bg-single

ถกประชาธิปไตยที่กรุงเอเธนส์

16.10.2026

บทความพิเศษ | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงพอทราบอยู่แล้วว่า กรุงเอเธนส์ในประเทศกรีซได้รับการยกย่องว่าเป็นถิ่นกำเนิดของประชาธิปไตย

การเดินทางมาถกประชาธิปไตยถึงที่นี่จึงเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผม

ผมมาเอเธนส์ครั้งนี้ตามคำเชิญของ The New York Times เพื่อร่วมงาน Athens Democracy Forum ฟังประสบการณ์จากคนในประเทศอื่นๆ และนำเรื่องราวของไทยไปร่วมวงสนทนาว่า ประชาธิปไตยจะเดินต่อไปอย่างไรในโลกวันนี้

เป็นการเดินทางที่ตั้งใจมาคุยเรื่องอนาคต แต่เมืองที่มีอดีตยาวนานกว่า 2,500 ปีแห่งนี้ก็มีคำถามเก่าๆ รอให้เรากลับไปคิดด้วย

ระหว่างการเดินทางครั้งนี้ ผมได้กล่าวปาฐกถาเปิดงาน GDC Global Forum ของ Global Democracy Coalition และร่วมเสวนาที่ Athens Democracy Forum ในหัวข้อ “Rethinking Governance, Forecasting Autocracy” ว่าด้วยการทบทวนการปกครองและสัญญาณเตือนของอำนาจนิยม

ผู้ร่วมเวทีมีทั้ง Tawakkol Karman ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากเยเมน

และ Anselmo Lee ทูตด้านสิทธิมนุษยชน สันติภาพ และประชาธิปไตยของเกาหลีใต้

การได้ฟังประสบการณ์จากประเทศเหล่านี้ทำให้คำว่า “ประชาธิปไตย” มีน้ำหนักขึ้นมาอีกครั้ง

ทุกครั้งที่เราพูดถึงสิทธิ เสรีภาพ หรือการปิดกั้นเสียงของประชาชน มีชีวิตของผู้คนอยู่ในเรื่องเหล่านั้นด้วย

อีกคนที่ผมได้พบคือ Kyriakos Pierrakakis รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของกรีซ

เมื่อคุยกันจึงพบว่าเราเป็นศิษย์เก่าฮาร์วาร์ดเหมือนกัน เรื่องมหาวิทยาลัยทำให้บทสนทนาเป็นกันเองขึ้น และพาผมนึกย้อนถึงช่วงเวลาที่เรายังเรียนรู้โลกผ่านหนังสือและห้องเรียน ก่อนจะออกมาเผชิญกับโลกที่คำตอบมักยุ่งยากกว่าข้อสอบ

ความรู้สึกเหมือนได้กลับไปเรียนอีกครั้งตามผมออกมานอกห้องประชุมด้วย ระหว่างเดินผ่านอาโกรา (Agora) ตลาดและพื้นที่สาธารณะโบราณของเอเธนส์ ผมนึกถึงชื่อโซคราตีส เพลโต และอริสโตเติล ชื่อที่คนเรียนรัฐศาสตร์และปรัชญาการเมืองคุ้นเคยกันดี

เราเคยอ่านข้อถกเถียงของพวกเขา จดจำความคิดบางประโยคไว้ และอาจเถียงกันในห้องเรียนว่าใครมองโลกได้ใกล้ความจริงกว่ากัน

คราวนี้ผมได้มาเดินอยู่ในเมืองที่เป็นฉากหลังของข้อถกเถียงเหล่านั้น

ที่พนิกซ์ (Pnyx) ผมมองไปยังอะโครโพลิสและวิหารพาร์เธนอน ถ้าพูดให้เห็นภาพ พนิกซ์ก็คือหนึ่งในเวทีประชุมสภาประชาธิปไตยแห่งแรกๆ ของมนุษยชาติ ตรงนี้เองที่พลเมืองนับพันมารวมตัวกัน ฟัง โต้แย้ง และตัดสินอนาคตของบ้านเมืองด้วยเสียงของตัวเอง จะเข้าสู่สงครามหรือไม่ จะใช้ทรัพยากรอย่างไร จะอยู่ร่วมกันภายใต้กฎหมายแบบไหน

เราอาจจินตนาการเอเธนส์โบราณผ่านวิหารงดงาม แต่ชีวิตทางการเมืองบนเนินแห่งนี้คงมีทั้งความเห็นต่าง ความลังเล และการตัดสินใจที่ยาก เหมือนการเมืองที่เรารู้จักวันนี้

