ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ
เจ้าทาสต้องกรี๊ด… ข่าวใหญ่ พบแมวสปีชีส์ใหม่ในรอบ 100 ปี
และคำพาดหัวในเว็บ National Geographic อาจจะทำให้คุณตื่นเต้นยิ่งกว่า…
เพราะจากพาดหัวบอกว่า “การค้นพบแมวป่าสปีชีส์ใหม่ในครั้งนี้อาจจะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของสายธารแห่งการค้นพบแมว (ป่า) สปีชีส์ใหม่สายพันธุ์จิ๋วก็เป็นได้”
ซึ่งจริง เพราะถ้าไปส่องเปเปอร์ของพวกเขาที่เพิ่งตีพิมพ์ออกมาในวารสาร Current Biology การค้นพบครั้งนี้ไม่ใช่การค้นพบน้องแมวสปีชีส์ใหม่แค่เพียงสปีชีส์เดียว แต่เป็นการรื้อบัญชีเครือญาติของแมวป่าในกลุ่ม tiger cat หรือแมวป่าลายเสือ แล้วสังคายนาใหม่ทั้งตระกูล
แค่พาดหัวก็น่าสนใจแล้ว
เรื่องนี้เริ่มต้นในปี 2016 ที่ข้างถนนสายหนึ่งในป่าเมฆยุงกัส (Yungas) ที่หนาวเหน็บในประเทศโบลิเวีย ใกล้ๆ กรุงลาปาซ (La Paz) ชายใจดีคนหนึ่งพบลูกแมวตัวเล็กๆ ที่ข้างทาง
และด้วยความน่ารักของแมวน้อย เขาตัดสินใจอุ้มลูกแมวตัวจิ๋ว…กลับไปเลี้ยงที่บ้านแล้วตั้งชื่อว่า Tigrino หรือ “เจ้าเสือน้อย”
สตอรี่ประมาณคลิปเก็บลูกสัตว์ไปเลี้ยง แล้วพอเติบใหญ่ก็กลายเป็นสัตว์ป่าที่ผูกพันกันอย่างเหนียวแน่นกับเจ้าของผู้รับอุปการะ ซึ่งตอนนี้ ถ้าไม่ใช่คลิปตัดต่อมั่ว ส่วนใหญ่ก็เป็นคลิปเอไอ ถ้านึกไม่ออกลองเปิดเพลง A Thousand Years ของคริสติน่า เพอร์รี (Christina Perri) คลอไปด้วยจะได้อารมณ์ร่วมมาก…
I have died every day waiting for you.
Darling, don’t be afraid.
I have loved you for a thousand years…
I’ll love you for a thousand more
หนึ่งปีผ่านไป เจ้าเสือน้อยเติบใหญ่เป็นแมวหนุ่มวัยรุ่นที่หน้าตาไม่ค่อยเหมือนแมวบ้านทั่วไป และเริ่มแสดงพฤติกรรมให้เห็นชัดเจนว่ามันไม่ใช่สัตว์เลี้ยง แต่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าและพลังแห่งนักล่าที่พร้อมที่จะปลดปล่อยออกมาแบบเหลือล้น
เลี้ยงต่อไม่ไหว ครอบครัวตัดสินใจส่งต่อเจ้าเสือน้อยไปยังศูนย์พักพิงสัตว์ป่าเซนดา แวร์เด (Senda Verde) ในโบลิเวีย
ด้วยหน้าตาและพฤติกรรมที่แปลกประหลาดไม่เหมือนกับแมวที่พวกเขารู้จักของเจ้าเสือน้อย เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ตัดสินใจโทร.หานักชีววิทยาผู้เชี่ยวชาญแมวป่าระดับต้นๆ ของโบลิเวีย เปาลา โนกาเลซ-อัสการ์รุนซ์ (Paola Nogales-Ascarrunz) แล้วบอกว่ามี “แมวประหลาด” เพิ่งถูกส่งเข้ามาตัวหนึ่ง
คำว่าแมวประหลาดทำให้เปาลาตื่นเต้นมาก เธอรีบรุดเดินทางไปยังศูนย์ฯ และทันทีที่ได้เห็นเจ้าเสือน้อย เธอก็หลงใหลในรูปลักษณ์และลวดลายอันประหลาดของเจ้าเสือน้อย และด้วยเหตุนั้น เธอถ่ายภาพเสือน้อยไปกว่าร้อยรูป เห็นได้ชัดว่าเจ้าเสือน้อยหน้าตาไม่เหมือนแมวทั่วไป หน้าสั้น หูสั้นกลม หนวดยาว ตัวเล็ก ผอมเพรียว และมีลวดลายดอก (rosette) บนตัวดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
แต่ในตอนแรกที่เจอกับเจ้าเสือน้อย เปาลากลับไม่เฉลียวใจเลยแม้แต่น้อยว่าเจ้าเสือน้อยอาจจะเป็นแมวสปีชีส์ใหม่ที่ในวงการวิทยาศาสตร์ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
เธอเดาว่าเจ้าเสือน้อยน่าจะเป็น Leopardus tigrinus หรือแมวป่าลายเสือถิ่นเหนือ (Northern tiger cat) หรือออนซิลลา (oncilla)
ติดแค่ว่าออนซิลลาตัวนี้อาจจะมีลวดลายดอกดวงบนตัวที่ผิดแผกแปลกประหลาดไปจากที่เคยมีบรรยายไว้นิดหนึ่งเท่านั้น

จนกระทั่งในปี 2019 ในขณะที่เธอกำลังทำคู่มือแมวป่าในโบลิเวีย ในระหว่างที่กำลังจัดรูป เธอก็เริ่มสะดุดตากับลวดลายที่พิลึกพิลั่นของเจ้าเสือน้อย ลายดอกนี้มันไม่เหมือนกับลายดอกของออนซิลลาเลย ลายดอกดวงของเจ้าเสือน้อยมีขนาดใหญ่กว่าของออนซิลลาอย่างชัดเจน รูปร่างก็ไม่สม่ำเสมอ สีขนและปล้องบนหางก็ผิด
หลังจากเทียบภาพ เธอก็เริ่มมั่นใจว่าเธอเริ่มเจออะไรน่าตื่นเต้น “ลวดลายแบบนี้มันเพี้ยนสุดๆ”
และที่จริง การจัดจำแนกในเชิงอนุกรมวิธานของแมวป่าลายเสือพวกนี้ค่อนข้างเละเทะพอประมาณ
แมวป่าลายเสือถูกบันทึกเอาไว้เป็นครั้งแรกในปี 1775 จากตัวอย่างในอาณานิคมของฝรั่งเศสในอเมริกาใต้ ที่เรียกว่า เฟรนช์เกียนา (French Guiana) และจากการสำรวจในเวลาต่อมา ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 นักธรรมชาติวิทยาชาวยุโรปก็ได้ค้นพบแมวป่าลายเสืออีกมากมายในหลายประเทศทั่วทวีปอเมริกาใต้ และเริ่มตั้งชื่อพวกมันแยกออกเป็นสปีชีส์ต่างๆ หลายชื่อ ทั้ง Leopardus tigrinus, Leopardus guttulus และ Leopardus emiliae
แต่เนื่องจากแมวป่าในกลุ่มนี้มีหน้าตาคล้ายคลึงกันมาก ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 นักอนุกรมวิธานก็เริ่มพยายามจัดระบบใหม่เพื่อรวบแมวป่าลายเสือทั้งหมดที่เคยแยกกันเป็นหลายสปีชีส์เข้ามาไว้เป็นสปีชีส์เดียว คือ Leopardus tigrinus
ซึ่งถ้ามอง ก็ต้องบอกว่าแปลกๆ แต่จะว่าไปการจัดจำแนกแมวป่าลายเสือออกเป็นสปีชีส์นั้นเป็นอะไรที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจำแนกโดยอิงจากรูปลักษณ์และสัณฐาน
แม้แต่นักวิจัยที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มากว่า 25 ปีอย่างเอดูอาร์โด ไอซิริก (Eduardo Eizirik) จากมหาวิทยาลัยสันตะปาปาคาทอลิกแห่งรีอูกรันดีดูซูล (Pontifical Catholic University of Rio Grande do Sul) ประเทศบราซิล ก็ยังมึน
ปัญหาก็คือ แมวป่าลายเสือแต่ละกลุ่มมีหน้าตา ลายขน ขนาดตัว หรือรูปร่างกะโหลกที่ละม้ายคล้ายคลึงกันมากจนไม่สามารถเอามาใช้แบ่งแยกชี้ชัดได้
แต่ภายใต้รูปลักษณ์และลวดลายที่คล้ายคลึงกันจนแทบแยกไม่ออกนั้น มีความหลากหลายทางพันธุกรรมระดับคนละสปีชีส์ซ่อนอยู่
