bg-single

มองโลกปี 2017 และหลังจากนั้น : ภาวะถดถอยทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามโลกที่ใกล้เข้ามา

03.02.2017

ปี2016 มีเหตุการณ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจ-การเมือง แสดงสัญญาณชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่กล่าวทำนายกันมาหลายปีก่อนหน้านี้ได้แก่

การเสื่อมถอยของสหรัฐจากฐานะการเป็นอภิมหาอำนาจ

การแตกเป็นเสี่ยงของสหภาพยุโรป

วิกฤติเศรษฐกิจ 2008 ที่ไม่ยอมฟื้นตัวอย่างที่หวัง

และความเสื่อมโทรมหมดไปของทรัพยากรธรรมชาติ จนถึงขั้นวิกฤติที่ลามจนถึงปัญหาประชากรและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์

เหตุการณ์ใหญ่ดังกล่าวได้แก่การลงประชามติในอังกฤษให้ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในช่วงกลางปี และปรากฏการณ์ลัทธิทรัมป์ในตอนปลายปี เหตุการณ์ทั้งสองสะท้อนความไม่พอใจของประชาชนจำนวนมากในอเมริกัน-อังกฤษ ที่ไม่พอใจระบบอำนาจเดิมและนโยบายต่างประเทศและลัทธิโลกาภิวัตน์

เนื่องจากอเมริกัน-อังกฤษเป็นแกนจัดระเบียบโลกมาตลอดศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบันเมื่อเกิดความอ่อนแอรวนเร ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนได้เหมือนเดิม ก็ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจ-การเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไปทั่วโลก

เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นจุดพลิกผันใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหวนกลับมาอีก

ก่อให้เกิดการเปลี่ยนสภาพภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่

การแตกตัวและรวมตัวใหม่อย่างซับซ้อน บางช่วงรุนแรงรวดเร็ว

บางช่วงอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีวิธีวิเคราะห์กันไปต่างๆ แต่ผลออกมาใกล้เคียงกัน นั่นคือ โลกเข้าสู่ภาวะความเสี่ยงสูง คล้ายเดินเรือสมุทรเข้าสู่ห้วงน้ำที่ไม่เคยไปมาก่อน

ในตอนนี้จะกล่าวถึงเอกสารการวิเคราะห์และประชามติเกี่ยวกับความเสี่ยงของโลก 3 กรณีเป็นตัวอย่าง

ภาวะถดถอยทางภูมิรัฐศาสตร์

ของกลุ่มยูเรเซีย (Eurasia Group)

กลุ่มยูเรเซีย เป็นบริษัทใหญ่ด้านการปรึกษาความเสี่ยงทางการเมืองสำหรับวงธุรกิจ ผู้ก่อตั้งสำคัญได้แก่ เอียน เบรมเมอร์ นักรัฐศาสตร์ นักเขียน นักลงทุนชาวสหรัฐ รายงานสถานการณ์โลกประจำปี 2017 ให้ภาพรวมความเสี่ยงปีนี้ว่าเข้าสู่ “ภาวะถดถอยทางภูมิรัฐศาสตร์” ซึ่งหนักหน่วงกว่าภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ

ปรากฏการณ์หลัก ได้แก่ ภาวะที่โลกขาดผู้นำ เกิดสุญญากาศทางอำนาจในการเมืองระหว่างประเทศ เนื่องจากความเสื่อมถอยของอิทธิพลตะวันตก (G-zero)

ปรากฏการณ์รอง ได้แก่ การลุกขึ้นสู้ของประชาชนทั่วโลกต่อต้านลัทธิโลกาภิวัตน์ เริ่มจากการลุกขึ้นสู้ชาวอาหรับ (2011)

ต่อมาลามมาที่ยุโรป และขณะนี้เข้าสู่อเมริกา จากปรากฏการณ์ที่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี เป็นการสิ้นสุดของยุค “สันติภาพอเมริกา” ที่ดำเนินมา 70 ปี

“สันติภาพเอมริกา” มีลักษณะเด่นสองประการควบคู่กัน ได้แก่ ลัทธิโลกาภิวัตน์และการทำให้เป็นแบบอเมริกัน นอกจากนี้ ได้แก่ การครองความเป็นใหญ่ของสหรัฐทั้งในด้านความมั่นคงการค้า

รายงานกล่าวถึงความเสี่ยงใหญ่ 10 ประการของโลกปี 2017 ว่าได้แก่

1) อเมริกาที่เป็นอิสระ คือแนวคิดเรื่อง “อเมริกาก่อนอื่น” เน้นผลประโยชน์แห่งชาติระยะใกล้ ขณะที่มีความยืดหยุ่นสูงบนเวทีการเมืองโลก (แต่มองจากสายตาของประเทศต่างๆ อเมริกากลายเป็นประเทศที่คาดเดาไม่ได้)

2) จีนที่ตอบโต้แรงเกินไป เนื่องจากจะมีการจัดประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยที่ 19 ในฤดูใบไม้ร่วง 2017 ซึ่งจะมีการเปลี่ยนตัวผู้นำระดับสูงและกำหนดอนาคตของประเทศอาจทำให้ สี จิ้น ผิง ที่ต้องการเสริมฐานอำนาจของตนให้เข้มแข็งขึ้น อาจตอบโต้ต่อนโยบายต่างประเทศโดยเฉพาะจากสหรัฐที่มาท้าทายต่อจีนรุนแรงเกินไปได้

3) นางแมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีที่อ่อนแอลงแม้คาดว่าการเลือกตั้งทั่วไปเดือนสิงหาคม 2017 นางอาจจะกลับมาดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้อีกครั้ง แต่ก็อ่อนแอลง ต้องโอนอ่อนต่อพลังขวาจัดในประเทศมากขึ้น

ขณะที่ถ้า นางมารีน เลอแปง ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในฝรั่งเศส ก็จะจัดทำประชามติเพื่อออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอีกราย เท่ากับว่าจะเกิดการขาดผู้นำที่เข้มแข็งหรือเกิดสุญญากาศทางอำนาจในยุโรป

4) การขาดการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ ในประเทศต่างๆ เนื่องจากผู้นำทั้งหลายต้องจมอยู่ในปัญหาภายในของตนกันไปต่างๆ เช่น อินเดียและเม็กซิโก รู้สึกว่าตนปฏิรูปไปมากแล้ว ผู้นำในจีน รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมนี และอาร์เจนตินา เป็นต้น จะชะลอการปฏิรูปไปจนพ้นการเลือกตั้งแล้ว มีหลายประเทศไม่ต้องการการปฏิรูปอะไร เช่น ตุรกี แอฟริกาใต้ อิตาลี และอังกฤษ และบางประเทศต้องการปฏิรูปแต่มีอุปสรรคมาก เช่น ในซาอุดีอาระเบีย และ ไนจีเรีย จากการปฏิรูปที่ไม่เพียงพอ นำมาสู่การหยุดชะงักความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจโดยทั่วไป

5) เทคโนโลยีกับปัญหาความมั่นคงในตะวันออกกลาง มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มความไร้เสถียรภาพของตะวันออกกลาง เช่น การปฏิวัติพลังงานในสหรัฐ การเป็นแบบอัตโนมัติที่เร่งอัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาวในประเทศเหล่านี้

6) ธนาคารกลางถูกแทรกแซงจากการเมือง หรือธนาคารกลางปฏิบัติเชิงการเมืองมากขึ้น นั่นคือเพิ่มการชักใยทางเศรษฐกิจที่ทำอยู่แล้ว เช่น กรณีธนาคารกลางสหรัฐหลังทรัมป์เปลี่ยนตัวผู้ว่าการคนปัจจุบัน นางเยลเลน

AFP PHOTO / Bryan R. Smith

7) ทำเนียบขาวปะทะกับซิลิคอนวัลเลย์ เช่น ด้านวงการสื่อ การเป็นอัตโนมัติที่ไม่ช่วยแก้ปัญหาว่างงานอย่างที่ทรัมป์ต้องการ

8) การกวาดล้างต่อเนื่องในตุรกี รวมศูนย์อำนาจในมือของประธานาธิบดีแอร์โดอาน ทำให้ภาคธุรกิจเอกชนต้องขึ้นต่อการเมืองยิ่งขึ้น

9) เพลงกระบี่จากเกาหลีเหนือที่มีความเสี่ยงจากระบบทรัมป์ของสหรัฐ กดดันเกาหลีเหนือมากขึ้น ทำให้สหรัฐต้องเข้าไปเผชิญหน้ากับจีน และการเปลี่ยนผู้นำเกาหลีใต้ ซึ่งถ้าหากได้ผู้นำแนวคิดกลางซ้าย ก็จะเน้นการปรองดองกับเกาหลีเหนือผ่านการทูต มากกว่าการเผชิญหน้า ซึ่งย่อมกระทบต่อนโยบายของสหรัฐและตะวันตกในภูมิภาคนี้

10) การต่อสู้ภายในชนชั้นนำแอฟริกาใต้ (ดูเอกสารชื่อ Top Risks 2017 : The Geopolitical Recession ใน eurasiagroup.net 03.01.2017 การวิเคราะห์นี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง มีการนำไปเผยแพร่ต่อในหลายสื่อกระแสหลัก มีคำอธิบายและการสัมภาษณ์เพิ่มรายละเอียดต่างๆ ไปบ้าง ดังที่ได้ประมวลไว้ในที่นี้)

