เหรียญรุ่นพิเศษ 82 ปี หลวงพ่อจ้อย วัดวังเดื่อ อีกพระเกจิดังปากน้ำโพ
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
“หลวงพ่อจ้อย จันทสุวัณโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพร (วังเดื่อ) ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ อดีตพระเถระนักพัฒนาที่มีอายุกาลพรรษารัตตัญญูรูปหนึ่งของนครสวรรค์
วัตถุมงคลมีมากมายหลายชนิด หลายรุ่น ทั้งรูปหล่อ รูปถ่าย เหรียญ พระกริ่ง พระผง พระสมเด็จ พระพรหม ฤๅษี พระรอด พญาครุฑ ตะกรุด ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ เป็นต้น
สร้างเอง เสกเองเพียงรูปเดียว ไม่เคยจัดพิธีปลุกเสกหมู่ หรือนำของไปให้ใครช่วยปลุกเสก มีบางส่วนที่คณะกรรมการวัดจำเป็นต้องเปิดให้เช่าบูชาเพื่อหาทุนก่อสร้างถาวรวัตถุในวัด มาทำถนน ขุดบ่อน้ำ สร้างอ่างเก็บน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย
วัตถุมงคลล้วนได้รับความนิยม โดยเฉพาะในรุ่นยุคแรกจะหาเช่าบูชากันยากมาก เนื่องจากจัดสร้างจำนวนน้อย

สําหรับเหรียญหลวงพ่อจ้อย รุ่นพิเศษ 82 ปี จัดสร้างเมื่อ พ.ศ.2539 ลักษณะเป็นเนื้อโลหะทองเหลือง ทรงรูปไข่ มีหูห่วง ความยาวรอบเหรียญ 8.8 เซนติเมตร
ด้านหน้าเป็นรูปเหมือน นั่งขัดสมาธิเต็มองค์อยู่บนฐานบัวคว่ำ-บัวหงาย แบบเหรียญหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ พ.ศ.2482 มีบัว 13 คู่ ตรงกลางมีเส้นตรงลากยาว
ใต้ฐานบัวมีตัวอักษรภาษาไทยเขียนว่า “รุ่นพิเศษ” ต่ำลงไปเป็นตัวเลขไทย “๘๒” ล่างสุดเป็นตัวหนังสือว่า “หลวงพ่อจ้อย” มีเส้นขอบยกนูน
ด้านหลังตรงกลางเป็นยันต์พระเจ้า 5 พระองค์ มีตัวอุณาโลมขึ้น 3 ตัว ใต้ยันต์มีอักษรขอมเป็นคาถา ว่า อุทธังหะเรจะนะมะพะทะ ใต้คาถาเป็น “พ.ศ.๒๕๓๙” ด้านซ้ายมือเรา ขวามือเป็นอักษรภาษาไทยว่า “วัดศรีอุทุมพร” ด้านบนว่า “อ.เมือง” ด้านขวามือเรา ด้านซ้ายของเหรียญว่า “จ.นครสวรรค์” และมียกขอบนูนรอบ
โดยปกติ เหรียญของหลวงพ่อจ้อยมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งทรงกลม รูปสี่เหลี่ยม ทรงแบบหยดน้ำ และรูปไข่
แต่รุ่นนี้ถ้าใครเคยเห็นเหรียญหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จะทราบว่ามีลักษณะคล้ายเหรียญพิมพ์นิยม พ.ศ.2482 แต่มีขนาดใหญ่กว่า
ลักษณะเป็นการสร้างขึ้นล้อพิมพ์เหรียญหลวงพ่อเดิม รวมทั้งยันต์และคาถาที่ใช้ก็เป็นแบบเดียวกันด้วย
ชาวนครสวรรค์หลายคนที่ไม่สามารถเสาะแสวงหาเหรียญหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ มาครอบครองได้ จึงเช่าบูชาเหรียญของหลวงพ่อจ้อยรุ่นนี้ไว้บูชาแทน เนื่องจากมีรูปลักษณะแบบเดียวกัน มีตัวยันต์คาถาแบบเดียวกันทุกประการ และประกอบกับหลวงพ่อจ้อยเคยเรียนวิทยาคมจากหลวงพ่อเดิมอยู่ระยะหนึ่งด้วย
จึงสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงครูบาอาจารย์ เป็นการบูชาครูไปในตัว เหรียญหลวงพ่อจ้อยรุ่นนี้ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ให้เช่าบูชาจำหน่าย มีแต่แจกอย่างเดียว
กลายเป็นที่เสาะแสวงหาอย่างยิ่ง
อัตชีวประวัติ มีนามเดิมว่า จ้อย (ภาษาลาวพื้นบ้านแปลว่าผอม บางคนก็เรียกท่านว่าหลวงพ่อจ่อย ซึ่งก็แปลว่าตัวเล็ก) เกิดในตระกูลปานสีทา ที่ ต.พลวงสองนาง อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เมื่อวันอังคารที่ 8 เมษายน 2456 บิดา-มารดา ชื่อ นายแหยมและนางบุญ ปานสีทา
