bg-single

น้ำท่วมปี 54 “ยิ่งลักษณ์” อ่วม ถูกชาวบ้านฟ้อง-ป.ป.ช.ตั้ง “สุภา” ไต่สวนบริหารน้ำผิดทำท่วมกรุง

03.10.2026

หลังจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 สิงหาคม 2554 อีกราวสองเดือนต่อมาก็เกิด “มหาอุทกภัย” ขึ้น โดยในเหตุการณ์ครั้งนั้นธนาคารโลก (World Bank) ได้ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ ยังนำไปสู่การฟ้องร้อง-ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคนในรัฐบาลรวมถึงหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในเวลาต่อมา

ชาวบ้านฟ้องกราวรูด!
รัฐบาลแก้หน้าท่วมเหลว

ขอจ่ายชดเชยตามจริง

วันที่ 21 ธันวาคม 2554 ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน รับมอบอำนาจจากสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และชาวบ้านพื้นที่ต่างๆ รวม 352 คน ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-11 ต่อแผนกคดีสิ่งแวดล้อมศาลปกครองกลาง เรื่องเป็นหน่วยทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการละเมิด คำฟ้องระบุว่า ผู้ถูกฟ้องกระทำการละเมิดที่มีลักษณะความผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการบริหารจัดการน้ำ จนก่อให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ผู้ถูกฟ้อง เพิกเฉย ไร้ประสิทธิภาพและประมาทเลินเล่อในการบริหารจัดการน้ำตามอำนาจหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

ผู้ฟ้องจึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องร่วมกันรับผิดชอบ โดยจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ฟ้องตามความเป็นจริงทุกคน ตามบัญชีเสียหายที่แนบท้ายฟ้อง และให้ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องกำหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรม แก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมอาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้-ไกล ภายใต้กรอบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและประชาสังคม โดยให้ดำเนินเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง รวมทั้งให้นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องที่ 1 สั่งการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดตั้งกองทุนสวัสดิการเพื่อฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยให้รัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณปีละไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นทุกๆ 5% ของอัตราเงินเฟ้อของประเทศ ซึ่งให้บริหารจัดการโดยภาคประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ศาลรับคำฟ้องไว้คดีหมายเลข ส.401/2554 เพื่อพิจารณาและมีคำสั่งต่อไปว่าจะประทับรับฟ้องเพื่อมีคำพิพากษาหรือไม่

ปี 59 ยกฟ้อง “ยิ่งลักษณ์”
บริหารน้ำผิดทำท่วมกรุง

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง ในคดี น.ส.จรุงทิพย์ หล่อรุ่งโรจน์ กับพวกรวม 10 คน ซึ่งเป็นประชาชนที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ และได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปี 2554 ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมพวกรวม 10 คน ในข้อหาบริหารจัดการน้ำผิดพลาด ทำให้มวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลสู่พื้นที่ต่ำออกสู่ทะเล เป็นเหตุให้น้ำไม่ไหลไปตามทิศทางตามธรรมชาติ ทำให้น้ำท่วมขังบริเวณ กทม. ทั้งยังส่งกลิ่นเน่าเหม็นและทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย จึงฟ้องขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย รวมกว่า 3 ล้านบาท และให้จัดทำแผนป้องกันน้ำท่วม

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในช่วงกลางถึงปลายปี 2554 ประเทศไทยเกิดพายุโซนร้อนและมรสุมจำนวนหลายลูก ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมในเขื่อนต่างๆ มากที่สุดในรอบหลายๆ ปี ผู้ถูกฟ้องพยายามในการระบายน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทางวิชาการแล้ว แต่การปล่อยน้ำออกจากเขื่อนจำเป็นต้องปล่อยเพื่อไม่ให้เกินความจุของเขื่อน แต่ด้วยปริมาณน้ำฝนทำให้บริเวณพื้นที่ใต้เขื่อนซึ่งมีปริมาณน้ำฝนมากอยู่แล้ว ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้น ขณะเดียวกัน ระหว่างนั้นประตูระบายน้ำบางโฉมศรีได้พังทลายลง และประตูระบายน้ำแห่งอื่นๆ พังทลายลงตามมา ประกอบกับน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปในทางที่กำหนดได้

ศาลพิเคราะห์ว่า น้ำจากเขื่อนภูมิพล และสิริกิติ์ที่เข้าสู่พื้นที่ กทม. เพียงร้อยละ 20 ส่วนที่เหลือน่าจะเป็นน้ำที่ค้างตามทุ่งต่างๆ ประกอบกับพื้นที่รับน้ำได้มีการปรับเป็นพื้นที่ปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ แม้ผู้ถูกร้องจะป้องกันพื้นที่ กทม.ด้วยการเสริมคันกั้นน้ำ วางแนวกระสอบทรายต่างๆ และได้แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมตัวไว้ อย่างเต็มความสามารถ รวมถึงฟื้นฟูความเสียหายตามกฎหมายแล้ว แต่ด้วยปริมาณน้ำก็ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่บ้านพักของผู้ฟ้องทั้ง 10 จึงเห็นได้ว่า การกระทำของผู้ร้องไม่ได้เป็นการกระทำโดยมิชอบ และละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้ผู้ฟ้องได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ การที่ผู้ถูกฟ้องวางแนวป้องกันพื้นที่ เศรษฐกิจชั้นในของ กทม. ก็ไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติเพราะถือว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศ หากปล่อยให้น้ำท่วมก็จะมีผลกระทบในวงกว้าง ทั้งนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ จึงไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งการวางแนวป้องกัน กทม.ของผู้ถูกฟ้องเพื่อชะลอไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่ชั้นในนั้น ทำให้ผู้ร้องทั้ง 10 ได้รับผลประโยชน์ไม่ให้บ้านพักถูกน้ำท่วมสูงกว่าที่เป็นอยู่ พิพากษายกฟ้อง

ปี 59 ป.ป.ช. ตั้ง “สุภา” เป็นประธานอนุฯ ไต่สวน
“ยิ่งลักษณ์” เหตุน้ำท่วมใหญ่ปี 54

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมือง 1 ได้ส่งหนังสือลงวันที่ 8 ก.ย. 2559 ถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ป.ป.ช. มีคำสั่งให้ปรับเปลี่ยนจากการให้ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะไต่สวน เป็นให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องมีพฤติการณ์ร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น กรณีมีหน้าที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบในการเก็บกัก ควบคุม ระบาย หรือบริหารจัดการน้ำ เป็นเหตุให้เกิดมหาอุทกภัยในปี 2554

ในหนังสือระบุด้วยว่า ขอให้ลงชื่อและวันที่รับทราบคำสั่งในบันทึกรับทราบคำสั่งดังกล่าว และส่งคืนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ หากประสงค์จะคัดค้านผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการไต่สวนสามารถแจ้งคัดค้านโดยทำเป็นหนังสือแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านว่าจะทำให้การไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ได้ความจริงและความยุติธรรมอย่างใด ยื่นต่อประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง หรือวันทราบเหตุแห่งการคัดค้านดังกล่าว ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวนางนามโดย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวน

ด้านนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายกฎหมายและผู้เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการคัดค้านอย่างไร ในเมื่อ น.ส.สุภา เป็นประธานอนุกรรมการเราก็ต้องยืนยันในการคัดค้านตามเหตุผลที่เคยยื่นไปก่อนหน้านี้ทั้ง 8 ครั้ง แต่ความจริง น.ส.สุภา ก็น่าที่จะต้องพิจารณาตัวเอง เหมือนกับที่กรรมการ ป.ป.ช. หลายคนในบางคดีเขาขอถอนตัวจากการไต่สวน เพราะเรื่องอย่างนี้ถือเป็นมารยาท อย่างไรก็ตาม หากจะยื่นคัดค้านต่อ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ก็จะแจ้งให้สื่อทราบอีกครั้ง

ปี 60 ป.ป.ช.ตีตกคดีน้ำท่วม ปี 54
ชี้เป็นภัยธรรมชาติ
รบ.ทำตามขั้นตอนแล้ว

กระทั่งเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2560 เมื่อวันที่ 13 กันยายน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีบริหารจัดการน้ำโดยมิชอบเมื่อปี 2554 ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติไม่ชี้มูล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีถูกกล่าวหาว่า ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการน้ำเมื่อปี 2554 จนทำให้เกิดอุทกภัยและความเสียหายกว่า 3.5 แสนล้านบาท โดยเห็นว่า การดำเนินการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำตามขั้นตอนของการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว เรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ จึงไม่เข้าข่ายว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด

ทั้งนี้ พยานหลักฐานไม่เพียงพอถึงขั้นต้องชี้มูลความผิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์บกพร่องต่อหน้าที่ หรือเกิดจากความบกพร่องของใคร เพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติ และพายุก็มาหลายลูกมาก ป.ป.ช.ไม่คิดว่าต้องหาคนมารับผิดชอบเรื่องนี้ และที่ผ่านมาดูตามพยานหลักฐาน หรือข้อมูลไม่คิดว่าบกพร่อง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

น้ำท่วมปี 54 “ยิ่งลักษณ์” อ่วม ถูกชาวบ้านฟ้อง-ป.ป.ช.ตั้ง “สุภา” ไต่สวนบริหารน้ำผิดทำท่วมกรุง
ไม่ประมาท! รมช.เกษตรฯ สั่งเตรียมพร้อมรับฝนช่วง 4-7 และ 9-12 ต.ค.นี้ จัดระบบติดตาม-ช่วยเหลือ 4 กลุ่มพื้นที่ ระดมเรือจากกรมประมง-ยานพาหนะสแตนบายด์
มหากาพย์ ย้ายอุเทนฯ โจทย์หิน…ไร้ทางออก?
หอมหมื่นลี้ ไหว้พระจันทร์
สต๊อกสะสมบ้านคอนโดฯ เริ่มลดลง
2 ทอง 1 เงินเอเชี่ยนเกมส์ ‘ยูเซน บิว’ ภูริพล บุญสอน ก้าวสู่ตัวท็อปเวิลด์คลาส
โชยุราเมนหมูทงคัตสึ
ฟันโทษแมนซิตี้ ผิดกฎการเงิน 114 ข้อ สะเทือนวงการลูกหนังผู้ดี
ถอดรหัสแวดวงยานยนต์เมืองไทย สกัดรถนำเข้า-ผู้บริโภคเปลี่ยนไป
การช่วยชีวิต ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
อ่านคนไร้ราก (จบ)
‘Thai’s Got Talent’s (TGT)’: วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ทุกคนเก่ง