สัตว์ประเภทนี้เรียกว่า cryptic species หรือ “ชนิดพันธุ์ซ่อนเร้น” หน้าตาราวกับเป็นชนิดเดียวกัน แต่ประวัติทางวิวัฒนาการและองค์ประกอบทางพันธุกรรมต่างกันมากพอที่จะถือเป็นคนละชนิด จะว่าไปก็เหมือนกับจระเข้แม่น้ำไนล์ที่เดิมเคยเชื่อว่ามีสปีชีส์เดียว แต่พอศึกษาระดับพันธุกรรมโดยละเอียดแล้ว กลับพบว่าแท้จริงมีสอง
ช้างแอฟริกันก็เช่นกัน…เดิมเคยจัดเป็นสปีชีส์เดียว ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่ามีสองสปีชีส์
และเพื่อจำแนกให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เอดูอาร์โดเผยว่า ทีมวิจัยของเขาและพันธมิตรได้ใช้เทคนิคการวิเคราะห์พันธุกรรมสมัยใหม่เพื่อศึกษาสายวิวัฒนาการของพวกมันจนสามารถแยกแยะและยืนยันสปีชีส์ของแมวป่าลายเสือได้อย่างเป็นระบบขึ้น
และจากการศึกษาในปี 2013 ตาชีอานี ตรีกู (Tatiane Trigo) จากมหาวิทยาลัยสหพันธ์รีอูกรันดีดูซูล (Universidade Federal do Rio Grande do Sul) ประเทศบราซิล ซึ่งเป็นหนึ่งในนักวิจัยที่ทำงานร่วมกับเอดูอาร์โด ได้นำข้อมูลดีเอ็นเอของแมวป่าลายเสือจากหลายพื้นที่ในบราซิลมาเปรียบเทียบกัน และได้แยกแมวป่าลายเสือออกเป็นสองสปีชีส์
นั่นคือ แมวป่าลายเสือเหนือ (Leopardus tigrinus) และแมวป่าลายเสือใต้ (Leopardus guttulus)
ต่อมาในปี 2017 มีการเสนอให้แยกแมวป่าลายเสือตะวันออก (Leopardus emiliae) เป็นอีกสปีชีส์หนึ่ง และในปี 2024 แมวป่าลายเสือเมฆ (Leopardus pardinoides) ก็ได้รับการเสนอให้แยกออกเป็นสปีชีส์ต่างหากเช่นกัน
นั่นหมายความว่า ถ้าอยากมั่นใจว่าเจ้าเสือน้อยเป็นแมวลายเสือสายพันธุ์ใหม่มั้ย ทางเดียวที่จะบอกได้คือการศึกษาทางพันธุกรรม และถ้าจะเอาให้มั่นใจที่สุด ก็ต้องศึกษาจีโนม
และนั่นคือสิ่งที่โยนัส เลสครัวร์ต (Jonas Lescroart) นักชีววิทยาวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยแอนท์เวิร์ป (University of Antwerp) ประเทศเบลเยียม เข้ามามีส่วนร่วม

เปาลาและโยนัสวิเคราะห์พันธุกรรมของแมวป่าลายเสือจำนวน 38 ตัว ซึ่งแบ่งเป็นข้อมูลจีโนมิกส์ที่มาจากตัวสัตว์จริงๆ และข้อมูลมิวซีโอมิกส์ (museomics) จากตัวอย่างจากพิพิธภัณฑ์ ซึ่งทำให้พวกเขาได้ข้อมูลจาก “อดีต” ที่ชัดเจน
ตัวอย่างบางชิ้นมาจากบริเวณ Guiana Shield ซึ่งเป็นถิ่นต้นแบบดั้งเดิมของ L. tigrinus ทำให้นักวิจัยสามารถเปรียบเทียบโครงสร้างทางพันธุกรรมประชากรปัจจุบันกับประชากรแมวป่าจากสถานที่ซึ่งใช้ตั้งชื่อชนิดเมื่อหลายร้อยปีก่อนได้โดยตรง ผลที่ได้นั้นน่าสนใจ เพราะว่าจากสปีชีส์ที่เคยถูกเหมารวมแบบสุ่มสี่สุ่มห้าในอดีตเอาไว้ภายใต้ชื่อแมวป่าลายเสือ (Leopardus tigrinus) แท้จริงแล้ว แตกต่างกันมาก
และถ้ามองในระดับสปีชีส์ ตัวที่เคยถูกเอาไปรวมแทบจะแยกออกมาเป็นสปีชีส์ใหม่หมด แบ่งเป็นแมวป่าลายเสือเหนือ (Leopardus tigrinus) แมวป่าลายเสือใต้ (Leopardus guttulus) แมวป่าลายเสือตะวันออก (Leopardus emiliae) แมวป่าลายเมฆ (Leopardus pardinoides)