การวิเคราะห์ดังกล่าวข้างต้น เห็นได้ว่าเน้นสหรัฐและตะวันตกเป็นศูนย์กลาง และเพื่อบรรษัทในการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่สำหรับประเทศกำลังพัฒนาทั่วไปและสาธารณชน เช่น การเห็นว่าเมื่ออิทธิพลของตะวันตกลดลงมาก และจีน-รัสเซียเป็นต้นไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้ จะทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางอำนาจในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขึ้น

ซึ่งในทางเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสียทีเดียว

เพราะ

ก) สหรัฐและพันธมิตรยังมีความอาลัยอาวรณ์ในความยิ่งใหญ่ของตนในอดีต และไม่ยอมปล่อยอำนาจนี้ไปง่ายๆ และจะเข้ามาแทรกแซงด้วยวิธีการที่หลากหลายออกไป

ข) มีอำนาจระดับภูมิภาคกระจายอยู่ทั่วโลก เช่น จีน รัสเซีย อินเดีย บราซิล แอฟริกาใต้ อิหร่าน ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย อินโดนีเซีย พร้อมที่จะสวมอำนาจนั้น หากอิทธิพลตะวันตกยอมถอยร่นไปจริงๆ

ค) ระเบียบโลกใหม่กว่า ย่อมต่างกับ “สันติภาพอเมริกา” แต่มันก็ยังถูกปกครองด้วยอำนาจอยู่ดี

ความเหลื่อมล้ำที่น่าอันตราย

มีมูลนิธิของกลุ่มธุรกิจเอกชนโลกที่มีชื่อเสียงองค์กรหนึ่ง ได้แก่ สมัชชาเศรษฐกิจโลก (บางแห่งใช้สภาเศรษฐกิจโลก) วางบทบาทเป็นผู้กำหนดระเบียบวาระของกระบวนโลกาภิวัตน์ ความเป็นไปในระดับภูมิภาค และธุรกิจอุตสาหกรรมสาขาต่างๆ จัดการประชุมใหญ่ประจำปีในเดือนมกราคม 2017 นี้ ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย เศรษฐี ซีอีโอของบรรษัทใหญ่ ผู้นำการเมืองโลก และบุคคลสำคัญด้านต่างๆ ในการประชุมจะมีเอกสารประกอบ เพื่อให้ผู้นำโลกสามารถหยั่งรู้และกำหนดนโยบายที่เหมาะสมในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

ในการประชุมประจำปี ระหว่าง 17-20 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการออกเอกสารชิ้นหนึ่งชื่อ “รายงานความเสี่ยงโลก 2017” ที่ทำต่อเนื่องกันมา 12 ปีแล้ว

วิธีทำ ใช้การสำรวจทัศนะผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงทั่วโลก จำนวน 750 คน แล้วมาประมวลเรียบเรียง สรุปความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ได้ว่า มีแนวโน้มใหญ่ห้าประการที่กำหนดแนวทางเศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้า ได้แก่

1) ความเหลื่อมล้ำทางรายได้และความมั่งคั่งที่สูงขึ้น

2) การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ

3) การแตกแยกหรือแตกขั้วทางสังคม

4) การพึ่งพาไซเบอร์มากขึ้น

5) ความชราภาพของประชากร นอกจากนี้ ยังมีการเติบโตของชนชั้นกลางในประเทศตลาดเกิดใหม่ เป็นต้น

ส่วนประเด็น “ภาวะถดถอยทางภูมิรัฐศาสตร์” หรือการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ของการปกครอง หรือการจัดระเบียบทางสากลอยู่ในอันดับหลัง และถือว่าเป็นผลพวงจากเหตุปัจจัยห้าประการแรก

ความเสี่ยงที่น่ากังวลตามรายงานนี้ก็คือ ความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มมากขึ้น

การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากวิกฤติ 2008 ที่อ่อนแอ ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านระบบอำนาจเดิมทั้งในสหรัฐและยุโรป

การเสริมแรงระหว่างความเหลื่อมล้ำและการแตกขั้วทางการเมืองยิ่งทำให้ความเสี่ยงในโลกขยายตัว ความเป็นปึกแผ่นทางสังคมขาดลุ่ย ซึ่งกระทบต่อพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจและการเมืองในระบบทุนรุนแรง

ในช่วงก่อนวิกฤติ 2008 ยังอาศัยการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

แต่ในปัจจุบันไม่มีแรงเช่นว่าแล้ว เมื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนลดความร้อนแรงโดยลำดับ เทคโนโลยีก็มีด้านที่เป็นโทษต่อปัญหาความเหลื่อมล้ำสูงขึ้น รัฐบาลประเทศต่างๆ จะอ่อนแอลง

ไม่สามารถปกป้องหรือควบคุมสังคมได้อย่างเคย

อย่างไรก็ตาม เอกสารนี้ชี้ให้เห็นการท้าทายและทางออกไว้หลายประการ

ในทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การฟื้นชีพการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่การเติบโตธรรมดา แต่ต้องการเป็นการเติบโตอย่างมีชีวิตชีวา ซึ่งต้องกระทำควบคู่กับการปฏิรูประบบตลาดแบบทุนนิยม

ในทางการเมือง ได้แก่ สนใจจัดการความคิดเรื่องอธิปไตยของชาติ ค่านิยมดั้งเดิม และความรู้สึกทางสังคม ให้ความสำคัญแก่เอกลักษณ์และชุมชุน การสนใจปัญหาประชาธิปไตย และเพิ่มพื้นที่แก่พลเรือน

ในทางการผลิต ได้แก่ การจัดการต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีซึ่งก็คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่อย่างเหมาะสม

และสุดท้ายสำหรับกระบวนโลกาภิวัตน์ ได้แก่ ปกป้องและเสริมความเข้มแข็งแก่ความร่วมมือกันในโลก

(ดูรายงานเชิงลึกของ World Economic Forum ชื่อ The Global Risks Report 2017 ฉบับปีที่ 12 ใน weforum.org และบทความของ Nick Beams ชื่อ Report to Davos summit : Rising inequality threatens “msrket capitalism” 14.01.2017)

สงครามโลกที่ใกล้เข้ามา

มีบริษัทวิจัยด้านตลาดชื่อยูกัฟของอังกฤษ เชี่ยวชาญการสำรวจประชามติทางอินเตอร์เน็ต มีผลงานการสำรวจประชามติที่แม่นยำหลายครั้ง ระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน ถึง 9 ธันวาคม 2016 บริษัทนี้ได้สำรวจประชามติของประชาชน 8 ประเทศตะวันตก จำนวนตัวอย่าง 8,000 คน

พบว่าประชาชนจำนวนมากในประเทศตะวันตกคิดว่า เราเข้าใกล้สงครามโลกครั้งใหม่เข้าไปทุกที

ในประเทศใหญ่อย่างเช่นสหรัฐ มีผู้เห็นว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งใหม่ถึงร้อยละ 64 เท่ากับฝรั่งเศส

แต่ในฝรั่งเศสยังมีผู้มองด้านดีว่าจะเกิดสันติภาพมากกว่าในสหรัฐเล็กน้อย คือร้อยละ 18

ขณะที่ในสหรัฐมีเพียงร้อยละ 15 ในเยอรมนีมีผู้เห็นว่าจะเกิดสงครามโลกร้อยละ 63 เห็นว่าจะมีสันติภาพร้อยละ 18 อังกฤษเห็นว่ามีสงครามร้อยละ 61 ที่จะเกิดสันติภาพร้อยละ 19

สำหรับประเทศอีก 4 ประเทศ ที่มีขนาดเล็กอยู่ทางยุโรปเหนือ ได้แก่ ฟินแลนด์ สวีเดน นอร์เวย์ และเดนมาร์ก เห็นว่าจะเกิดสงครามโลกสูงร้อยละ 52, 48, 46 และ 45 ตามลำดับ

สำหรับประเทศที่คุกคามต่อประเทศยุโรปมากที่สุดได้แก่ รัสเซีย ซึ่งเป็นทางทหารมากกว่าด้านเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ประเทศใหญ่ในตะวันตกเห็นว่าจะมีการโจมตีจากการก่อการร้ายขนาดใหญ่ในปี 2017 สูงกว่าครึ่ง นั่นคือ ฝรั่งเศสร้อยละ 81 อังกฤษร้อยละ 68 เยอรมนีร้อยละ 60 สหรัฐร้อยละ 59

(ดูรายงานการสำรวจของ YouGov โดย Matthew Smith ชื่อ People across the West think we are close to a new world war ใน yougov.co.uk 05.01.2017)

จากการวิเคราะห์และประชามติในประเทศพัฒนาแล้วดังกล่าว ย่อมเห็นได้ว่าโลกปัจจุบันไม่ปกติ การพยายามเข้าใจและอยู่ในโลกแบบนี้ย่อมเป็นการท้าทายมากทีเดียว

ฉบับต่อไปจะกล่าวถึงชีวิตในความเสี่ยงที่ความมั่งคั่งก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก การแปรโฉมใหญ่ และการมองโลกจากความขัดแย้งใหญ่สามประการ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี