bg-single

กำแพง 2 ชั่วโมง และประวัติศาสตร์กีฬาโลกที่ ‘ลอนดอน’

02.05.2026

Technical Time-Out | SearchSri

นับเป็นหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาโลก เมื่อ ซาบาสเตียน ซาเว นักวิ่งปอดเหล็กชาวเคนยา กลายเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่วิ่งฟูลมาราธอน ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ได้ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ หลังเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ในรายการ ลอนดอน มาราธอน ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 26 เมษายน ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 59 นาที 30 วินาที

สื่อตะวันตกเปรียบเปรยว่า กำแพง 2 ชั่วโมงของการวิ่งมาราธอนเป็นเหมือน “จอกศักดิ์สิทธิ์” ใบสุดท้ายของวงการกีฬา เป็นภาพมายาที่เชื่อว่าสักวันหนึ่งมนุษย์เราจะไปถึง แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไร

การวิ่งมาราธอนได้ “เร็ว” เท่าซาเวนั้นยากอย่างไร?

เปรียบเทียบให้เห็นภาพด้วยหลักการคำนวณง่ายๆ ว่า คุณต้องวิ่งระยะ 100 เมตร ด้วยเวลา 17 วินาที และรักษาความเร็วอย่างนั้นไปเรื่อยๆ จนครบระยะทางฟูลมาราธอน หรือทดลองตั้งเพซ (pace) ลู่วิ่งไฟฟ้าที่ 2 นาที 50 วินาที ต่อ 1 กิโลเมตร แล้ววิ่งไปจนครบเวลา 1 ชั่วโมง 59 นาที 30 วินาที ดูว่ามันยากลำบากขนาดไหน

เคลวิน คิปทุม นักวิ่งชาวเคนยาผู้ล่วงลับ เคยเข้าใกล้กำแพง 2 ชั่วโมง ด้วยการสร้างสถิติโลกในปี 2023 ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง กับอีก 35 วินาที

ขณะที่ เอลิอุด คิปโชเก้ ตำนานปอดเหล็กชาวเคนยา เป็นมนุษย์คนแรกที่ข้ามกำแพงดังกล่าวแบบต้องหมายเหตุตัวโตๆ ว่าเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขพิเศษ ผ่านอีเวนต์เชิงการตลาดของ ไนกี้ และ อินีออส ภายใต้ชื่อ อินีออส 1:59 ชาลเลนจ์ ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในปี 2019

ครั้งนั้น คิปโชเก้วิ่งบนเส้นทางที่เป็นระบบปิด ปราศจากคู่แข่ง มีนักวิ่งประกบ (pacemaker) ที่คอยควบคุมความเร็วในการวิ่ง 41 คน สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นมาช่วยให้เขารักษาความเร็วให้คงที่เพื่อบรรลุเป้าหมาย อีกทั้งยังมีคนขี่จักรยานคอยส่งน้ำให้ ไม่ใช่จุดบริการน้ำข้างทางตามปกติของการแข่งขัน ด้วยเงื่อนไขพิเศษและการควบคุมสิ่งแวดล้อมดังกล่าว

แม้คิปโชเก้จะวิ่งครบระยะทางด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 59 นาที 40 วินาที แต่ก็ไม่ได้รับการบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการ

ความสำเร็จของซาเวที่ปราศจากเงื่อนไขและการควบคุมตัวแปรใดๆ เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา จึงถือเป็นเกียรติประวัติที่ยิ่งใหญ่ และเป็นหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการกีฬาโลก

ฮิวจ์ แบรชเชอร์ ผู้อำนวยการการแข่งขันลอนดอน มาราธอน กล่าวว่า การทำลายกำแพง 4 นาทีในการวิ่งระยะ 1 ไมล์ (1.609 กิโลเมตร) ของ เซอร์โรเจอร์ แบนนิสเตอร์ นักวิ่งระยะกลางชาวอังกฤษ ซึ่งทำเวลาเมื่อปี 1954 ได้รับการยกย่องจากหลายๆ คนว่าเป็นโมเมนต์กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 บางทีเราอาจจะได้ร่วมเป็นสักขีพยานของช่วงเวลาที่ดีที่สุดของวงการกีฬาโลกในศตวรรษที่ 21 เมื่อซาเวทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงลงแล้วก็เป็นได้

เรื่องน่าทึ่งไม่แพ้กันจากการแข่งขันลอนดอน มาราธอน ในปีนี้คือ นอกจากซาเวจะเป็นมนุษย์คนแรกที่ทำลายกำแพง 2 ชั่วโมงในการแข่งขันฟูลมาราธอนอย่างเป็นทางการแล้ว ในรายการนี้ยังมีนักวิ่งอีกคนที่ทำลายกำแพงดังกล่าวได้เช่นกัน