กว่าจะมาถึงจุดนั้น เอเธนส์ผ่านการต่อสู้และการปฏิรูปหลายช่วง ราวปี 508-507 ก่อนคริสตกาล คลีสธีเนส (Cleisthenes) จัดระเบียบพลเมืองใหม่เพื่อลดอิทธิพลของเครือข่ายตระกูลชนชั้นนำ และเปิดทางให้พลเมืองมีบทบาทในการปกครองมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ คนที่เคยมีอำนาจน้อยกว่าเริ่มมีส่วนตัดสินใจเรื่องบ้านเมือง

คำว่า demokratia ซึ่งมาจาก demos หรือประชาชน และ kratos หรืออำนาจ จึงมีความหมายผ่านการลงมือสร้างกติกาให้ผู้คนใช้อำนาจร่วมกัน

ถึงอย่างนั้น หากเรายืนมองฝูงชนบนพนิกซ์ในวันประชุม เราจะพบว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในนั้น ผู้หญิง ผู้ถูกกดเป็นทาส และชาวต่างถิ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองไม่มีสิทธิทางการเมืองเท่าพลเมืองชายที่เป็นไท คนเหล่านี้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเดียวกัน และรับผลจากการตัดสินใจของเมืองเช่นกัน

เรื่องนี้ทำให้ความชื่นชมเอเธนส์ต้องมาพร้อมคำถามว่า ประชาธิปไตยของสังคมหนึ่งเปิดพื้นที่ให้ใครบ้าง และยังมีใครถูกทิ้งไว้ข้างนอก

เมื่อคิดถึงคำถาม ผมก็กลับมาที่โซคราตีส ชายที่เรารู้จักผ่านการสนทนาซึ่งมักทำให้คนฟังต้องคิดต่อ เขาชวนผู้คนตรวจสอบคำที่พูดกันจนคุ้นปาก เช่น ความดี ความกล้าหาญ หรือความยุติธรรม ว่าเรารู้ความหมายของมันจริงเพียงใด

การถามเช่นนี้ฟังดูธรรมดา จนคำถามนั้นเริ่มแตะความเชื่อที่เรายึดถือ หรือทำให้ต้องยอมรับว่า สิ่งที่มั่นใจมาตลอดอาจยังไม่มีคำตอบที่ดีพอ

ปลายทางของชีวิตโซคราตีสเป็นเรื่องที่อ่านกี่ครั้งก็สะเทือนใจ ในปี 399 ก่อนคริสตกาล เขาถูกนำขึ้นพิจารณาคดีต่อหน้าคณะลูกขุนพลเมือง ด้วยข้อกล่าวหาเรื่องการไม่เคารพเทพเจ้าของเมืองและการทำให้เยาวชนเสื่อมเสีย

คดีมีบริบททั้งทางการเมืองและศาสนา และจบลงด้วยคำตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษ

เมืองที่ให้พลเมืองมีเสียงตัดสินใจร่วมกัน กลับตัดสินให้ชายผู้ใช้ชีวิตตั้งคำถามต้องตาย

สำหรับผม เรื่องนี้ทำให้ต้องคิดหนักว่า เราจะรักษาพื้นที่ให้คนถามและคนเห็นต่างได้อย่างไร แม้ในวันที่คำถามของเขาทำให้คนจำนวนมากไม่สบายใจ

เพลโต ศิษย์ของโซคราตีส มองประชาธิปไตยด้วยความระแวง

ใน The Republic ที่เราเคยอ่านกัน เขาวิเคราะห์ว่าประชาธิปไตยอาจเสื่อมลงจนเปิดทางให้ทรราชขึ้นสู่อำนาจ

ข้อวิจารณ์ของเขาเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันได้อีกมาก แต่การเดินอยู่ในเอเธนส์ทำให้ผมอยากกลับไปอ่านมันด้วยสายตาของวันนี้

คนที่เชื่อในประชาธิปไตยอย่างเราต้องตอบให้ได้ว่า จะช่วยให้ผู้คนเข้าถึงความรู้ ตรวจสอบคำพูดของผู้นำ และใช้สิทธิของตนอย่างรอบคอบได้อย่างไร

คำตอบนี้ต้องค่อยๆ สร้าง ผ่านการศึกษา สื่อที่ทำงานได้ และพื้นที่ที่คนกล้าแลกเปลี่ยนความเห็นกัน

