หลังเลนส์ในดงลึก | ปริญญากร วรวรรณ
ในระยะหลังๆ มานี้ ผมได้รับเกียรติ ให้มีคำว่า “30 ปี” ต่อท้ายชื่อบ่อยๆ
ไม่ว่าคนผู้ใช้คำนี้ต่อท้ายชื่อผม จะหมายความว่าอย่างไรก็เถอะ แต่สำหรับผม คำคำนี้หมายความถึงการทำงานกับกล้องมานานเท่านั้น ไม่ได้หมายถึง เก่ง, เชี่ยวชาญ, รู้มากกว่าใครๆ
ผมก็เหมือนกับคนทำงานกับกล้องทั่วๆ ไปซึ่งมีมากมาย โดยเฉพาะในวันที่คล้ายกับว่าไม่มีรูปไม่สวยอีกแล้ว
หากนับเวลา 30 ปีเป็นเกณฑ์ในการทำงานของผมผมใช้เวลากดชัตเตอร์น้อยกว่าเวลาที่ใช้กับการเฝ้ารอ และเวลาที่ใช้มากไม่น้อยกว่ารอ คือเวลาที่รถติดอยู่ในหล่ม หล่มคล้ายเป็นด่านซึ่งต้องผ่านไปให้ได้ ไปให้ถึงจุดหมาย เพื่อเฝ้ารอ
ขณะรอนี่แหละ ที่ผม “เห็น” อะไรๆ มากกว่าตอนมองผ่านช่องมองภาพ
วันหนึ่งหลังจากหมาไนฝูงหนึ่งทำงานสำเร็จผมไปเฝ้ารอในงานนี้ ผมได้รูปที่ชอบ รูปที่ดี
…หมาไน, ซากกวาง และผีเสื้อ…
หมาไน เป็นนักล่าซึ่งได้รับการออกแบบร่างกายรวมทั้งทักษะในการล่ามาอย่างดี พวกมันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมาก
ซากกวาง คือ ผลงาน ส่วนผีเสื้อ ใช้ปีกบางๆ แสนสวยของมันพาบินลงเกาะบนซากอันไร้ชีวิต ผีเสื้อมีขบวนการอันยาวนาน กว่าจะออกมาโบยบิน และช่วงแสนสวยนี้เป็นเวลาไม่นาน
นักล่าทำงานสำเร็จอีกครั้ง ความตายเกิดขึ้นได้เสมอ เทียบกับแม่น้ำ, ภูเขา ชีวิตก็มีแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ผมได้รับโอกาสให้อยู่ในเวลาทำงานของหมาไนหลายครั้ง ทุกครั้งผมได้เห็น ความ “โหด” ลูกนัยน์ตา อวัยวะภายในเหยื่อถูกกระชากออกมาก่อนล้มสิ้นใจ
จะเห็นอย่างไรก็ได้ เป็นความโหดเหี้ยม เป็นซากอันน่าเวทนา เป็นผีเสื้อสวยงาม
ในความเป็นจริง นี่คือเรื่องเดียวกัน นี่คือสิ่งที่เป็นอยู่ …คือสิ่งที่ชีวิตต้องเผชิญ
สองครั้งแล้วที่ผมพบนักล่านั่งเล่นกับผีเสื้อ ครั้งแรกคือเสือดาวนั่งเล่นกับผีเสื้อ แต่ด้วยความอ่อนด้อยภาพที่ผมบันทึกได้เป็นภาพเสือดาวนั่งแยกเขี้ยวอยู่เพียงลำพัง ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่มันกำลังเงยหน้ามองอยู่ตรงนั้นคือผีเสื้อตัวหนึ่ง
ภาพนั้นคือเสือดาวที่ยังคงเป็นเสือดาว สัตว์ผู้ล่าที่มีเขี้ยวและเล็บ รวมกับทักษะของมันทำให้ชีวิตหนึ่งสิ้นสุดลงได้ในเวลาไม่นาน
มันเป็นนักล่าอันตราย แต่สิ่งที่อยู่นอกภาพและไม่ได้บันทึกไว้ คือช่วงเวลาที่มันกำลังสนใจสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ
เสือดาวเปิดโอกาสให้ผมเห็นช่วงเวลาที่ไม่ได้ทำงาน
ผมคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง เมื่อมีโอกาสอยู่ในเหตุการณ์ที่หมาไนกำลังจัดการกับซากกวาง ชีวิตหนึ่งสิ้นสุดลง ขณะที่อีกชีวิตกำลังทำหน้าที่ของมันตามวิถีธรรมชาติ ผีเสื้อตัวหนึ่งบินมาเกาะอยู่บนซากกวาง
หมาไนหยุดมองผีเสื้อตัวนั้น ภาพตรงหน้ามีทั้งนักล่า ซากสัตว์ และผีเสื้อตัวเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่ทั้งหมดกลับอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน
ผมไม่รู้ว่าหมาไนกำลังคิดอะไร และคงไม่มีทางรู้ได้อย่างแน่ชัดว่าการมองผีเสื้อของมันมีความหมายอย่างไร แต่สิ่งที่ผมเห็น ทำให้คิดถึงความเข้าใจที่มีต่อชีวิต คล้ายกับว่าเราคุ้นเคยกับการแบ่งสิ่งต่างๆ ออกเป็นสองด้าน
ความโหดร้ายกับความอ่อนโยน ความแข็งแกร่งกับความเปราะบาง ผู้ทำลายกับผู้สร้างสรรค์เมื่อเห็นเสือดาว เรานึกถึงความดุร้าย เมื่อเห็นผีเสื้อ ก็นึกถึงความงดงามและบอบบาง ราวกับว่าสิ่งเหล่านี้ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้
แต่ในป่า เสือดาวไม่จำเป็นต้องเลิกเป็นนักล่า เพื่อจะหันไปสนใจผีเสื้อ และผีเสื้อก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อจะมีที่ยืนอยู่ใกล้นักล่า
บางทีนี่อาจเป็นบทเรียนที่ผมต้องใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจ

หน้าที่เสือดาวคือฆ่าสัตว์อื่น นั่นเป็นส่วนหนึ่งของวิถีผู้ล่า เป็นหน้าที่ ไม่ใช่ความโหดร้าย
วิธีการล่าของมันดูโหดร้าย การกินกวางเป็นแค่ผลพลอยได้จากการทำงาน
ขณะที่ผีเสื้ออาจกำลังหาประโยชน์จากสิ่งที่เหลืออยู่ ชีวิตหนึ่งสิ้นสุดลง แต่สิ่งที่เหลือจากชีวิตนั้นยังเชื่อมโยงกับชีวิตอื่นต่อไป
ธรรมชาติไม่ได้แยกความงดงามออกจากความตายอย่างเด็ดขาด และไม่ได้กำหนดให้ความอ่อนโยนต้องอยู่ตรงข้ามกับความแข็งแกร่งเสมอไป สิ่งที่มองว่าโหดร้าย เป็นเงื่อนไขให้ชีวิตอื่นดำเนินต่อไป ส่วนสิ่งที่เรามองว่างดงาม ก็อาจกำลังอาศัยประโยชน์จากการสิ้นสุดของชีวิตอื่นเช่นกัน ภายหลังการฆ่าชีวิตก็เริ่มต้น ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว
บทเรียนที่ผมได้รับจากป่าเป็นสิ่งที่ทำให้มองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ก่อนจะรีบตัดสินความหมายของมัน
ผมทำงานกับกล้องมานาน และยิ่งนานวันก็ยิ่งพบว่า ภาพที่บันทึกได้ กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า อาจเป็นคนละเรื่องกัน
ภาพเสือดาวที่ผมถ่ายไว้ แสดงเพียงสัตว์ผู้ล่าที่กำลังแยกเขี้ยว มันอาจทำให้คนดูนึกถึงอันตราย
แต่ไม่มีใครรู้ว่าก่อนหน้าหรือหลังจากนั้น มีผีเสื้อตัวเล็กๆ บินผ่านเข้ามาในความสนใจของมัน
มันไม่ใช่ภาพที่ไม่สวยงามหรอก เพียงแต่ไม่ครบถ้วน
เช่นเดียวกับภาพหมาไนเหนือซากกวาง หากเรามองเห็นเพียงการกิน เราก็จะเห็นแค่การทำหน้าที่ของผู้ล่า แต่เมื่อผีเสื้อบินมาเกาะ และหมาไนหยุดมอง ผมพบว่าภายในเหตุการณ์เดียวกัน มีรายละเอียดอีกมากที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำเพียงคำเดียว สิ่งที่ขาดหายไปจากภาพ ไม่ใช่สิ่งที่ผมบันทึกไม่ทัน แต่อาจเป็นความเข้าใจของผมเอง
ว่าตามจริงผมไม่รู้ว่าเสือดาวกับผีเสื้อเข้าใจกันหรือไม่ และไม่รู้หรอกว่าหมาไนมองผีเสื้อด้วยความรู้สึกอย่างไร
ผมรู้เพียงว่า ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น นักล่ากับสิ่งมีชีวิตสวยงามตัวเล็กๆ ได้อยู่ร่วมกัน โดยที่ผมไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบ เรื่องราวในป่าทำให้ผมเห็นว่า ความแตกต่างเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องกลายเป็นเส้นแบ่งที่ปิดกั้นความเข้าใจ
การมองสิ่งต่างๆ ให้ลึกและชัดเจนขึ้นไม่ได้หมายถึงการค้นหาคำตอบให้ได้ทุกเรื่อง มันหมายถึงการยอมรับว่าสิ่งต่างๆ บนโลกมีรายละเอียดมากกว่าที่สายตาของเราจะมองเห็นได้ในครั้งเดียว
ผมยังนึกถึงภาพเสือดาวตัวนั้นอยู่เสมอ ในภาพมันนั่งแยกเขี้ยวอยู่เพียงลำพัง ภาพเสือดาวสวยงาม ขณะนั้นมีเพียงผมที่รู้ว่า เสือดาวกำลังนั่งเล่นกับผีเสื้อ
“30 ปี” ที่ผมมักได้รับการต่อท้ายชื่อ ไม่ได้ทำให้ผมรู้แจ้งอะไรๆ นักหรอก แต่หากจะช่วยได้บ้างคือ ผมเข้าใจ ตอนที่หมาไนไม่ได้มองที่ซากกวางอันเป็นงานของมัน
ผม “เห็น” มันมองผีเสื้อตัวน้อยที่มีปีกแสนสวย
“เสือดาว, หมาไน, ผีเสื้อ” ทำให้ผมรู้ว่า เรา “รู้จักชีวิต” จากสิ่งที่มันทำ
แต่การ “เข้าใจชีวิต” อาจต้องเริ่มจากการยอมรับว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่ทั้งหมดที่ชีวิตนั้นเป็น…
