คลุกวงใน |พิศณุ นิลกลัด
FB : @Pitsanuofficial
เกิดเหตุการณ์ดราม่าสุดคลื่นไส้ ในการแข่งขัน HYROX Beijing 2026 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา
โจอันนา วีทชีค (Joanna Wietrzyk) นักกีฬาหญิงชาวออสเตรเลียวัย 24 ปี ลงแข่งในรุ่นอีลีท (Women’s Elite อายุ 16-24 ปี) ซึ่งเป็นรุ่นที่เก่งสุด
เธอเกิดท้องเสียระหว่างการแข่งขัน ทำให้อุจจาระราดเลอะเต็มขาทั้งสองข้าง ตั้งแต่ช่วงสถานีที่ 4 จากทั้งหมด 8 สถานี
เธอเลือกที่จะไม่หยุดและแข่งต่ออีก 4 ฐาน โดยใช้อุปกรณ์ร่วมกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่น
คิดดูแล้วกันครับว่าสร้างความลำบากให้กับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นขนาดไหน
แถมเธอยังเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 คว้าแชมป์ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 1 นาที 23 วินาที
นักกีฬาจำนวนมากไม่พอใจ ที่เธอตัดสินใจแข่งต่อโดยไม่คำนึงถึงสุขอนามัยของผู้เข้าแข่งขันคนอื่น
แต่บางส่วนก็ชื่นชมในสปิริตนักกีฬาที่แม้ว่าอุจจาระราด ก็ยังแข่งต่อจนจบและยังได้ที่หนึ่งซะด้วย
ดราม่าที่เกิดขึ้น ทำให้ Hyrox ออกกฎใหม่คือ หากนักกีฬามี เลือด, อาเจียน, ปัสสาวะ หรืออุจจาระ จนเสี่ยงต่อการปนเปื้อนหรือกระทบต่อความปลอดภัยของผู้อื่น ผู้อำนวยการแข่งขัน (Race Director) มีอำนาจสั่งให้หยุดและถอนตัวจากการแข่งขัน (DNF) ทันที
ในกีฬาประเภทอื่นๆ เมื่อนักกีฬาปวดปัสสาวะหรืออุจจาระระหว่างแข่งขัน มีวิธีการรับมืออย่างไร?

นักกีฬาว่ายน้ำระดับโลกยอมรับว่า เวลาปวดปัสสาวะขึ้นมาขณะอยู่ในสระ ก็ปล่อยออกมาตรงนั้นเลย
ไมเคิล เฟลป์ส (Michael Phelps) ยอดนักว่ายน้ำชาวอเมริกัน ยอมรับว่าเคยปัสสาวะในสระน้ำ
เฟลป์สเจ้าของเหรียญโอลิมปิกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 28 เหรียญ เป็นเหรียญทองถึง 23 เหรียญ บอกว่า เขาคิดว่าการปัสสาวะในสระเป็นเรื่องปกติที่นักว่ายน้ำทุกๆ คนทำกัน
เวลาที่เราต้องซ้อมติดต่อกัน 2 ชั่วโมง ไม่มีค่อยมีใครขึ้นจากสระไปทำธุระในห้องน้ำ
อีกอย่างในสระมีคลอรีนช่วยฆ่าเชื้ออยู่แล้ว การปัสสาวะในสระก็คงไม่เป็นอันตรายหรอก
รีเบคก้า แอดลิงตัน (Rebecca Adlington) นักว่ายน้ำ 2 เหรียญทองโอลิมปิกชาวอังกฤษ เคยยอมรับผ่านรายการทีวีเรียลลิตี้ “I’m A Celebrity” ว่า เธอปัสสาวะลงในสระน้ำเป็นประจำ เพราะเวลาที่ฝึกซ้อมในสระติดต่อกัน 2 ชั่วโมง ไม่มีจังหวะที่จะขึ้นจากสระเพื่อเข้าห้องน้ำ ต้องปล่อยในสระเลย
รีเบคก้าบอกว่า การปัสสาวะลงในสระเป็นสิ่งที่ใครเขาก็ทำกัน

จากผลการศึกษา ก็ดูเหมือนจะจริงอย่างที่รีเบคก้าพูดไว้ พบว่า สระว่ายน้ำคือแหล่งสะสมปัสสาวะในปริมาณสูง
และที่น่ากลัวก็คือ ปัสสาวะที่เจือปนอยู่กับน้ำในสระนั้นเสี่ยงทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บแก่คนในสระน้ำได้
ในปี 2017 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา (University of Alberta) ประเทศแคนาดา ทดสอบน้ำในสระว่ายน้ำต่างๆ ในท้องถิ่นจำนวน 31 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในศูนย์กีฬา โรงแรม และบ้านส่วนตัว พบว่า สระน้ำทุกแห่งที่ทำการทดสอบล้วนมีปัสสาวะเจือปนอยู่
สระว่ายน้ำขนาดใหญ่แต่ละแห่งที่ปริมาณความจุ 833,000 ลิตร หรือมีขนาดเท่ากับ 1 ใน 3 ของสระว่ายน้ำโอลิมปิก มีปริมาณปัสสาวะ 75 ลิตร
สำหรับสระว่ายน้ำขนาดเล็กลงมาหน่อย จะมีปริมาณปัสสาวะเฉลี่ย 30 ลิตร
ลินด์ซีย์ แบล็กสต็อก (Lindsay Blackstock) นักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา และเป็นหัวหน้าการศึกษาเรื่องสระน้ำกับปัสสาวะ บอกว่า การปัสสาวะลงในสระน้ำของคน เป็นปัญหาด้านสุขภาพที่ทุกคนควรกังวล แม้ว่าโดยพื้นฐานแล้วปัสสาวะจะปลอดเชื้อ แต่เมื่อปัสสาวะซึ่งเป็นสารอินทรีย์ ไปผสมกับสารเคมีที่ใช้ฆ่าเชื่อโรคอย่างเช่นคลอรีน ก็จะเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง ทำให้เกิดสารตกค้างจากการฆ่าเชื้อโรค (Disinfection by-products, DBPs) ซึ่งก็คือไนโตรเจนไตรคลอไรด์ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสระน้ำในร่ม สารตกค้างนี้เมื่อสัมผัสกับร่างกายในระดับหนึ่งมีโอกาสทำให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะที่ตา
และยังส่งผลเสียต่อระบบการหายใจ เช่น ทำให้เป็นโรคหอบหืด หากสัมผัสสารตกค้างดังกล่าวในระยะยาว มีส่วนก่อให้เกิดโรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะได้
แม้การปัสสาวะลงในสระน้ำเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ก็มีผู้ใหญ่ 19% ยอมรับว่า เคยปัสสาวะในสระน้ำอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
ลินด์ซีย์บอกว่า ต้องการใช้งานศึกษานี้ให้ความรู้แก่ทุกคนเกี่ยวกับการปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อรักษาสุขอนามัยของสระน้ำสาธารณะ เราทุกคนควรมีความคำนึงถึงผู้อื่นที่ใช้สระร่วมกัน ด้วยการเดินขึ้นจากสระไปปลดทุกข์ในห้องน้ำให้เรียบร้อย
หลังจากทราบผลของการศึกษาเรื่องสระน้ำกับปัสสาวะแล้ว ใครที่มักปัสสาวะในสระว่ายน้ำควรทบทวนเรื่องนี้ เพราะนอกจากจะเป็นการไม่รับผิดชอบต่อสังคมแล้ว ยังมีผลเสียต่อสุขภาพของตัวเองและคนอื่น

การแข่งขันจักรยานตูร์ เดอ ฟรองซ์ ซึ่งเป็นการแข่งขันจักรยานทางไกลที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดในโลก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนกรกฎาคม แข่งขันกัน 21 วัน รวมระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร มีผู้เข้าแข่งขันประมาณ 176-184 คน
ผู้จัดตูร์ เดอ ฟรองซ์ ไม่ห้ามนักปั่นหยุดเข้าห้องน้ำระหว่างการแข่งขัน แต่นักปั่นส่วนใหญ่ไม่ต้องการเสียเวลาหาห้องน้ำเข้า ดังนั้น จึงใช้วิธีจอดจักรยานข้างทางและทำธุระส่วนตัว
แต่ตามกฎของตูร์ เดอ ฟรองซ์ ห้ามนักปั่นหยุดจอดข้างทางทำธุระส่วนตัวประเจิดประเจ้อต่อหน้าแฟนๆ ที่ยืนเชียร์ริมทาง นักปั่นคนไหนไม่ปฏิบัติตาม ถูกจับได้จะถูกปรับเป็นเงินประมาณ 200 ฟรังก์สวิส หรือ 8,000 บาท
นักปั่นเห็นว่ากฎนี้ช่างไม่เห็นใจนักกีฬาเลย เพราะการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ มีแฟนๆ ยืนเชียร์ริมถนนไม่ขาดสาย รวมแล้วหลายล้านคน
การจะหาที่ลับตาแฟนๆ ในการทำธุระส่วนตัวลำบากมาก โดยทุกๆ ปีจะมีผู้ชมมายืนเชียร์เรียงรายตลอดเส้นทางกว่า 12 ล้านคน
ดังนั้น นักปั่นส่วนใหญ่จึงใช้วิธีปล่อยทุกข์เบาบนอานขณะขี่จักรยาน เพราะไม่เสียเวลาหยุดจอด และไม่เสี่ยงถูกปรับฐานจอดจักรยานปล่อยทุกข์ต่อหน้าแฟนๆ
แต่เวลาปัสสาวะตอนขี่จักรยานนั้น จะต้องทำอย่างมีมารยาท ไม่ใช่ปวดขึ้นมาก็ปล่อยทันที เพราะมีเพื่อนร่วมทีมที่ขี่ติดๆ กัน อาจโดนลูกหลงกระเซ็นใส่ได้
โดยมารยาท นักปั่นที่จะปัสสาวะตอนขี่จักรยานต้องบอกให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ติดๆ กันทราบ จากนั้นก็จะเลี่ยงไปขี่จักรยานตรงขอบถนนเพื่อจะได้ไม่มีใครอยู่ข้างๆ จะได้ปล่อยทุุกข์เบาได้อย่างสบายใจ ไม่ถูกเพื่อนร่วมทีมหรือนักปั่นทีมอื่น
แต่ถ้าหากเป็นทุกข์หนักอั้นไม่ไหวจริงๆ นักปั่นบางคนก็อาศัยขอเข้าห้องน้ำในรถตู้นอนของแฟนๆ ที่จอดรถเชียร์ข้างทาง
เราไม่ค่อยได้เห็นภาพนักกีฬาทำธุระส่วนตัว เพราะการถ่ายทอดตูร์ เดอ ฟรองซ์ จะไม่โชว์ภาพตอนนักปั่นจักรยานปล่อยทุกข์ เพราะเป็นภาพที่ไม่น่าดู และเคารพความเป็นส่วนตัวของนักปั่น
เห็นด้วยกับผู้จัดตูร์ เดอ ฟรองซ์ ครับ เพราะภาพอุจจาระราดขาในการแข่งขัน Hyrox ที่กรุงปักกิ่ง ไม่น่าดูจริงๆ เลย