ระหว่างทบทวนเรื่องเหล่านี้ ผมนึกถึงอีกวิธีหนึ่งที่เอเธนส์เคยใช้ และเรามักจำกันได้น้อยกว่าชื่อของนักปรัชญา นั่นคือการจับสลาก พลเมืองถูกเลือกมาทำหน้าที่สาธารณะหลายอย่าง รวมถึงเป็นสมาชิกสภาห้าร้อยและคณะลูกขุน สภาห้าร้อยประชุมอยู่ในอาโกรา และช่วยเตรียมเรื่องให้สมัชชาพลเมืองที่พนิกซ์พิจารณา

ผู้ทำหน้าที่เหล่านี้ผลัดกันรับผิดชอบงานของบ้านเมือง วิธีนี้ช่วยกระจายโอกาสในการใช้อำนาจ และทำให้การดูแลเมืองเป็นงานที่พลเมืองมีส่วนรับผิดชอบด้วย

กว่า 2,500 ปีต่อมา หลักการสุ่มเลือกประชาชนกำลังถูกนำกลับมาปรับใช้ในบางเมือง ภายใต้รูปแบบที่เรียกว่า citizens’ assemblies หรือสภาพลเมือง ผู้เข้าร่วมมีเวลาศึกษาข้อมูล ฟังผู้เชี่ยวชาญและผู้ได้รับผลกระทบ ก่อนถกเถียงและจัดทำข้อเสนอ

ฟังแล้วอาจรู้สึกว่านี่เป็นนวัตกรรมใหม่ ทั้งที่รากของวิธีคิดนั้นอยู่ในบทเรียนเก่าจากเอเธนส์

ที่ปารีส ผู้อยู่อาศัยหนึ่งร้อยคนถูกสุ่มเลือกมาร่วมสภาพลเมือง โดยออกแบบให้สะท้อนความหลากหลายของเมือง พวกเขาได้ร่วมพิจารณาเรื่องใกล้ตัว ตั้งแต่การปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการดูแลคนไร้บ้าน แล้วเสนอเรื่องต่อสภาเมือง คนที่ได้รับผลจากนโยบายจึงมีโอกาสเข้าไปช่วยคิดนโยบายเหล่านั้นด้วย

ส่วนกดัญสก์ (Gda?sk) ในโปแลนด์ หลังเผชิญน้ำท่วมในปี 2016 เมืองก็ใช้การสุ่มเลือกประชาชนมาร่วมรับฟังข้อมูลและเสนอแนวทางรับมือฝนหนักและน้ำท่วม

อ่านเรื่องนี้แล้วผมนึกถึงปัญหาที่คนไทยคุ้นเคยทันที คนที่เคยมีน้ำเข้าบ้านย่อมมีประสบการณ์บางอย่างที่รายงานทางเทคนิคอาจเล่าไม่หมด

ขณะเดียวกัน ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญก็ช่วยให้ความกังวลของประชาชนกลายเป็นข้อเสนอที่ทำได้จริง ทั้งสองฝ่ายมีสิ่งที่จะเรียนรู้จากกัน

ปารีสและกดัญสก์ทำให้ผมเห็นว่า เรายังมีวิธีขยายการมีส่วนร่วมได้อีกมากควบคู่ไปกับการเลือกตั้ง

การให้คนได้มานั่งฟังข้อมูล ค่อยๆ เถียงกัน และเห็นว่าข้อเสนอของตนถูกนำไปทำอะไรต่อ อาจช่วยสร้างความรู้สึกว่าเมืองนี้เป็นของเราด้วย

ประชาธิปไตยเติบโตขึ้นได้จากประสบการณ์แบบนี้ จากการที่คนธรรมดารู้ว่าเสียงของตนมีที่ไป และตนมีโอกาสร่วมแก้ปัญหาที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับมัน

กระนั้น ประวัติศาสตร์เอเธนส์ก็มีช่วงที่ประชาชนสูญเสียอำนาจไป ประชาธิปไตยถูกโค่นล้มโดยกลุ่มคณาธิปไตยในปี 411 ก่อนคริสตกาล และอีกครั้งในช่วงปี 404-403 ก่อนคริสตกาล ก่อนจะได้รับการฟื้นฟู เมืองที่เรายกย่องว่าเป็นจุดกำเนิดของประชาธิปไตยเองยังต้องผ่านการสูญเสีย การต่อสู้ และการเริ่มต้นใหม่ เมื่อมองย้อนกลับไป เราจึงเห็นทั้งความสำเร็จและบาดแผลอยู่ในประวัติศาสตร์เดียวกัน