โยมิฟ เคเจลชา นักวิ่งชาวเอธิโอเปีย ตามซาเวเข้าเส้นชัยคล้อยหลังไปเพียง 11 วินาทีเท่านั้น

และผลงานของเขายิ่งน่าทึ่งเข้าไปอีก เพราะนี่เป็นการลงแข่งมาราธอนเต็มระยะทางครั้งแรกในชีวิตของเขา หลังจากที่ผ่านๆ มาจะลงแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนเสียเป็นส่วนใหญ่

นอกเหนือจากการฝึกฝนและเตรียมตัวอย่างเต็มที่แล้ว ปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่ช่วยทั้งคู่ประสบความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ยังมีอีกหลายอย่าง ทั้งรองเท้า “ซูเปอร์ชู” รุ่นใหม่ของอาดิดาส ทั้งสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบาย (13-16 องศาเซลเซียส) ในช่วงการแข่งขัน

ซาเวยังให้เครดิตเคเจลชาที่วิ่งขับเคี่ยวกันมาตลอดเส้นทาง รวมถึงเสียงเชียร์จากผู้ชมสองข้างทางที่ช่วยเป็นแรงฮึดให้เขาไม่ลดสปีดลง หรือยิ่งเร่งฝีเท้ามากขึ้นเมื่อใกล้ถึงเส้นชัย

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ซาเวย้ำคือเรื่องการตรวจสารต้องห้าม เพราะความสำเร็จแบบเหนือจินตนาการเช่นนี้ย่อมมาพร้อมกับข้อกังขาและข้อครหาจากคนที่ไม่เชื่อ ซึ่งสิ่งที่จะพิสูจน์ความ “ขาวสะอาด” ของสถิติเหล่านี้ได้ก็คือการตรวจสารต้องห้ามอย่างสม่ำเสมอ ดังที่เขาโดนตรวจนอกการแข่งขันถึง 25 ครั้ง ก่อนร่วมศึกเบอร์ลิน มาราธอน เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่การเข้าร่วมการแข่งขันลอนดอน มาราธอน ปีนี้ ก็โดนจับตรวจถี่ๆ ทั้งก่อนและหลังแข่งเช่นกัน

หลังจากทำลายสถิติโลกเดิมเสียกระจุยด้วยเวลาที่เร็วขึ้น 65 วินาที ซาเวบอกว่า สิ่งนี้เป็นการยืนยันว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ และก็เชื่อว่าตัวเองสามารถวิ่งให้เร็วขึ้นอีก ทำเวลาที่ 1 ชั่วโมง 58 วินาทีกว่าๆ ได้ โดยมีเป้าหมายสำคัญที่การแข่งขัน เบอร์ลิน มาราธอน ที่ประเทศเยอรมนี ในเดือนกันยายน เนื่องจากเส้นทางแข่งขันนั้นเอื้อให้ทำความเร็วได้มากกว่าลอนดอน มาราธอน เสียอีก

ถึงเวลานั้น สถิติใหม่ที่เพิ่งเกิดอาจจะโดนเขียนทับอีกครั้งก็เป็นได้!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“วรวงศ์” ห่วง FTA ไทย–ยูเออี “ได้ไม่คุ้มเสีย” ทำร้ายอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเตือนอย่าใช้ FTA เป็นเครื่องมือการเมืองช่วงซักฟอก
อดีต ปลัด มท.สุทธิพงษ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อสังเกต ผลการตรวจสอบโครงการถังขยะเปียก ลดโลกร้อนฯ
อนุรักษนิยมไทยภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ?
กระทรวงเกษตรฯ ขอ ปชช.อย่าเพิ่งกังวล “UPOV1991” ยืนยันยังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อดี-ข้อเสียอย่างรอบด้าน ลั่น! ต้องปกป้องผลประโยชน์เกษตรกร-คนไทยเป็นหลัก
จาก IoT ถึง AIoT ก้าวสู่โลก AI เต็มรูปแบบ
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (24) สาร วิถี และมิตรใหม่
เมนูแฟรงเก้นสไตน์ ทำตามได้แต่อาจพัง
รู้จัก ‘หนู’ ผ่านเพลง King Rat สิ่งมีชีวิตที่ทำให้เรืออับปางได้ ในมหาสมุทรแห่งความโลภ
นาฬิกา เวลา ความหรูหรา และราคาที่นักการเมืองต้องจ่าย
‘ศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งชาติ’ ก็ไม่เว้น นามนั้น สำคัญไฉน ทรัมป์วางชื่อ ‘ทาบ’ JFK แต่ไม่สำเร็จ
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (1)
รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร เดาฉากทัศน์ ทศวรรษ 2570 ‘พลังคนเดือนตุลา คือพลังของคนตาย’