bg-single

รู้จักอีกมุม “สุวินัย ภรณวลัย” อดีตนักทฤษฎีสังคมนิยมตัวจี๊ด ก่อนมาเอาดีด้านต่อชะตา

18.12.2022

ชื่อของ สุวินัย ภรณวลัย กลับมาโด่งดังอีกครั้งในวันนี้ หลังตำรวจไซเบอร์เข้าไปเชิญตัวจากกรณีการโพสต์ Facebook เรี่ยไรเงินบริจาค อ้างทำพิธีต่อชะตาแอบอ้างเบื้องสูง พร้อมเปิดเผยยอดเงินบริจาคเกือบล้านบาท

สุวินัยระบุว่า ตัวเองไร้เจตนาไม่ดี เพียงเพราะมองว่าหากวิทยาศาสตร์ช่วยไม่ได้ก็ต้องใช้พิธีกรรมเข้าช่วย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า จากการสอบปากคำพบว่าเจ้าตัวมีสติเต็มร้อย และไม่พบว่าเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามกฎหมายอาญา ม.112 แต่เข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามกฎหมายอาญา ม.343 และ ม.344,นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ม.14(1) โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และความผิดตาม พ.ร.บ.เรี่ยไร มีโทษปรับ 200 บาท

เคยต่อชะตาให้ประยุทธ์

สำหรับพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกนัก สุวินัย ภรณวลัย เคยทำเช่นนี้จนเป็นข่าวดังเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในวันที่ 22 ก.พ. เขาเคยจัดทำพิธีใหญ่ เรียกว่าพิธียัญดาวจักรวาล ดึงพลังจิตจากเบื้องบน ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ พิธีจัดขึ้น ณ อาศรมเทพมังกร จังหวัดชัยภูมิ

“ผมนั่งอธิษฐานจิตบนยัญดาวจักรวาล (โดยแปลว่า การบูชาดาวจักรวาล) เหนือศีรษะมีกระเช้าที่ใส่บาตรลอยอยู่กลางหาว ข้างในบาตรมีดอกกล้วย(ปลีล้วย)ห้ากลีบที่ข้างในผมโรยข้าวสารใส่ไว้ ถ้าผมสามารถดึงพลังศักด์สิทธิ์จากเบื้องบนลงมาในบาตรสำเร็จโดยมาเป็นแก้วบารมีและธาตุกายสิทธิ์ได้ สิ่งที่ผมอธิษฐานจิตในขณะนั้นขณะนั่งอยู่ใจกลางยันต์ดาวจักรวาลย่อมปรากฏเป็นจริง ในที่สุดผมก็สามารถดึงพลังศักดิ์สิทธิ์จากเบื้องบนได้สำเร็จในคืนวันศุก์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2019 และคำอธิษฐานข้อแรกของผมในขณะทำพิธีเพื่อบ้านเมืองครั้งนี้คือ ขอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้เป็นนายกฯ ต่อเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง” สุวินัยกล่าว

สำหรับ สุวินัยในวัย 66 ปี เป็นประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย และอดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นนักเขียนและคอลัมนิสต์ที่มีบทความตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ โดดเด่นจากหนังสือวิพากษ์วิจารณ์นโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลทักษิณชินวัตร เช่นหนังสือชื่อ “แกะรอยทักษิโณมิกส์”

บทบาททางการเมือง เป็นหนึ่งในนักวิชาการที่เข้าร่วมขับไล่รัฐบาลทักษิณ เข้าร่วมการขับไล่ รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สนับสนุนกลุ่มกปปส.ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แสดงความเห็นปกป้องและเห็นด้วยกับการเข้ามามีอำนาจของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีจุดยืนชัดเจนในการวิพากษ์วิจารณ์ม็อบราษฎร พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ถือกำเนิดทางความคิดด้วยสังคมนิยม

หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ความคิด ที่มาที่ไป ของสุวินัย มีช่วงจังหวะหนึ่งที่น่าสนใจ สุวินัย เคยมีบทบาทเด่นในการดีเบต ประเด็นทางทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเมืองช่วงทศวรรษ 2520 หรือหลังเหตุการณ์ป่าแตก

ในหนังสือประวัติศาสตร์ความคิดเศรษฐศาสตร์การเมืองไทย เขียนโดย นภาพร อาติวนิชยพงศ์ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2552 ซึ่งส่วนหนึ่งแปลงมาจากวิทยานิพนธ์ภาษาอังกฤษ ที่ทำกับคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2529 เล่าว่า สุวินัย ก็ถือเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่ง ที่มีส่วนในการพัฒนาความคิดเศรษฐศาสตร์การเมืองไทยช่วงหลัง 6 ตุลาคม 2519

หลังบรรยากาศทางการเมืองเริ่มคลี่คลาย รัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์เข้ามาบริหารประเทศแทนรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียรประมาณปลายปี 2521 มีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งใช้ชื่อว่า “คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” นักเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์และเสนอแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่อรัฐบาลลงในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน และสยามรัฐรายวันฉบับวันอาทิตย์อยู่เสมอ

ต่อมาไม่นานกลุ่มนี้ก็เปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมือง เพื่อเลี่ยงการเข้าใจผิดว่าเป็นความเห็นของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬา กระทั่งปลายปี 2522 ชื่อกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมืองเริ่มเป็นที่รู้จักในวงวิชาการไทย

งานเขียนส่วนใหญ่เป็นการศึกษาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ พัฒนาการเศรษฐกิจสังคมนิยมเปรียบเทียบ การถกเถียงเรื่องความคิดของนักเศรษฐศาสตร์ไทย การวิพากษ์เศรษฐศาสตร์กระแสหลักของสำนักนีโอคลาสสิค จากนั้นเริ่มประสานเข้ากับกระแสความสนใจของปัญญาชนฝ่ายซ้าย เริ่มจากการทำวารสารเศรษฐศาสตร์การเมืองเมื่อปี 2524 ผลิตวิวาทะขึ้นหลายเรื่อง เช่นการถกเถียงเรื่องปัญหาการศึกษาวิธีการผลิตของไทย ทฤษฎีกึ่งเมืองขึ้นกึ่งศักดินา

สุวินัย ภรณวลัย ก็ถือกำเนิดทางวิชาการในช่วงนั้น โดยเขียนบทความในเชิงวิพากษ์วิจารณ์การผูกขาดในระบบเศรษฐกิจไทย งานเขียนเชิงทฤษฎีสังคมนิยม เช่นงานเขียนเรื่อง “สังคมนิยมในแง่ของวัตถุนิยมประวัติศาสตร์” ที่ตีพิมพ์กับโครงการหนังสือสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2524

หนังสือเล่มนี้ของสุวินัย สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการปัญญาชนไทยในช่วงนั้น ที่กำลังสับสนเกี่ยวกับความเข้าใจลัทธิมาร์กซิสต์ และระบอบสังคมนิยม โดยนับกันว่าหนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือทฤษฎีเกี่ยวกับสังคมนิยมเล่มแรกของนักวิชาการไทย ที่ตีพิมพ์ออกมาในยุคหลัง 6 ตุลา

ปกป้องลัทธิมาร์กซ์หลังป่าแตก

นภาพร ยกว่า สุวินัยเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็นเวทีปกป้องลัทธิมาร์กซ์ จากงานเขียนในช่วงปลายปี 2524 จนถึง 2526 ในวารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง ร่วมกับคนอื่นเช่น เกษียร เตชะพีระ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ และพรชัย คุ้มทวีพร เป็นต้น

เช่นกรณี ปรีดี บุญซื่อ เขียนหนังสือท้าทายโดยตรงต่อลัทธิมาร์ก จากงานเขียนเรื่อง “ความอับจนของลัทธิมาร์กซ์” ในปี 2524 ก็ถูกตอบโต้โดยทันควัน โดยสุวินัย ที่เขียนบทความเรื่อง “ความอับจนของลัทธิเหมาหรือลัทธิมาร์กซ์ : บทวิเคราะห์โดยสังเขปของการปฏิวัติจีน ลัทธิเหมา และเศรษฐกิจจีนหลังการปฏิวัติจนถึงปัจจุบัน” พิมพ์ในวารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง ในเดือนธันวาคม 2524

ในช่วงปี 2525 ถึง 2526 เกิดกระแสการต่อสู้ของสหภาพแรงงานเสรีโซริดาริตี้ในประเทศโปแลนด์ สุวินัยก็สนใจการต่อสู้ของกรรมกร และวิกฤตการณ์สังคมนิยมในโปแลนด์ โดยได้แปลและเขียนหนังสือเกี่ยวกับการต่อสู้ของขบวนการแรงงานดังกล่าว 2 เล่ม คือ มรดกทางความคิดของสหภาพแรงงานโซริดาริตี้ และพลวัตรโปแลนด์ ในปี 2526

นภาพรเขียนเล่าว่า ในปี 2527 สุวินัย มีบทบาทตอบโต้อย่างแข็งขัน ต่อ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในงานเสวนาที่จัดโดยกลุ่มเศรษฐศาสตร์การเมืองเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมปี 2527 หัวข้อวิกฤตการณ์ทุนนิยมโลกกับสังคมไทย โดยสมศักดิ์ ตั้งคำถามต่อกรอบความคิดพื้นฐานของลัทธิมาร์กซ์ทั้งหมดในการอธิบายปรากฏการณ์ในโลกทุนนิยม สมศักดิ์เห็นว่านักวิชาการมาร์กซิสต์บางส่วนในโลกตะวันตก มองเห็นแล้วว่าทฤษฎีนี้อธิบายโลกทุนนิยมไม่ได้จริง

โดยสุวินัย อยู่ในฝั่งตอบโต้สมศักดิ์ ที่ยังเชื่อมั่นในการดำรงอยู่ของลัทธิมาร์กซ์ที่แท้ ในฐานะที่เป็นศาสตร์ที่สามารถอธิบายโลก และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโลกที่ดีได้

นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2527

โบกมือลาสังคมนิยม

จากนั้นในปี 2529 นภาพรเขียนว่า ปีนั้นเองเป็นปีที่สุวินัย ส่งสัญญาณอำลาลัทธิมาร์กซ์ โดยเขียนบทความชื่อ “ความคิดที่กำลังข้ามพ้นความคิดสังคมนิยม”

ในบทความนั้น สุวินัยยอมรับว่าการอับตันของสังคมนิยมและลัทธิมาร์กซ์ที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนั้น คือการที่นักวิชาการได้เผชิญกับประสบการณ์และข้อเท็จจริงใหม่ที่ทำให้ต้องทบทวนระบบความคิดขั้นพื้นฐานที่นำไปสู่การแสวงหากรอบความคิดหรือพาราไดม์ใหม่ ซึ่งสุวินัยเห็นว่าจะต้องมีการนำเสนอทฤษฎีที่อธิบายความเป็นจริงได้เหมาะสมกว่าเดิม

ครั้งนั้นสุวินัยเห็นว่าการอธิบายสังคมด้วย “ทฤษฎีวัตถุนิยมประวัติศาสตร์” ยึดติดกับกรอบความคิดแบบโครงสร้างเกินไป สุวินัยหันไปให้ความสำคัญกับความคิด “วิถีการผลิตแบบเอเชีย” มากกว่า

หลังจากปี 2529 เป็นต้นมา บรรยากาศการถกเถียงเกี่ยวกับทฤษฎีมาร์กซิสต์และการวิเคราะห์สังคมไทยก็ไม่ปรากฏขึ้นอีกเลยนานกว่าทศวรรษ นับเป็นการอำลาลัทธิมาร์กซ์ไปอย่างเงียบๆของสุวินัย

ก่อนภายหลัง สุวินัยจะหันมาศึกษาเรื่องจิตใจ ความเชื่อ จิตวิญญาณตะวันออก ก่อนจะมีข่าวดังจากพิธีกรรมบางอย่าง กระทั่งมาในเรื่องพิธีต่อชะตานายกรัฐมนตรีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และ ล่าสุดคือ เรี่ยไรเงินบริจาค โดยอ้างทำพิธีต่อชะตาแอบอ้างเบื้องสูงจนถูกตำรวจไซเบอร์บุกถึงบ้าน

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน