สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน

ตลาดโซลาร์รูฟในบ้านเราคึกคักมากหลังรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” เดินหน้าลุยโครงการอัดฉีดภาคประชาชนติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท เป้าหมายเฟสแรก 1-1.5 ล้านครัวเรือน เป็นแผนการเปลี่ยนพลังงานที่น่าสนับสนุนด้วย ถ้าหากแผนนี้ได้จัดวางและเตรียมการอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกเมื่อ 19 ปีก่อน

แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก เป็นแผนแม่บทเพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด เริ่มเมื่อปี 2550 สมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่ตลอดทางจนถึงปี 2568 ไม่มีรัฐบาลชุดไหนเตรียมความพร้อมไว้เลย

ความพร้อมที่ว่าต้องทำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น การศึกษาวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ การผลิตแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่สำรองสำหรับแผงโซลาร์เซลล์ โครงการส่งเสริมการลงทุนโซลาร์เซลล์ครบวงจร รวมทั้งการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีพลังงานลม การผลิตกังหันลม เทอร์ไบน์ ตลอดจนส่งเสริมความรู้จัดหลักสูตรช่างมืออาชีพ แต่ปรากฏว่าช่วง 19 ปี แผนพัฒนาพลังงานสะอาดแทบไม่ได้รับการผลักดันจากภาครัฐเลย เช่นเดียวกับการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีรถอีวี ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วๆ มาไม่ให้ความสำคัญ

ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลหลายชุดมีนโยบายสนับสนุนให้สร้างโรงงานพลังงานความร้อนทั้งจากถ่านหิน ก๊าซ เป็นนโยบายสวนกระแสโลกที่ร่วมพลังลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล

นโยบายพลังงานด้วยแนวคิดเก่าๆ ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณไฟฟ้าสำรองเกินความจำเป็นมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ สัญญาการผลิตซื้อขายไฟฟ้าให้เอกชนผูกยาว 20-25 ปี และกำหนดให้รัฐต้องจ่ายค่าความพร้อมทั้งๆ ที่ไม่มีการผลิตกระแสไฟเข้าระบบอีกต่างหากนั้นได้ส่งผลลบต่อต้นทุนการผลิต ทำให้ราคาค่าไฟแพงลิ่ว

สรุปสั้นๆ ตลอด 19 ปีแผนพลังงานสะอาดของบ้านเราจึงเป็นแค่ราคาคุยโม้เท่านั้น และนั่นจึงเกิดข้อครหาว่า ไทยกำลังตกเป็นเหยื่อเทคโนโลยีสีเขียว โดยเฉพาะเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์เป็น 1 ในพลังงานสะอาดที่ประเทศไทยกำลังจะเดินตามกระแสโลก แต่เป็นการเดินตามที่ไร้ทิศทาง

ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา ตลาดโซลาร์เซลล์ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว เรานำเข้าแผงโซลาร์เซลล์คิดเป็นมูลค่ากว่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 2 หมื่นกว่าล้านบาท ปีนี้แค่ 7 เดือน ยอดทะลุ 14,000 กว่าล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว พุ่งขึ้นถึง 88 เปอร์เซ็นต์ แต่โซลาร์เซลล์ที่นำเข้ามาทั้งหมดเป็นของจีนถึง 99 เปอร์เซ็นต์

ไทยเป็นตลาดรองรับสินค้าโซลาร์เซลล์จากจีนเรียบร้อยแล้ว และถ้ารัฐบาล “อนุทิน” สนับสนุนให้ชาวบ้านติดตั้งโซลาร์เซลล์อย่างต่อเนื่อง เราก็พึ่งพาสินค้านำเข้าจากจีนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

เหตุที่เราตกเป็นทาสเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ก็ต้องโบ้ยใส่การเมือง โทษผู้นำรัฐบาลที่ไร้วิสัยทัศน์ เสถียรภาพรัฐบาลที่ง่อนแง่น ดังนั้น เกือบ 2 ทศวรรษจึงมีแต่การเมืองน้ำเน่าแย่งชิงอำนาจผลประโยชน์ ติดกับดักรัฐประหาร ไม่มีการพัฒนาเรื่องของเทคโนโลยีใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ จนในที่สุดคนไทยเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โรงงานปิดตัว การส่งออกทรุด การค้าตกต่ำ ระบบการศึกษาเหลวเละ ศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจถดถอย หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง

ในความเป็นจริงแผนพัฒนาพลังงานสะอาดของไทยเริ่มพร้อมๆ กับจีนเสียด้วยซ้ำ ระยะบุกเบิก สมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปิดทางให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ และให้หน่วยงานด้านวิจัยพัฒนาของรัฐ เช่น เนคเทค ทำวิจัยและพัฒนาการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ แต่แผนงานวางไว้ไม่ได้ต่อเนื่อง แม้รัฐบาล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” รับไม้ต่อ ปัญหาการเมืองเข้ามารุมเร้าเกิดม็อบป่วน “อภิสิทธิ์” ประกาศยุบสภา แผนพัฒนาโซลาร์เซลล์สะดุดตาม

รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” บริหารประเทศต่อแต่ก็เจอวิกฤตการเมืองอีก ทหารคว่ำกระดาน “ยิ่งลักษณ์” หนีหัวซุกหัวซุนไปอยู่ต่างประเทศ 5 ปีเศษที่คณะรัฐประหารนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศ การเมืองดูนิ่งสงบก็จริงแต่เศรษฐกิจประเทศไทยตกอยู่ในสภาพทรุดแล้วทรุดอีก

อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำกว่าประเทศในกลุ่มอาเซียน และยังเป็นยุคทุนเทาเหิมอำนาจ ใช้ช่องโหว่ทำลายนิติรัฐ ยกตัวอย่างเช่น เปิดทางให้นำเข้าขยะจากต่างประเทศมารีไซเคิลในเมืองไทยในปี 2561 ส่งผลให้นายทุนจีนและทุนเทาต่างประเทศขนขยะเปื้อนพิษมารีไซเคิลอย่างมโหฬาร ทำลายระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง

“ประยุทธ์” กลับเข้ามาบริหารประเทศต่ออีก 4 ปี แม้มีแผนพัฒนาพลังงานสะอาด แต่เน้นไปในเชิงนำเข้าสินค้ามากกว่าการปลุกปั้นให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตโซลาร์เซลล์ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อมาถึงยุค “อนุทิน” เราก็ยังต้องสั่งซื้อแผงโซลาร์เซลล์จากจีนมากถึง 99 เปอร์เซ็นต์

คราวนี้หันไปดูว่าจีนมีแผนพัฒนาพลังงานสะอาดกันอย่างไร ทำไมถึงกลายเป็นยักษ์ใหญ่ของโลกพลังงานสะอาด

ปี 2549 “หู จิ่นเทา” ประธานาธิบดีของจีน ประกาศแผนพัฒนาพลังงานสะอาด ออกกฎหมายพลังงานหมุนเวียน (renewable energy law) ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์พลังงานของจีน และเป็นห้วงเวลาเดียวกับรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์กำลังร่างแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก

กฎหมายพลังงานหมุนเวียนฉบับดังกล่าวเน้นส่งเสริมการผลิตพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ กระแสลม รัฐบาลจีนให้เงินอุดหนุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่บริษัทผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ กังหันและเทอร์ไบน์ ผลการผลักดันอย่างมุ่งมั่นทำให้อัตราการขยายตัวของเทคโนโลยีพลังงานสะอาดช่วงปี 2549-2557 โตมากกว่า 100 เท่า

ราคาแผงโซลาร์เซลล์และกังหันลมลดลงอย่างฮวบฮาบผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย ก่อนสิ้นสุดวาระผู้นำของ “หู จิ่นเทา” ในปี 2556 จีนกลายเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ และกังหันลมรายใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อ “สี จิ้นผิง” ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสืบต่อจาก “หู จิ่นเทา” ได้นำเอารากฐานเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์และกังหันลมมาต่อยอดไปผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถอีวี และโซลาร์เซลล์ จนบัดนี้จีนกลายเป็นผู้นำตลาดรถอีวีของโลกไปด้วย

ในเวทีสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือนกันยายน 2563 “สี จิ้นผิง” ลุกขึ้นประกาศเป้าหมาย “คาร์บอนคู่” (Double Carbon Goals) หมายถึง Carbon Peak ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดของจีน ก่อนปี 2573 และ Carbon Neutrallity กำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ก่อนปี 2603 หรืออีก 34 ปีข้างหน้า

เป้าหมายคาร์บอนคู่ของประธานาธิบดีสีดังกล่าวจะทำให้ประเทศจีนลดการพึ่งพาพลังงานความร้อนจากถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ ขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ทั้งโซลาร์เซลล์ พลังงานลม พลังงานน้ำ และพลังงานนิวเคลียร์

รัฐบาลจีนส่งเสริมให้บริษัทผู้ผลิตในประเทศคิดค้นวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากกว่าที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เช่น แบตเตอรี่ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System) ทำหน้าที่เก็บสะสมพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งต่างๆ ทั้งโซลาร์เซลล์ กระแสลม หรือกระแสไฟฟ้าจากพลังงานเขื่อน แปลงกลับมาเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าในช่วงที่ไม่มีแสงแดด กระแสไฟตกหรือช่วงค่าไฟฟ้าแพง

ตัวแบตเตอรี่ BESS ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันคือลิเธียมไอออน (Lithium-Ion) แบ่งเป็นขั้วลบ ขั้วบวก วัสดุใช้ในการผลิตไม่เหมือนกัน ขั้วลบ (Anode) ทำด้วยกราไฟต์หรือแท่งคาร์บอน ส่วนขั้วบวกทำจากแร่ลิเธียม เหล็ก และฟอสเฟต แบตเตอรี่ชนิดนี้มีความปลอดภัยสูง ไม่ติดไฟง่าย อายุการชาร์จนานขึ้น

แบตเตอรี่ BESS อีกประเภทที่ใช้เทคโนโลยี Solid-State Electrolyte หรืออิเล็กโทรไลต์แข็ง เช่น เซรามิก ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ไอออนหรืออะตอมที่มีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่โดยไม่ต้องมีส่วนผสมที่เป็นของเหลว ป้องกันสารเคมีรั่วไหลและป้องกันการติดไฟ แต่กระบวนการผลิตต้องใช้อุณหภูมิสูงระดับ 1,000 องศาเซลเซียสให้เนื้อเซรามิกผสานแน่นไม่มีรูพรุน

ถ้าเจาะเข้าไปดูอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ของจีนอย่างละเอียด จะเห็นว่าจีนสามารถผลิตวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ได้มากที่สุดในโลก เช่น แผ่นซิลิคอนบริสุทธิ์สูง (Polysilicon) ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่สำคัญที่สุดในการผลิตแผงพลังงานแสงอาทิตย์และชิปเซมิคอนดักเตอร์

กระบวนการผลิตแผ่นซิลิคอนบริสุทธิ์สูงต้องใช้เทคโนโลยีระดับไฮเฮนด์ ต้องเอาแร่ควอตซ์ผสมกับถ่านหิน ถ่านโค้กและเศษไม้ใส่ลงในเตาถลุงไฟฟ้าที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 1,900 องศาเซลเซียส เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์สูงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ แล้วนำไปควบแน่นตกตะกอนจนแท่งซิลิคอนค่อยหนาขึ้นกลายเป็นโพลีซิลิคอนขนาดใหญ่ความบริสุทธิ์สูง นำไปทุบเป็นชิ้นเล็กๆ ตัดเป็นแผ่นเวเฟอร์สำหรับผลิตแผงพลังงานแสงอาทิตย์และชิปเซมิคอนดักเตอร์

ทั้งแท่งโพลีซิลิคอน แผ่นเวเฟอร์ แผงพลังงานแสงอาทิตย์ จีนครองตลาดโลกเป็นสัดส่วนมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เฉพาะแผงโซลาร์เซลล์เมื่อปีที่แล้วจีนผลิตและนำไปติดตั้งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประเทศต่างๆ รวมแล้ว 500 กิกะวัตต์ (Gigawatts)

