ฟ้าหยาดมุกเช้าจนหนาวหนัก ภูวักหยาดฟ้ามาเหน็บหนาว
ไม้ไหวลมวู่เสียงกรูกราว สองก้าวเกินเก็บเหน็บหนาวนัก
สองมือประคองเป็นสองเรา สองเท้าร่วมก่อร่วมทอถัก
สองชีพร่วมใช้ในนาม “รัก” เป็นความประจักษ์ใน “รักแท้”
หยัดตนบนภูฤดูกาล จวบวารผ่านวัยใจแน่วแน่
ผ่านร้อนผ่านฝนทนดูแล ร่วมแดร่วมนึกใต้พฤกษ์เงา
ร่วมอยู่ร่วมเหย้าครั้งเก่าก่อน ปู่ย่าหากย้อนอยู่ก่อนเก่า
ยังร่วมร่มพฤกษ์ยังนึกเนา สองเฒ่าสองทางมิต่างใจ
หลายปีดีดักวัยกระทง เกินจะป้องปลงมิหลงใหล
ท่ามพฤกษ์ดงแดแผ่ร่มใบ เทียนไขส่องดึกระลึกเตือน
อยู่กับลมฝนวนวิถี วันปีหมุนเฒ่าใต้เงาเถื่อน
สุขกันสองเฒ่าใต้เงาเดือน ร่วมเรือนร่วมรักตระหนักนั้น
วงศ์วานว่านเครือมิเหลือใคร วงใจใหญ่สุดดุจสวรรค์
วงจรสองเฒ่าดุจเงากัน วงเดือนผ่านผันใกล้วันพลบ
ประคองป่าประคองน้ำประคองฝน ประคองตนจวบผ่านการบรรจบ
ท่ามโลกโศกร้าวอยู่ท่าวทบ อาจพบศพเฒ่า…ใต้เงาไม้!?
