bg-single

การทูตแทร็ค 2 | สุรชาติ บำรุงสุข

23.05.2024

การแสวงหาข้อยุติความขัดแย้ง (conflict resolution) โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นเรื่องสงครามกลางเมือง เป็นหัวข้อสำคัญประการหนึ่งในวิชาการเมืองระหว่างประเทศ และดังที่กล่าวกันเสมอว่า ความขัดแย้งยุติด้วยการเจรจาทางการเมือง แต่การเจรจาในโลกสมัยใหม่ก็มีความหลากหลาย ไม่ใช่เป็นช่องทางของรัฐฝ่ายเดียว

ในโลกปัจจุบัน จะพบว่ามีการเจรจาผ่านตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะอย่างเป็นทางการในรัฐบาล ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่สังคมไม่คุ้นเคย เนื่องจากสังคมไทยดูจะมีความคุ้นชินกับมุมมองเดิมว่า การดำเนินการทางการทูตเป็นเรื่องของรัฐบาลเท่านั้น หรือมองว่า ต้องเป็นคนมีตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้นจึงจะมีบทบาททางการทูตได้

แต่ในความเป็นจริงแล้ว “การทูตหลายช่องทาง” เป็นหนทางใหม่ของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ เพราะหลายปัญหาในเวทีโลกนั้น อาจต้องการ “เวทีไม่เป็นทางการ” เป็นจุดเริ่มต้น เนื่องจาก “เวทีทางการ” มีอุปสรรคและข้อขัดข้องอยู่มาก จนไม่สามารถผลักดันให้เกิดการพูดคุยได้จริง

สำหรับความเชื่อในสังคมไทยที่ว่า งานด้านต่างประเทศต้องเป็นเรื่องของ “ตัวแสดงที่เป็นรัฐ” (state actors) เท่านั้น จึงเป็นภาพสะท้อนอีกมุมหนึ่งของการยึดติดกับ “รัฐราชการ” … เราอยู่กับรัฐราชการมานานมาก โดยเฉพาะการถูกครอบโลกทัศน์ด้วยกระบวนการสร้างความเข้มแข็งของรัฐราชการผ่านการยึดอำนาจถึง 2 ครั้ง คือ รัฐประหาร 2549 และ 2557 จนทำให้เรามีมุมมองในแบบรัฐราชการไปด้วย จะทำอะไรก็ต้องถือเป็นเรื่องของรัฐเท่านั้น ทั้งที่การเมืองระหว่างประเทศในหลายส่วนอาศัยกระบวนการที่ไม่เป็นทางการ

ดังนั้น เมื่อพิจารณาถึงการดำเนินการทางการทูตสมัยใหม่ในเวทีโลกแล้ว จะเห็นได้ถึงการใช้ “บุคคลนอกระบบราชการ” มาช่วยในการทำงาน เช่น การตั้ง “ผู้แทนพิเศษ” (special envoy) ที่ไม่มีความจำเป็นต้องตั้งคนในกระทรวงการต่างประเทศ เพราะต้องการแยกงานที่ผู้แทนพิเศษต้องทำออกไปจากระบบราขการ แต่มิได้หมายความว่าจะไม่เชื่อมต่อกับรัฐเลย หากแต่ต้องการให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานที่ไม่ยึดติดอยู่กับระบบราชการในแบบเดิม

ฉะนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า งานการทูตสมัยใหม่มีมากกว่า 1 ช่องทาง ซึ่งเราอาจจะเรียกว่า “แทร็ค” (Track) อันมีนัยหมายถึงช่องทางของการติดต่อทางการทูต ภาวะเช่นนี้ทำให้งานการทูตปัจจุบันมีหลากหลายแทร็ค กล่าวคือ งานเช่นนี้มิได้มีความหมายเพียงการทูตที่ดำเนินการโดยผู้แทนที่เป็นทางการของรัฐเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม งานในแบบดั้งเดิมที่ดำเนินการโดยผู้แทนของรัฐถูกเรียกว่าเป็น “การทูตแทร็ค 1” (Track 1 Diplomacy) เช่น การพบปะระหว่างผู้นำรัฐบาล การพบกันของรัฐมนตรีต่างประเทศ หรือการเจรจาปัญหาระหว่างประเทศโดยผู้แทนของรัฐ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีลักษณะเป็น “การทูตอย่างเป็นทางการ” เพราะตัวแสดงที่มีบทบาทมีสถานะทางการทูตอย่างเป็นทางการด้วยตำแหน่งทางการเมืองที่ปรากฏ
แต่งานการทูตในอีกทางหนึ่งคือ “การทูตแทร็ค 2” (Track 2 Diplomacy) ซึ่งตัวแสดงที่เข้ามาเล่นไม่มีสถานะที่เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการ จึงไม่มีการมีส่วนร่วมโดยตรงจากรัฐบาล หรืออาจเรียกว่าเป็น “การทูตที่ไม่เป็นทางการ” ซึ่งเป็นเพราะตัวแสดงที่เข้ามาไม่มีสถานะทางการในระบบ เช่น การเป็น “คนกลางที่ไม่เป็นทางการ” (informal mediator) ในการช่วยยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ

การทูตแทร็ค 2 จึงเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยบุคคลที่ไม่อยู่ในรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดเวทีการพูดคุยที่จะไม่ถูกจำกัดด้วยสถานะของความเป็นรัฐบาล หรือเป็นโอกาสที่จะเปิดการพูดคุยในประเด็นที่ผู้แทนที่เป็นทางการ ไม่สามารถคุยได้สะดวกใจ ซึ่งทำให้เวทีการเจรจาและ/หรือพูดคุยในทางการทูตเช่นนี้ มีความยืดหยุ่น และเป็นการคุยที่ไม่ถูกยึดโยงด้วยสถานะของความเป็นผู้แทนที่เป็นทางการของรัฐในแบบเดิมเท่านั้น

การทำในแบบแทร็ค 2 ช่วยลดช่วงว่างทางการทูต และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย หรือโดยหลักการของเวทีแทร็คนี้ คือ การสร้างเวทีที่ไม่เป็นทางการเพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งคุณลักษณะเช่นนี้เป็นเวทีที่เหมาะสมสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาสงครามกลางเมือง ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างของความสำเร็จ เช่น การประชุมออสโลระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ การยุติสงครามกลางเมืองในทาจิกิสถาน แม้จะไม่ประสบความสำเร็จมากนักในกรณีอินเดีย-ปากีสถาน แต่ก็เห็นถึงบทบาทของแทร็ค 2 ในเรื่องนี้

ดังนั้น ในสถานการณ์ความขัดแย้งในเวทีโลกปัจจุบัน การใช้เครื่องมือทางการทูตในแบบแทร็ค 2 จึงเป็นที่นิยมมากขึ้น และดูจะสอดรับกับการแก้ปัญหาที่อาจต้องการเครื่องมือในแบบที่ไม่เป็นทางการเข้ามาช่วย อีกทั้ง เวทีเช่นนี้จะช่วยรองรับปัญหาเมื่อเวทีทางการยังไม่สามารถเกิดได้จริง

นอกจากนี้ สิ่งที่การทูตแทร็ค 2 จะเป็นปัจจัยที่มีประโยชน์อย่างมากคือ การเป็น “สารตั้งต้น” เพื่อนำไปสู่การสร้างเวทีการเจรจาที่แท้จริง หรืออาจมีบทบาทในการช่วยกำหนดกรอบของการพูดคุยระหว่างคู่ขัดแย้งที่จะเกิดในอนาคต อีกทั้ง แทร็ค 2 จะช่วย “เติมเต็มช่องว่าง” ระหว่างคู่ขัดแย้ง ที่ไม่ยอมเปิดการเจรจาโดยตรง ภาวะเช่นนี้จึงทำให้ “การทูตหลายช่องทาง” เป็นทางออกที่สำคัญในการแสวงหาข้อยุติความขัดแย้งในเวทีสากล แต่ความไม่เป็นทางการเช่นนี้ ก็มิได้มีนัยถึงการตัดขาดออกจากความสัมพันธ์กับรัฐทั้งหมด เพราะเมื่อการทูตแทร็ค 2 เดินมาถึงจุดของความสำเร็จแล้ว ก็จะส่งมอบงานให้แก่ตัวแสดงที่เป็นรัฐ หรือรัฐบาลเข้ามารับช่วงต่อ

ดังนั้น การดำเนินการของแทร็ค 2 จึงเป็นความหวังในเวทีการทูตปัจจุบันที่จะช่วยยุติสงครามกลางเมืองในเวทีโลก ดังเช่น ความสำเร็จของแทร็ค 2 ที่ทำให้เกิดเวทีสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่กรุงออสโลในปี 1993 อันเป็นต้นแบบที่สำคัญของความสำเร็จของ “การทูตแบบไม่เป็นทางการ” สำหรับยุคปัจจุบัน !



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน