bg-single

“คดีสังหารหะยีสุหลง” ปริศนาดำมืด ในอาณาจักร “รัฐตำรวจ”

28.03.2024

โดยพล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์ 

คณะรัฐประหารยังคงปกครองบ้านเมืองต่อไปภายใต้ “รัฐตำรวจ” จนถึงปลายปี พ.ศ.2495 ก่อนการรัฐประหารทางวิทยุใน 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2495 รัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้เปิดฉากการรุกต่อศัตรูทางการเมืองของคณะรัฐประหารอีกครั้งด้วยการกวาดล้างจับกุมครั้งใหญ่ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2495 ในข้อหาว่ามีการยุยงก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง

เป้าหมายของการกวาดล้างจับกุมนั้นกว้างขวางและครอบคลุมไปทั่วทุกปริมณฑล

รวมคนที่ถูกจับกุมนับร้อยคน แต่ในที่สุดหลายคนก็ได้รับการปล่อยตัวไม่ดำเนินคดีหลังจากที่ถูกคุมขังอยู่ระยะหนึ่ง เช่น สุภา ศิริมานนท์ สุวัฒน์ วรดิลก น.ต.สำรวจ กาญจนสิทธิ์ (อดีต “ทส.พระยาทรงสุรเดช”) ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เป็นต้น

ต่อมาได้มีการยื่นฟ้องดำเนินคดีอย่างเป็นทางการต่อผู้ที่ถูกจับกุมในข้อหาว่า “เป็นกบฏ” และ “มีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์”

ผู้ถูกฟ้องทั้งหมดมีจำนวน 42 คนจากที่ถูกจับกุมคุมขังในชั้นต้นกว่าร้อยคน

ต่อมาศาลได้พิพากษาลงโทษบางคน และหลายคนปล่อยตัวพ้นข้อหา

และเพื่อความสมเหตุผลในการจัดการต่อศัตรูทางการเมือง รัฐบาลจึงได้ผลักดัน “พระราชบัญญัติปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์” เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2495 หลังการกวาดล้างจับกุมใหญ่ได้ 3 วัน

สภาลงมติรับหลักการด้วยคะแนนเสียง 131 ต่อ 2

ผู้คัดค้านคือ แคล้ว นรปติ ส.ส.ขอนแก่น และบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ ส.ส.ลำปาง เท่านั้น

พระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือของรัฐบาลต่อๆ มาเป็นเวลายาวนาน

ในจำนวนผู้ถูกจับกุมครั้งนี้มีนักหนังสือพิมพ์ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งคืออารีย์ ลีวีระ ซึ่งแม้จะได้รับการปล่อยตัว แต่ก็ถูกสังหารชีวิตในปีถัดมาเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2496

อารีย์ ลีวีระ เป็นเจ้าของกิจการบริษัทไทยพาณิชยการ ซึ่งเป็นผู้พิมพ์หนังสือพิมพ์ “พิมพ์ไทย” ฉบับเช้า และหนังสือพิมพ์ “สยามนิกร” ฉบับบ่าย ถือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดในวงการหนังสือพิมพ์ขณะนั้น

และมีข่าวต่อมาว่า เหตุผลสำคัญนอกจากการทำหน้าที่หนังสือพิมพ์อย่างเคร่งครัดในวิชาชีพซึ่งไม่เป็นที่พอใจของรัฐบาลแล้ว ยังมีข่าวว่าที่อารีย์ต้องถูกสังหาร เพราะ พล.ต.อ.เผ่าต้องการซื้อหุ้นกิจการหนังสือพิมพ์ไทยพาณิชยการของอารีย์ แต่อารีย์ไม่ยินยอมตกลง

ผู้ที่ทำการสังหารก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใกล้ชิด พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์

นอกจากนั้น หลังการกวาดล้างใหญ่ครั้งนี้เพียงไม่ถึงเดือนก็มีกรณีการสังหารเตียง ศิริขันธ์ พร้อมพวกรวม 5 คน เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2495 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใกล้ชิด พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อีกเช่นกัน

คดีสังหารหะยีสุหลง

หะยีสุหลง เกิดเมื่อปี พ.ศ.2438 ที่หมู่บ้านกำปงอาเนาะรู (หมู่บ้านลูกสน) มณฑลปัตตานี เมื่อเติบโตขึ้นมา บิดาได้ส่งไปเรียนศาสนาที่นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย จนแตกฉานทั้งในเรื่องศาสนา ปรัชญา และภาษาทางมุสลิม

หะยีสุหลงตั้งใจจะกลับมาเผยแผ่ศาสนาที่มณฑลปัตตานีอันเป็นบ้านเกิด ได้เดินทางกลับมาเมื่อปี พ.ศ.2470 ก่อนจะพบว่าชาวมุสลิมที่นั่นยังมีสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นและนับถือภูตผีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งขัดกับหลักทางศาสนาอิสลามอย่างรุนแรง

จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้ก่อตั้งโรงเรียนสอนศาสนา หรือ “ปอเนาะ” ขึ้นมาเป็นแห่งแรก ด้วยเงินเริ่มต้นที่รวบรวมหามาได้ 3,500 บาท

ต่อมาเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 หะยีสุหลงได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลที่มีนายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้เงินช่วยเหลือมาอีก 3,500 บาท รวมเป็น 7,000 บาท

ปอเนาะแห่งแรกในประเทศไทยจึงถือกำเนิดขึ้นมาได้

ขณะที่หะยีสุหลงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานีเมื่อปี พ.ศ.2490 ได้เสนอข้อเรียกร้อง 7 ข้อ เพื่อให้ความเป็นธรรมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวมุสลิมในพื้นที่ต่อรัฐบาลที่มี พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่ต่อมาได้เกิดการรัฐประหารขึ้นเมื่อ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2490 ข้อเรียกร้องทั้ง 7 ข้อของหะยีสุหลงถูกเพ่งเล็งว่าเป็นกบฏกระด้างกระเดื่องต่อความมั่นคงของราชอาณาจักร

จนในที่สุดถูกจำคุกด้วยข้อหาปลุกระดมและก่อการกบฏเพื่อแบ่งแยกดินแดน

ถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 4 ปี 8 เดือน โทษฐานกล่าวร้ายรัฐบาลในเอกสารที่แจกจ่ายยังประชาชนในท้องถิ่น ส่วนโทษฐานแบ่งแยกดินแดน ศาลพิจารณาให้ยกฟ้อง

เมื่อพ้นโทษออกมา หะยีสุหลงก็ยังถูกคุกคามจากอำนาจรัฐ จนกระทั่งในเช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2497 หลังเสร็จจากละหมาดในตอนเช้าแล้ว หะยีสุหลงพร้อมกับนายอาหมัด โต๊ะมีนา บุตรชายคนโตวัย 15 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นล่ามภาษาไทย (เนื่องจากหะยีสุหลงไม่สามารถพูดภาษาไทย) ได้เดินทางออกจากบ้านพักส่วนตัวที่

จังหวัดปัตตานี ไปยังกองบังคับการตำรวจสันติบาลที่จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยพรรคพวกอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน ก่อนที่ทั้งหมดจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

นำมาซึ่งความเชื่อว่าทั้งหมดถูกฆาตกรรมทางการเมืองด้วยฝีมือของตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐภายใต้การบัญชาการของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ซึ่งเรื่องราวการหายตัวไปของหะยีสุหลงเป็นข่าวอย่างครึกโครม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปจนถึงมาเลเซีย

ทางครอบครัว ภริยาและนายเด่น โต๊ะมีนา บุตรชายของหะยีสุหลงได้เดินทางเข้าสู่พระนครเพื่อติดตามเรื่องราว ก็ไม่ได้ความคืบหน้าใดๆ

จนกระทั่งมีการปฏิวัติในปี พ.ศ.2500 รัฐบาลได้มีการรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยมี พล.ต.ต.ฉัตร หนุนภักดี เป็นประธาน

ในที่สุดนายตำรวจผู้ที่ลงมือในการฆาตกรรมครั้งนี้ก็รับสารภาพว่าได้สังหารบุคคลทั้ง 4 ในบังกะโลริมทะเลสาบสงขลา จากคำสั่งโดยตรงทางโทรศัพท์ของรัฐบาลในขณะนั้น ผ่านทางผู้บังคับการตำรวจจังหวัดสงขลา ด้วยการใช้เชือกรัดคอและคว้านท้องศพทั้งหมดแล้วอำพรางด้วยการนำศพไปผูกไว้กับแท่งซีเมนต์ในทะเลสาบสงขลา ใกล้กับเกาะหนู เกาะแมว

ซึ่งเมื่อทุกอย่างกระจ่างได้มีการส่งนักประดาน้ำลงไปงมหาศพ แต่ด้วยระยะเวลาที่ผ่านไปหลายปีจากที่เกิดเหตุ ทำให้ไม่พบศพหรือเศษซากใดๆ

การสังหารทางการเมืองหลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เริ่มขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2492 หลัง “กบฏวังหลวง” เป็นต้นมา ประเดิมด้วยการเสียชีวิตจากการถูกยิงของ พ.ต.โผน อินทรทัต อดีตเสรีไทย พ.ต.อ.บรรจงศักดิ์ ชีพเป็นสุข 4 อดีตรัฐมนตรี น.ท.พจน์ กลิ่นทอง ดร.ทวี ตะเวทิกุล นายเตียง ศิริขันธ์ กับพวกรวม 5 ศพ นายอารีย์ ลีวีระ และหะยีสุหลง

เหล่านี้ล้วนเป็นที่ทราบกันในหมู่หนังสือพิมพ์และประชาชนทั่วไป

แต่เนื่องจากถูกกดทับด้วยอำนาจมืดจนตกอยู่ในอาณาจักรแห่งความกลัวแห่ง “รัฐตำรวจ”

เรื่องราวทั้งหมดจึงเป็นเพียงปริศนาดำมืดที่แอบซุบซิบกันในที่ลับ

ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นฝีมือตำรวจ แต่ก็ไม่อาจดำเนินการอันใดได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน