
มองไทยใหม่
นิตยา กาญจนะวรรณ
วิชาการใช้ภาษาไทยเป็นวิชาที่ว่าด้วยการใช้ภาษาไทยให้เหมาะสมแก่กาลเทศะ ซึ่งนอกจากจะหมายความตามตัวว่า “เวลาและสถานที่” แล้ว ยังหมายถึง “ความควรไม่ควร” ด้วย
ผู้ใช้ภาษาไทยในสังคมไทยย่อมรู้ดีว่า “ความควรไม่ควร” ขึ้นอยู่กับบุคคลอันมีวัยวุฒิ คุณวุฒิ และชาติวุฒิที่ต่างกัน ถือเป็นเรื่องของวัฒนธรรม ไม่ใช่การแบ่งชนชั้นวรรณะอันตายตัวแบบบางสังคม
การใช้ภาษาบางเรื่อง คนในสังคมก็มีความเคยชิน สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องเปิดตำราเรียน เช่น นักศึกษาอาจจะถามเพื่อนสนิทว่า “มึงจะแดกอะไรวะ” แต่พอหันมาหาอาจารย์ก็จะถามว่า “อาจารย์จะรับประทานอะไรครับ”
และรู้ด้วยว่าเมื่อพูดถึงพระก็จะต้องพูดว่า “หลวงพ่อกำลังฉันอยู่”
ทว่า เรื่องที่ไม่มีความเคยชิน ก็ต้องเรียนรู้และเปิดตำราใช้ เช่น การใช้ราชาศัพท์ คำกริยาที่ใช้มีทั้งการนำคำจากภาษาไทย ภาษาเขมร และภาษาบาลีสันสกฤต มาประกอบกับคำว่า “ทรง” หรือ “ทรงพระ” ตัวอย่าง
จากภาษาเขมร เช่น ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงบำเพ็ญพระกุศล ทรงบำเพ็ญกุศล ฯลฯ
จากภาษาบาลีสันสกฤต เช่น ทรงพระราชปรารถนา ทรงปรารถนา ทรงพระประชวร ทรงประชวร ฯลฯ
จากภาษาไทย เช่น ทรงเป็นลม ทรงแปล ทรงฝัน ทรงยิ้ม ทรงรับ ทรงเล่าเรียน ทรงศึกษา ทรงหายใจ ทรงไอ ฯลฯ

พลตรี หม่อมราชวงศ์ศุภวัฒย์ เกษมศรี อดีตประธานคณะกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์การใช้ราชาศัพท์ ราชบัณฑิตยสภา เคยให้คำแนะนำไว้ว่า การใช้ราชาศัพท์ก็คือการแสดงความเคารพด้วยการใช้ภาษา แม้เราจะไม่เคยเรียน หรือจำไม่ได้ ก็พยายามปรุงแต่งภาษาให้เกิดความรู้สึกอัน “สูงส่ง” ขึ้น
ด้วยเหตุนี้เราจึงเคยได้ยินข่าวการใช้ราชาศัพท์อย่างซื่อๆ ของชาวบ้าน หรือแม้แต่ของข้าราชการที่ตกประหม่า ซึ่งก็มิได้ถือว่าเป็นความผิดชนิด “คอขาดบาดตาย” แต่กลับถือเป็นเรื่องน่าชื่นชมในความพยายามด้วยซ้ำ ใครไม่เคยอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นจะไม่รู้สึกดอก
ในปัจจุบันนี้ มีคำกริยาเกิดใหม่จากภาษาอังกฤษมากมาย ผู้ใช้ภาษาจึงใช้สูตรเดิม คือ เมื่อนำคำว่า “ทรง” หรือ “ทรงพระ” มาไว้หน้าคำภาษาไทย ภาษาเขมร และภาษาบาลีสันสกฤตได้ ก็น่าจะนำมาใช้กับภาษาอังกฤษได้ในทำนองเดียวกัน เราจึงได้เห็นราชาศัพท์ใหม่ๆ เช่น
“ทรงพระสเลนเดอร์” (slender)
“ทรงมูฟ (move) ไปหลายแห่งมาก”
“ทรงเสิร์ฟ (serve) ลูกได้สวยงามมาก”
“ทรงโพสต์ (post) ข้อความลงในไอจี”
บางคนมีความภูมิใจในวัฒนธรรมการใช้ภาษาของไทยมาก จนถึงกับพูดว่า “ภาษาอังกฤษไม่มีอย่างนี้หรอก” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะเข้าใจผิด หรือยังเรียนภาษาอังกฤษได้เพียงคำธรรมดาทั่วๆ ไป ยังไม่ถึงขั้นการเลือกใช้คำตามวัฒนธรรม

เอลวิส เพรสลีย์ เมื่อตอนที่ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2503 ซึ่งได้คำชมมากว่าสุภาพเรียบร้อย ก็ยังกราบทูลว่า “Hello, Your Majesty, Sir.”
ไม่ใช่ “Hello” หรือ “Hi” ซึ่งใช้กับคนทั่วไป
(ดู มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับ 4 พ.ย. 2559)
