เหรียญของขวัญมหามงคล รุ่นมรดกธรรม 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ)
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
ย้อนไปในปีพุทธศักราช 2556 เป็นปีมหามงคล วันที่ 3 ตุลาคม 2556 ด้วยเป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) เมื่อครั้งยังดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุครบ 100 พรรษา นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชที่เจริญพระชันษายิ่งยืนนานกว่าสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใดๆ ในอดีต ทั้งทรงดำรงตำแหน่งต่างๆ ทางคณะสงฆ์ยาวนานกว่าพระองค์อื่นๆ ด้วย นับเป็นบุญบารมีในทางปรหิตปฏิบัติซึ่งยากที่จะปรากฏ
เมื่อบรรจบสมัยอันเป็นจาตุรมงคลกาลเช่นนี้ จึงเป็นที่ปลื้มปีติของปวงพุทธบริษัททั้งฝ่ายคฤหัสถ์และบรรพชิต ตลอดถึงคณะรัฐบาล ได้พร้อมใจกันจัดบำเพ็ญกุศลน้อมถวาย และจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมงคลกาลที่ทรงเจริญพระชันษา 100 ปี 3 ตุลาคม 2556
ขณะเดียวกัน ปีพุทธศักราช 2556 ยังเป็นปีแห่งความเศร้าสลดอาลัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะทรงสิ้นพระชนม์ เนื่องจากติดเชื้อในกระแสพระโลหิต วันที่ 24 ตุลาคม 2556
พุทธศาสนิกชนชาวไทยล้วนถวายอภิสัมมานสักการะในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างอันดีงามในพระจริยวัตรและพระคุณธรรมอันสำคัญ

สิ่งมงคลและวัตถุมงคลของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) องค์ประมุขสงฆ์ไทย นับได้ว่ามีหลายรุ่นและหลายรูปแบบ ทั้งที่จัดสร้างในนามวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร และมีผู้ขออนุญาตจัดสร้างโดยหน่วยงาน องค์กร วัดวาอารามต่างๆ
สำหรับ “เหรียญของขวัญมหามงคล รุ่นมรดกธรรม 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” จัดสร้างเป็นที่ระลึกในโอกาสมหามงคลเจริญพระชนมายุครบ 100 พรรษา
คณะกรรมการกองทุนพุทธบูชาบุญนิธิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จึงขอประทานอนุญาตจัดสร้างพระเครื่อง พระบูชา พระพุทธธรรมิกราชจตุราสีตยายุวัฒนมงคลมหาชนปูชนียปฏิมากร (พระพุทธรูปประจำกองทุนพุทธบูชาบุญนิธิ ปางห้ามสมุทร) เหรียญเหมือนพระรูป สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) โดยขอประทานอัญเชิญพระนามย่อ ญสส ประดิษฐานบนผ้าทิพย์พระบูชา
อีกทั้งขอประทานอัญเชิญพระนามย่อ ญสส ประดิษฐานด้านหลังเหรียญของขวัญมหามงคล รุ่นมรดกธรรม ขอประทานอัญเชิญพระรูปสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) ประดิษฐานด้านหน้าเหรียญของขวัญมหามงคล รุ่นมรดกธรรม พระพุทธธรรมิกราชจตุราสีตยายุวัฒนมงคลมหาชนปูชนียปฏิมากร พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ทรงเครื่อง เป็นพระพุทธรูปประจำกองทุนพุทธบูชาบุญนิธิ โดยชื่อ “พระพุทธธรรมิกราชจตุราสีตยายุวัฒนมงคลมหาชนปูชนียปฏิมากร” นี้ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) เมตตาประทานให้เพื่อความเป็นสิริมงคล
พระพุทธรูปองค์จริงนั้น ประดิษฐานอยู่ ณ กองทุนพุทธบูชาบุญมูลนิธิ พระพุทธธรรมิกราชจตุราสีตยายุวัฒนมงคลมหาชนปูชนียปฏิมากร เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธศิลป์สมัยอยุธยา
วัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติคุณถวายเป็นพระกุศลแด่คุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) สมทบโครงการสร้างหอพระพุทธธรรมิกราชฯ ณ สำนักงานกองทุนพุทธบูชาบุญนิธิ สมทบโครงการสร้างหอพระพุทธวิศวมงคลฯ คณะวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สนับสนุนกิจกรรมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของนิสิตภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อ.องครักษ์ จ.นครนายก และงานสาธารณกุศลทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา


ประกอบพิธีพุทธาภิเษก 5 วาระ ดังนี้
วาระที่ 1 วันที่ 23 มิถุนายน 2556 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสุทัศน์ กทม. เป็นประธาน พระราชพิพัฒน์โกศล วัดศรีสุดาราม กทม. ดับเทียนชัย ร่วมด้วยพระเกจิอาจารย์อีก 8 รูป
วาระที่ 2 วันที่ 20 ตุลาคม 2555 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กทม. เป็นประธาน พระราชสิทธิวราจารย์ (เจ้าคุณอุดมทรัพย์) วัดประสิทธิเวช จ.นครนายก ดับเทียนชัย ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศอีก 28 รูป
วาระที่ 3 วันที่ 14 ธันวาคม 2555 พระเทพสารเวที วัดบวรนิเวศฯ กทม. เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์ขลังจากทั่วประเทศอีก 10 รูป
วาระที่ 4 วันที่ 25 ตุลาคม 2556 พระเทพรัตนสุธี วัดเขียนเขต จ.ปทุมธานี จุดเทียนชัย พระราชภัทรธาดา วัดบางกระเบา จ.ปราจีนบุรี ดับเทียนชัย ร่วมปลุกเสกด้วยพระราชาคณะอีก 4 รูป
วาระที่ 5 วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 โดย พระเทพรัตนสุธี วัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี จุดเทียนชัย พระเทพสารเวที วัดบวรนิเวศฯ กทม. เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) ดับเทียนชัย
ร่วมปลุกเสกโดย พระราชภัทรธาดา วัดบางกระเบา เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี พระราชสิทธิวราจารย์ วัดประสิทธิเวช เจ้าคณะอำเภอองครักษ์ จ.นครนายก พระมงคลวรากร (หลวงปู่ชาญ) วัดบางบ่อ จ.สมุทรปราการ, พระญาณนายก วัดเจดีย์ทอง จ.นครนายก และพระอาจารย์ตี๋เล็ก สำนักปฏิบัติธรรมเขาสุนะโม จ.เพชรบูรณ์
ปัจจุบัน เหรียญดังกล่าวได้กลายเป็นเหรียญที่ทรงคุณค่ายิ่ง ผู้ที่มีไว้ในความครอบครองและบูชาจึงเป็นสิริมงคลเป็นอเนกอนันต์
