลยี และไต้หวันยังคงอยู่

การพบกันอย่างต่อเนื่องจึงบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมหาอำนาจทั้งสอง ยิ่งต่างฝ่ายต่างพยายามลดการพึ่งพากันมากเท่าไร ก็ยิ่งเห็นว่าการแตกหักมีราคาสูงเพียงใด

ที่ปูซาน ทั้งสองฝ่ายวางฐานการพักรบทางการค้าหลังตอบโต้กันด้วยภาษีและมาตรการควบคุมการส่งออก

ที่ปักกิ่ง สีเสนอแนวทางสร้างเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์ เพื่อให้การแข่งขันดำเนินอยู่ในขอบเขตที่จัดการได้

เมื่อมาถึงวอชิงตัน คำถามจึงขยับจากการหยุดความสัมพันธ์ไม่ให้ทรุดลง ไปสู่การทำให้คำมั่นจากการพบกันครั้งก่อนเกิดผลจริง

การทูตระหว่างผู้นำจะช่วยสร้างความแน่นอนให้โลกได้เพียงใด ธุรกิจและประชาชนยังต้องรอลุ้นผลการเจรจารอบต่อไป

เบื้องหลังพิธีต้อนรับที่ทำเนียบขาวคือการคำนวณผลประโยชน์ที่ต่างกัน

ผมมองว่าทรัมป์ต้องการชัยชนะที่นำกลับไปอธิบายกับผู้เลือกตั้งได้ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

ส่วนสีต้องการเสถียรภาพ เวลา และข้อจำกัดต่อจีนที่ลดลง

การเข้าใจการประชุมครั้งนี้จึงต้องมองทั้งเป้าหมายทางเศรษฐกิจ เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ จุดเปราะบาง และอำนาจต่อรองของแต่ละฝ่าย

ทางเศรษฐกิจ ทรัมป์ต้องการให้จีนซื้อสินค้าอเมริกันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตร รวมถึงส่งมอบแร่หายากและวัตถุดิบสำคัญอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้แปลงเป็นเรื่องงาน รายได้ และความมั่นคงของโรงงานที่ผู้เลือกตั้งเข้าใจได้

ทางยุทธศาสตร์ เขาต้องการให้จีนช่วยกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐ พร้อมกับรักษาความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีเหนือจีน การเปิดพื้นที่ให้ทำธุรกิจจึงดำเนินควบคู่กับความพยายามจำกัดขีดความสามารถของคู่แข่ง

จุดเปราะบางของทรัมป์คือแรงกดดันให้แสดงผลงานเร็ว การเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนใกล้เข้ามา ขณะที่ค่าครองชีพและสงครามกับอิหร่านกระทบคะแนนนิยม ผู้ผลิตอเมริกันยังต้องพึ่งพาวัตถุดิบบางประเภทจากจีน การกดดันปักกิ่งจึงอาจย้อนกลับมาสร้างต้นทุนให้ผู้ประกอบการและผู้เลือกตั้งของเขาเอง

อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังมีอำนาจต่อรองจากขนาดตลาดและการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง ความยากอยู่ที่การใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้ได้ผลโดยไม่สร้างความเสียหายภายในประเทศเกินกว่าจะรับไหว

สําหรับสี เป้าหมายทางเศรษฐกิจคือการรักษาตลาดอเมริกัน ลดความไม่แน่นอนจากภาษี และผ่อนคลายข้อจำกัดการเข้าถึงชิปขั้นสูง

ทางยุทธศาสตร์ จีนต้องการให้สหรัฐยุติการขายอาวุธแก่ไต้หวัน

ในมุมของผม พิธีต้อนรับที่สมเกียรติยังมีคุณค่าในฐานะภาพยืนยันว่าจีนได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาค สีจึงให้ความสำคัญกับสถานะและอิทธิพลของจีนในระยะยาว ควบคู่ไปกับผลประโยชน์ทางการค้าที่จับต้องได้

ความเปราะบางของสีอยู่ในเศรษฐกิจจีนเอง การบริโภคภายในประเทศอ่อนแรง ภาคอสังหาริมทรัพย์ซบเซา และรายได้ของรัฐบาลท้องถิ่นถูกกดดัน การรักษาอุปสงค์จากต่างประเทศจึงยังสำคัญ อำนาจต่อรองของจีนมาจากบทบาทในห่วงโซ่การผลิต โดยเฉพาะแร่หายากและแม่เหล็กที่อุตสาหกรรมอเมริกันต้องใช้ ข้อได้เปรียบนี้ช่วยให้จีนตอบโต้แรงกดดันได้

ขณะเดียวกัน ตลาดและเทคโนโลยีของสหรัฐก็ยังมีคุณค่าต่อจีน

ทั้งสองฝ่ายจึงมีเครื่องมือกดดันกันและมีต้นทุนจากการใช้เครื่องมือเหล่านั้น

เมื่อวางผลประโยชน์กับข้อจำกัดเคียงกัน จะเห็นว่าผู้นำทั้งสองประเมินเวลาต่างกัน ทรัมป์มีแรงจูงใจให้การเจรจาผลิตข่าวดีทันรอบการเมือง สีอาจมีพื้นที่รอมากกว่าในการเจรจาครั้งนี้ ทว่า การไม่มีเส้นตายเลือกตั้งแบบสหรัฐ ไม่ได้ทำให้ต้นทุนของการรอหายไป เวลาจะเป็นประโยชน์ต่อจีนเพียงใดยังขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของตน และความเร็วที่สหรัฐจะลดการพึ่งพาวัตถุดิบจีน ความได้เปรียบจึงเปลี่ยนไปตามประเด็นและระยะเวลา

ความสัมพันธ์เช่นนี้สะท้อนสิ่งที่เฮนรี ฟาร์เรลล์ และอับราฮัม นิวแมน เรียกว่าการใช้ความพึ่งพาเป็นอาวุธ ประเทศที่ควบคุมจุดสำคัญในเครือข่ายเศรษฐกิจสามารถเปลี่ยนความเชื่อมโยงให้เป็นอำนาจต่อรองได้ การค้าจึงสร้างทั้งผลประโยชน์ร่วมและโอกาสในการบีบบังคับ คำถามเรื่องอำนาจในโลกวันนี้ต้องรวมถึงว่า ใครระงับสิ่งที่อีกฝ่ายจำเป็นต้องใช้ได้ ใครรับต้นทุนได้นานกว่า และใครหาทางเลือกใหม่ได้เร็วกว่า

การพักรบทางการค้าสอดคล้องกับแรงจูงใจของทั้งคู่ ก่อนการประชุม สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่าตกลงขยายเวลาพักรบออกไปอีกสองเดือน ต่อมาในวันที่ 26 กันยายน ฝ่ายจีนระบุว่ามีข้อตกลงลดภาษีตอบแทนกันและเปิดวงหารือด้านปัญญาประดิษฐ์ ความคืบหน้าเหล่านี้มีคุณค่าในการลดความตึงเครียด

ส่วนความมั่นคงของความสัมพันธ์ต้องพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติ ผู้ประกอบการที่กำลังตัดสินใจสร้างโรงงานหรือจ้างคนเพิ่มต้องรู้ว่ากติกาจะอยู่ได้นานเพียงใด

คำประกาศจากเวทีผู้นำจึงควรตามมาด้วยรายละเอียด กำหนดเวลา และผลที่ตรวจสอบได้

ความยากคือประเด็นบนโต๊ะเจรจามีธรรมชาติต่างกัน

ภาษีเป็นตัวเลขที่ปรับขึ้นลงได้ เทคโนโลยีเป็นขีดความสามารถที่จะกำหนดอำนาจในอนาคต ส่วนไต้หวันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสิทธิ์ในการกำหนดอนาคตของผู้คน ในการประชุม สีเรียกร้องให้สหรัฐคัดค้านเอกราชของไต้หวัน ซึ่งเข้มกว่าถ้อยคำเดิมของวอชิงตันที่ว่าไม่สนับสนุน โดยยังไม่มีสัญญาณว่าสหรัฐยอมเปลี่ยนถ้อยคำตามนั้น

เรื่องนี้ควรได้รับการจับตา เพราะผลประโยชน์ทางการค้าระยะสั้นกับพันธกรณีด้านความมั่นคงระยะยาวมีผู้รับต้นทุนคนละกลุ่ม ประชาชนที่ได้รับผลกระทบควรมีเสียงในเรื่องอนาคตของตนเอง

เสถียรภาพที่ยั่งยืนต้องมีระบบรองรับความสัมพันธ์ส่วนตัวของผู้นำ ช่องทางติดต่อระหว่างกองทัพจะยังใช้ได้หรือไม่เมื่อเกิดเหตุเผชิญหน้า ใครมีอำนาจตัดสินใจลดความตึงเครียด และเจ้าหน้าที่จะทำงานร่วมกันต่ออย่างไรในวันที่ผู้นำไม่พอใจกัน

ปัญญาประดิษฐ์ก็เป็นบททดสอบในทำนองเดียวกัน

การเปิดวงหารือควรนำไปสู่ขั้นตอนแจ้งเหตุและรับมือความเสี่ยงที่เป็นรูปธรรม ท่ามกลางแรงจูงใจที่ผลักให้ทั้งสองฝ่ายเร่งแซงกัน ความร่วมมือที่ออกแบบไว้ล่วงหน้าอาจช่วยลดโอกาสที่ความผิดพลาดครั้งเดียวจะลุกลามเป็นวิกฤต

ในบรรดาข้อเสนอที่หยิบยกขึ้นก่อนการประชุม ผมสนใจข้อเสนอของเควิน รัดด์ อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เรื่องความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์อเมริกันกับจีนในการวิจัยมะเร็งและพัฒนายา เขาเสนอความเป็นไปได้ของการใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ข้อมูลการทดลองทางคลินิกที่ปกปิดตัวตนอย่างเหมาะสม โดยไม่แลกเปลี่ยนสารพันธุกรรม

ข้อเสนอนี้ยังต้องผลักดันให้เกิดขึ้นจริง และต้องมีกติกาคุ้มครองข้อมูลกับการแบ่งปันประโยชน์ที่ชัดเจน

ความร่วมมือเช่นนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนเห็นผลดีของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในชีวิตของตน การวิจัยต้องพิสูจน์ผล ยาต้องปลอดภัย และผู้ป่วยต้องเข้าถึงการรักษาได้ หากโครงการทำงาน นักวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาล และครอบครัวผู้ป่วยก็จะมีเหตุผลร่วมกันที่จะรักษาความร่วมมือนั้นไว้ งานที่มีขอบเขตชัดเจนยังเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายพิสูจน์ว่าตนรักษาคำมั่นได้

ความไว้วางใจอาจค่อยๆ เกิดจากประสบการณ์เช่นนี้ แม้ความขัดแย้งในเรื่องอื่นยังดำเนินอยู่

สําหรับประเทศไทย คำถามเดียวกันควรถูกถามที่กรุงเทพฯ ด้วย

เราต้องการโอกาสทางเศรษฐกิจอะไร

ต้องรักษาผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ใด

เปราะบางต่อการพึ่งพาใคร

และมีอะไรใช้ต่อรอง

เสรีภาพในการเลือกนโยบายต่างประเทศต้องมีเศรษฐกิจรองรับ ตลาดส่งออกที่หลากหลาย ทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบและเทคโนโลยี ตลอดจนทักษะของคนไทย ล้วนเป็นฐานของอำนาจต่อรอง

ประเทศที่มีทางเลือกจริงย่อมรับมือแรงกดดันได้ดีกว่าประเทศที่ต้องหวังว่ามหาอำนาจจะเข้ากันได้ตลอดไป

ไทยควรทำงานร่วมกับอาเซียนเพื่อรักษากติกาที่คาดการณ์ได้ และเสนอความร่วมมือที่ตอบโจทย์ของภูมิภาค หากสหรัฐและจีนจะร่วมมือด้านสุขภาพ เราควรผลักดันให้ประเทศอื่นมีโอกาสร่วมวิจัย ให้โรคที่กระทบประชากรของเราได้รับความสนใจ และให้ประชาชนเข้าถึงประโยชน์จากความก้าวหน้านั้นได้

บทบาทเช่นนี้ต้องเริ่มจากการลงทุนในนักวิจัย ระบบข้อมูล และความพร้อมของเราเอง เพื่อให้ไทยมีสิ่งที่นำไปเสนอและมีส่วนกำหนดทิศทางของความร่วมมือ

จากปูซานถึงปักกิ่งและวอชิงตัน ผู้นำทั้งสองแสดงให้เห็นว่ายังต้องการพื้นที่สำหรับการเจรจา

งานที่เหลือคือทำให้พื้นที่นั้นกว้างพอสำหรับผลประโยชน์ของผู้คนที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม

ผู้ประกอบการต้องวางแผนได้ ครอบครัวต้องมองเห็นอนาคต และประเทศต่างๆ ต้องรักษาสิทธิ์ในการตัดสินใจของตนเองได้

คุณค่าของการจับมือจึงควรวัดจากชีวิตของคนที่ไม่ได้อยู่ในภาพ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเมืองใต้เรื่องเล่า : คุยกับ กิตติศักดิ์ คงคา เจ้าของผลงานเล่มล่าสุด “ปาเจราจาบัลย์”
ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐและนักธุรกิจพันล้าน : โลกของทรัมป์อีกด้านหนึ่ง
ไฉนทรัมป์ถล่มอิหร่าน แต่เรียกคิมว่า ‘เพื่อนฉัน’?
การประหารที่ล้มเหลวในสหรัฐ ฉีดยาพิษ 2 โดสแต่ไม่ตาย
เส้นทางความรัก ชาร์เลท – นนท์ ศดานนท์
เชื้อโรคลึกลับที่รัสเซีย
เมื่อสี จิ้นผิง ไปวอชิงตัน
50 ปี 6 ตุลา ตอน 2 เหตุผลของหมาป่า ในการล่าลูกแกะฝูงใหญ่
ทีวีสาธารณะ : ราคาของความไม่ไว้วางใจ
มุมมอง ‘อานันท์’ ในวัย 94 เมืองไทยไม่มี ‘อนุรักษนิยม’ เรามีแต่ ‘อำนาจนิยม’ |
อ้ายรั่ว : โจรลักวัวในตำนาน | เรื่องสั้น : มานพ แก้วสนิท
หน้าต่างแมวมอง