บทเรียนนี้เข้าใจได้ดีขึ้นเมื่อเราเคยผ่านความหวังและความผิดหวังทางการเมืองมาด้วยตัวเอง บางวันเรารู้สึกว่าเดินมาไกลแล้ว อีกวันกลับพบว่าสิ่งที่ได้มาอาจถูกพรากไป สิทธิที่ดูมั่นคงกลับถูกจำกัด สถาบันที่ควรคุ้มครองเสียงของประชาชนกลับทำให้ประชาชนรู้สึกว่าไม่มีใครฟัง เส้นทางประชาธิปไตยเดินแบบซิกแซ็กจริงๆ และความเหนื่อยของผู้คนบนเส้นทางนี้ก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน

ผมนึกถึงประโยคที่บารัก โอบามา กล่าวไว้ที่เอเธนส์ในปี 2016 ว่า “Progress has to be earned by every generation.” ความก้าวหน้าเป็นสิ่งที่คนแต่ละรุ่นต้องลงมือสร้างขึ้นเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นความหมาย คนรุ่นก่อนอาจต่อสู้จนเปิดประตูไว้ให้เรา แต่ประตูนั้นยังต้องมีคนช่วยกันรักษา และยังมีคนอีกมากที่รอโอกาสเดินเข้ามา

งานที่เหลืออยู่จึงเป็นทั้งการต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิ และการร่วมกันทำให้ประชาธิปไตยดีขึ้น

นักการเมืองต้องพร้อมรับฟังและยอมให้ตรวจสอบ

สื่อและภาคประชาสังคมต้องมีพื้นที่ทำงาน

ส่วนประชาชนต้องมีโอกาสร่วมตัดสินใจมากพอที่จะรู้สึกว่าตนเป็นเจ้าของอนาคต

การสร้างสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยคนที่คิดต่างกันด้วย เราอาจเห็นไม่ตรงกันในหลายเรื่อง แต่ยังช่วยกันสร้างกติกาที่ให้ทุกคนมีเสียง มีศักดิ์ศรี และอยู่ร่วมกันได้

เมื่อคิดย้อนถึงพนิกซ์ ผมจึงนึกถึงผู้คนมากกว่าก้อนหิน ผู้คนที่เคยมารวมตัวกัน ถาม โต้แย้ง ตัดสินใจ และบางครั้งก็ตัดสินใจผิด สองพันห้าร้อยปีผ่านไป เรายังคงเรียนรู้เรื่องเดียวกันอยู่ ประชาธิปไตยจะเดินต่อได้ ก็ด้วยผู้คนที่ยังพร้อมต่อสู้เพื่อมัน และพร้อมช่วยกันสร้างมัน แม้ในวันที่เราไม่เห็นตรงกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘เลขา รมว.เกษตรฯ’ ลั่น แทร็คเตอร์ EV คันละ 16 ล้านไม่จริง! เพราะถ้าราคานี้ตัวเองก็รับไม่ได้ ย้ำ การของบฯทุกหน่วยงานมีการตรวจสอบเข้ม ชี้โครงการมีหลายอย่างเกิดจากความตั้งใจดี-ต้องการลดต้นทุนให้ชาวนา
‘อธิบดีกรมข้าว‘ ยัน รถไถคันละ 16 ล้านบาท ไม่จริง น่าจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
เมียนมาและอาเซียนในสถานการณ์ใหม่
เมื่อไม่มีอะไร ‘ปกติ’ อีกต่อไป!
ถกประชาธิปไตยที่กรุงเอเธนส์
50 ปี 6 ตุลา หาความจริง (จบ)ความขัดแย้งของผู้ปกครองกับประชาชนแสดงออกตั้งแต่ปี 2517 จนถึงปัจจุบัน
พญานาคในฟองสบู่ | เรื่องสั้น : กชมล
คนละตา | กวีกระวาด : ในเมือง รักเสรี
ฟ้าย่อมสว่างเมื่อพายุผ่านพ้นไป | กวีกระวาด : พุทธิ์นันทะ ผลชัยอรุณ
ดงกล้วย
‘สวัสดิการธิปไตย’ พุ่งแรง ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ สร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ จับตากระแสต้าน ‘ชนะแต่ไม่ให้ชนะ’
แบมบู ดิโพลเมซี