ในช่วงวัยเยาว์ ได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาจบชั้น ป.4 ที่โรงเรียนดอนหวาย อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี แต่ด้วยครอบครัวมีฐานะยากจน ต่อมาได้โยกย้ายที่ทำกินไปถึงบ้านวังเดื่อ ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2476 ที่วัดดอนหวาย ต.พลวงสองนาง อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี โดยมีพระครูปลัดตุ้ย เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์บุญธรรม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์บุญตา เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ต่อมาย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดดอนม่วง อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ สอบได้นักธรรมชั้นตรี พ.ศ.2478 แล้วย้ายมาจำพรรษาที่วัดพรหมจริยาวาส อ.เมือง จ.นครสวรรค์ สอบได้นักธรรมชั้นโท พ.ศ.2479
หลังจากนั้นได้เดินทางไปวัดระฆังโฆสิตาราม ก่อนไปศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมที่มหาธาตุวิทยาลัย วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร
ต่อมา ชาวบ้านวังเดื่อเห็นว่าวัดศรีอุทุมพรขาดเจ้าอาวาส จึงรวมตัวกันไปกราบอาราธนานิมนต์ให้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดศรีอุทุมพร
พ.ศ.2485 จึงกลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพร

ศึกษาวิทยาคม รวมทั้งวิธีการทำวัตถุมงคลจากพระเถระผู้มีชื่อเสียงหลายรูป เช่น หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เรียนวิชาการทำตะกรุดโทน ผ้าประเจียด การทำน้ำมนต์ การแก้คุณไสย ยันต์ตรีนิสิงเห และยันต์มหาอำนาจ
เรียนการทำผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงพุทธคุณ ผงมหาราช จากหลวงพ่อฉาบ วัดคลองจันทร์ อ.หันคา จ.ชัยนาท แลกเปลี่ยนวิชาและเรียนพระคาถานะ 108 หัวใจธาตุทั้ง 4 หัวใจคาถาต่างๆ จากหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม อ.เมือง จ.นครปฐม
นอกจากนี้ ยังไปฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชาการทำมีดหมอ วิธีสร้างสิงห์งาแกะ วิชาการทำน้ำมนต์ จากหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
รวมทั้งศึกษาวิชาด้านการหุงน้ำมัน วิชาการประสานกระดูก ท่านเรียนจากหลวงพ่ออินทร์ วัดเกาะหงษ์ ต.ตะเคียนเลื่อน อ.เมือง จ.นครสวรรค์
ลําดับงานปกครอง เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพร พ.ศ.2485 ตั้งสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม พ.ศ.2490 แผนกบาลี พ.ศ.2495 ตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐาน พ.ศ.2498
พ.ศ.2514 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูชั้นประทวน พ.ศ.2538 ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรและประกาศเกียรติคุณบัตรในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประเภทส่งเสริมการพัฒนาชุมชนโดยใช้หลักธรรมทางพุทธศาสนา จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เคร่งครัดกิจวัตรที่สำคัญคือ การบิณฑบาต สวดมนต์ ทำสมาธิ ปฏิบัติกัมมัฏฐาน อีกทั้งทำงานด้านการก่อสร้างถาวรวัตถุในวัด การพัฒนาสร้างถนน ทำบ่อน้ำ เหมือง-ฝายกักเก็บน้ำให้ประชาชนได้มีน้ำใช้ทำการเกษตร ใช้ในการอุปโภคบริโภค
ยึดถือคติว่า เวลามีค่ายิ่ง จึงยิ่งเร่งทำงานตามที่ท่านตั้งใจเพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งงานหลวง งานราษฎร์ ไม่ได้ขาด
พ.ศ.2537 สร้างหอสมุดเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเป็นประธานเปิด รวมทั้งเยี่ยมชมโครงการต่างๆ
ในช่วงบั้นปลายชีวิต สุขภาพร่างกายเริ่มอ่อนแอ จนกระทั่งวันที่ 16 เมษายน 2550 มรณภาพลงอย่างสงบ สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74
ปัจจุบันสรีรสังขารสงบอยู่ในโลงแก้วที่ศาลาจัตุรมุข วัดศรีอุทุมพร เพื่อให้ผู้ที่เคารพเลื่อมใสได้สักการบูชา