และที่สำคัญและน่าตื่นเต้นที่สุดก็คือ เจ้าเสือน้อยเป็นแมวป่าจิ๋วชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีใครบันทึกไว้มาก่อน นี่เป็นการค้นพบแมวสปีชีส์ใหม่เป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี…กลายเป็นข่าวใหญ่ในวงการนักวิทยาศาสตร์และทาส…
พวกเขาตั้งชื่อพวกมันตามชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า แมวป่าทิลคาโย (Leopardus tilcayo)
และแน่นอนว่านั่นทำให้เจ้าเสือน้อยโด่งดังเป็นพลุแตก ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาเพื่อชมความน่ารักและความประหลาดของน้องแมวสปีชีส์ใหม่ของศตวรรษ
งานวิจัยนี้นอกจากจะทำให้เรามีความหลากหลายของแมวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแล้ว แม้ว่าอาจจะเลี้ยงไม่ได้เพราะเป็นแมวป่า แต่ก็ยังช่วยให้เราเข้าใจและอภิเชษฐ์ความหลากหลายทางชีวภาพของเราเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
และที่น่าตกใจที่สุดสำหรับแมวป่าทิลคาโยก็คือ เพิ่งจะถูกค้นพบก็ถูกพบว่าอยู่ใกล้ปากเหวแห่งการสูญพันธุ์เสียแล้ว…
ถิ่นอาศัยของพวกมันจำกัดอยู่ตามผืนป่าเมฆบนเทือกเขาแอนดีส ซึ่งกำลังถูกคุกคามจากการบุกรุกทำลายป่า การขยายพื้นที่เกษตรกรรม และแรงกดดันจากกิจกรรมของมนุษย์ จำนวนประชากรที่แท้จริงของมันยังไม่มีใครรู้ เช่นเดียวกับรายละเอียดอีกมากมายในชีวิตของแมวป่าตัวจิ๋วชนิดนี้
เราไม่รู้ว่าพวกมันล่าอะไร
สืบพันธุ์อย่างไร
มีเหลืออยู่กี่ตัว
หรือยังหลบซ่อนอยู่ในป่าแห่งใดอีกบ้าง
นั่นคือความย้อนแย้งอันแสนเศร้าของการค้นพบครั้งนี้ เพราะในวินาทีเดียวกับที่มนุษย์เพิ่งได้รู้จักชื่อของมัน เราก็ต้องเริ่มกังวลเสียแล้วว่าชื่อนั้นอาจเหลืออยู่เพียงในตำรา
เรื่องราวของเจ้าเสือน้อยจึงไม่ได้เป็นเพียงนิทานแสนอบอุ่นของลูกแมวข้างถนนที่เติบโตขึ้นมาเป็นตัวแทนของสปีชีส์ใหม่ หากยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า ในโลกที่เราคิดว่าสำรวจจนแทบไม่เหลือซอกมุม ธรรมชาติยังมีความประหลาดใจซุกซ่อนอยู่เสมอ และในบางครั้งก็นอนหมอบอยู่ข้างถนนใกล้ๆ ตัวเรานี่แหละ
การตั้งชื่อสปีชีส์จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มบรรทัดใหม่ลงในบัญชีรายชื่อสิ่งมีชีวิต แต่คือการยืนยันว่า ชีวิตเล็กๆ ชีวิตหนึ่งมีตัวตน มีประวัติทางวิวัฒนาการเป็นของตนเอง และมีสิทธิ์ได้รับการปกป้องก่อนที่เรื่องราวของมันจะจบลง
เจ้าเสือน้อยอาจเป็นแมวสปีชีส์ใหม่ตัวแรกในรอบ 100 ปี และนี่คือการเริ่มต้นศักราชใหม่ของการสำรวจค้นหา เพราะในม่านหมอกของเทือกเขาแอนดีสที่หนาวเหน็บอาจยังมีดวงตาคู่เล็กๆ อีกหลายคู่กำลังมองกลับมาหาเรา รอเพียงวันที่วิทยาศาสตร์จะมองเห็นพวกมัน
ก่อนที่พวกมันจะเลือนหายไปพร้อมกับผืนป่าที่ค่อยๆ เบาบางลงทุกทีอย่างเงียบๆ