เทียบกับประเทศไทย กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งประเทศอยู่ที่ 50GW ถ้า 500GW นั่นหมายถึงระบบไฟฟ้าของไทยรวมกัน 10 ประเทศ หรือจะเปรียบให้ย่อยลงมา 500 กิกะวัตต์ปล่อยไฟฟ้าพร้อมๆ กันให้บ้านได้มากถึง 200 ล้านหลังคาเรือน

ภาพรวมเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของจีนในวันนี้ ไม่ใช่แค่อยู่ที่กำลังการผลิตป้อนสินค้าให้กับชาวโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ควบคุมห่วงโซ่โซลาร์เซลล์ทั้งระบบตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิตชิ้นส่วน และการส่งออกสำเร็จรูป

ในกลุ่มประเทศอาเซียน จะมีเพียงเวียดนามและมาเลเซียที่มีอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ เพื่อการผลิตและส่งออกเป็นลำดับที่ 2, 3 รองจากจีน กล่าวเฉพาะเวียดนามแม้ไม่มีเทคโนโลยีชั้นสูงเทียบเท่าจีน แต่เวียดนามมีความเชี่ยวชาญในกระบวนการผลิต ไม่ใช่เพียงแค่นำเซลล์มาประกอบเป็นแผงโซลาร์เหมืองโรงงานในไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถผลิตแท่งซิลิคอน แผ่นเวเฟอร์ และโซลาร์เซลล์ได้ด้วย

บริษัทของเวียดนามพัฒนาผลิตภัณฑ์จนสามารถสร้างแบรนด์และผลิตขายส่ง เช่น วีน่าโซลาร์ ต่างกับโรงงานผลิตโซลาร์เซลล์ในไทยที่ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนตรงจากบริษัทข้ามชาติ เช่น ทริน่าโซลาร์ของจีน หรือแคนาเดียนโซลาร์ ซึ่งนำเทคโนโลยีจากประเทศแม่ผลิตในไทยเพื่อการส่งออกเท่านั้น

ความฝันให้ไทยผลิตโซลาร์เซลล์ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำแล้วปั๊มตรา “เมดอินไทยแลนด์” นั้นยาวไกลจนไม่รู้ว่าจะเป็นจริงเมื่อไหร่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เหรียญของขวัญมหามงคล รุ่นมรดกธรรม 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ)
‘ภาพที่ชัดเจนขึ้น’
‘โซลาร์รูฟ’ ไทย vs จีน
ผ่า ‘แผลเป็น’ นโยบายรัฐ หนีลูปจีดีพีโตแคระ แนะเลิก ‘เลี้ยงไข้’ ศก.ไทย
ไทยสร้างไทย โวย”ไข่อนุทินแพง” จี้ ศุภจี คุมราคาไข่ไก่ ขณะนี้ฟองละ 6-7 บาทกระทบค่าครองชีพ ซำ้เติมนำ้ท่วม ชาวบ้านบอก“จนไม่ไหวแล้ว”
น้ำท่วมปี 54 “ยิ่งลักษณ์” อ่วม ถูกชาวบ้านฟ้อง-ป.ป.ช.ตั้ง “สุภา” ไต่สวนบริหารน้ำผิดทำท่วมกรุง
ไม่ประมาท! รมช.เกษตรฯ สั่งเตรียมพร้อมรับฝนช่วง 4-7 และ 9-12 ต.ค.นี้ จัดระบบติดตาม-ช่วยเหลือ 4 กลุ่มพื้นที่ ระดมเรือจากกรมประมง-ยานพาหนะสแตนบายด์
มหากาพย์ ย้ายอุเทนฯ โจทย์หิน…ไร้ทางออก?
หอมหมื่นลี้ ไหว้พระจันทร์
สต๊อกสะสมบ้านคอนโดฯ เริ่มลดลง
โชยุราเมนหมูทงคัตสึ
ฟันโทษแมนซิตี้ ผิดกฎการเงิน 114 ข้อ สะเทือนวงการลูกหนังผู้ดี