โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
“…ไม่ใช่แค่ปูพรมแดง เปลี่ยนจากศัตรูเป็นมิตร หรืองานเลี้ยงรับรองของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลอเมริกัน แต่มีอะไรมากกว่านั้น…”
สำหรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังมีอีก 4 การประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปลายปีนี้
ก่อนหน้านี้ สีเข้าร่วมประชุม Shanghai Co-operation Organization – SCO ที่ประเทศคีร์กีซสถาน (Kyrgyzstan) เข้าร่วมประชุมประเทศกลุ่ม BRICS ที่อินเดีย และเดินทางเยือนอียิปต์ในรอบ 10 ปี สีพบปะเป็นการส่วนตัวกับ 6 ผู้นำโลก มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเกือบ 2 โหล ได้กล่าวปราศรัยครึ่งโหล
ประธานาธิบดีสีเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังกลับสู่โลกที่สหรัฐอยู่เหนือพันธมิตรโดยการผลักดันอเมริกามาก่อน (America First)
ในขณะที่สีกำลังแสดงตัวเปลี่ยนสู่ผู้นำโลก โดยปักกิ่งเหมือนเข้าพิธีแห่แหนในการประชุม และความคิดแค่คือ สงครามเย็น ระหว่างคน 2 คนที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกสามารถพบกัน เป็นอภิมหาอำนาจกับอภิมหาอำนาจ กับเผด็จการต้นเหตุทางด้านมนุษยธรรม
โดยลืมระบบพหุภาคี ได้แก่ G20 หรือ G7 เป็น G2 เท่านั้น
สําหรับสี จิ้นผิง นอกจากประชุมกับผู้นำสหรัฐบ่อยๆ แล้ว ยังมีการประชุมอีก 4 ครั้งถึงสิ้นปีนี้ ที่สำคัญและมากกว่านั้น วอชิงตันกำลังล่าถอย มีช่องว่างให้เติมเต็มและยังมีโอกาสที่จีนจะยึดครองโลก อันกระทบสหรัฐในช่วงกำลังตกฮวบลง
ความสำคัญคือ หลังจากทรัมป์ล่าถอยจากสงครามการค้าอันร้อนแรงกับจีนปี 2025 ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงร่วมผลักดันเสถียรภาพสร้างสรรค์ มีการขยายการค้า แต่ได้จัดการอะไรเล็กน้อยเรื่องการขายสินค้าเกษตรและเครื่องบิน ส่วนข้อตกลงสำคัญเรื่องการบริหาร AI การขายอาวุธให้ไต้หวัน หรือการจัดการด้านภาษีการค้า (Tariff) ทำในระยะยาว
นี่อาจเหมาะกับ สี ก็ได้
อาจกล่าวได้ว่า ‘…เราทั้งหมดล้วนอาศัยอยู่ในโลกของสี จิ้นผิง…’ ทั้งจีนและสหรัฐกำลังพยายามทำตัวสงบลง นักวิเคราะห์อเมริกันคิดว่า มันเป็นประโยชน์ของทั้ง 2 ฝ่าย แต่จริงๆ เป็นประโยชน์ต่อจีน
นี่คือ ‘…โลกของสีและเราทั้งหมดกำลังอาศัยอยู่…’
จีนยังโน้มนำประวัติศาสตร์ที่กำลังยืดหยุ่นในแนวทางของมัน และทรัมป์ยื่นมือเข้ามาช่วย ได้เร่งการล่าถอยของสหรัฐด้วยสงครามในตะวันออกกลาง และนโยบายต่างประเทศที่ในสงครามแบ่งแยกหลายๆ พันธมิตรเดิมของสหรัฐ
นั่นให้โอกาสแก่สีคือ ตัดจุดแข็งที่สุดของสหรัฐ สหรัฐไม่ใช่แค่อภิมหาอำนาจ แต่สหรัฐเป็นกัปตันทีมของพันธมิตรทั้งหมดของชาติประชาธิปไตย องค์การระหว่างประเทศ และกฎกติกา
ส่วนจีนกำลังบ่มเพาะ แต่เป็นรูปปั้นใหญ่มหึมา ผู้มีพันธมิตรหนึ่งเดียวคือ เกาหลีเหนือ แล้วได้เสนอหลายอย่างมากแก่ประเทศโลกกำลังพัฒนา ในรูปของเงินกู้และการลงทุนในโครงสร้างสำคัญ
แต่มันเป็น ระบบอำนาจนิยม (Authoritarianism) และการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ก้าวร้าว และชาตินิยมทางการทูต (Nationalist Diplomacy) การทูตหมาป่า (Wolf Warrior) จำกัดการปรากฏตัวของจีน จีนดูเหมือนไม่ต้องการพาร์ตเนอร์ แต่ต้องการดาวล้อม (satellite) ที่ตอนนี้ขยายตัว บทบาทถูกเปลี่ยนสหรัฐให้เห็นอีกแล้ว ตัวเองเป็น 1 ท่ามกลางความบริบทนี้
ทรัมป์พูดเมื่อมิถุนายน 2026 ‘…ฉันแค่ต้องการความซื่อสัตย์ของพวกเขา เราไม่ต้องการเงินของพวกเขา เราไม่ต้องการอะไรเลย เรามีอำนาจทางทหารมากที่สุดในโลก เราต้องการความซื่อสัตย์…’
แล้วประวัติศาสตร์แนะให้เราเห็นข้อจำกัด
แล้วคณะทูตได้อ้างประวัติศาสตร์เรื่อง Thucydides บ่อยมาก การอ้อนวอนกับกับดักความนิยม อันสุ่มเสี่ยงต่อสงคราม เมื่อคุกคามด้วยอำนาจแทนอำนาจนำ หรือด้วยคำแถลงของเขาว่า ความเข้มแข็งทำอะไร พวกเขาสามารถและอ่อนแอ อะไรที่พวกเขาต้องการ
บางทีตัดข้ามคู่ขนานกับเรื่องใน Thucydides เขาจะเปลี่ยนจากยอมรับ ผู้ที่เสแสร้งเรื่องพันธมิตรของความเท่าเทียม สู่ชัยชนะด้วยอำนาจนำ ต้องการความภักดีจากเหล่ารัฐบริวาร
ทูตด้านเศรษฐกิจมองว่า สหรัฐเสี่ยงผิดพลาด ย้อนแย้งที่ทรัมป์กำลังเดินวางมาด เน้นอิทธิพลโลกของสหรัฐ แต่อำนาจเศรษฐกิจและอำนาจทหารของสหรัฐที่ทรัมป์ไม่ได้มอง เผยตัวออกมามาก
ไม่เพียงวอชิงตันล้มเหลวเรื่องอิหร่าน ยังล้มเหลวในการนำปักกิ่งมาอยู่แทบเท้าของตน จีนรอดพ้นภาษีการค้าสหรัฐและทรัมป์กำลังถอนในส่วนการควบคุมห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุ
ส่วนปักกิ่งได้แสดงตนในความเข้มแข็งในที่อื่นๆ ปักกิ่งลดช่องว่างให้แคบลงในประเด็น AI กับสหรัฐ การเพิ่มแรงกดดันต่อไต้หวัน และปักกิ่งผนึกกำลังกับรัสเซีย
สถาบันด้านยุทธศาสตร์จีนวิเคราะห์ว่า สหรัฐยอดแย่มาแล้วตั้งแต่เริ่มต้น พวกสหรัฐคาดว่าพวกเขาสามารถใช้การกดดันฝ่ายเดียว บังคับให้จีนทำข้อตกลง แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง
ตรงกันข้าม สหรัฐยอมทำตามจีนรวดเร็ว และหยิบฉวยใช้ ก้าวที่พลาดของทรัมป์ที่หาทางผลักโลกตามทรัมป์ เป็นทรัมป์เห็นแก่ตัวและโลภ ในขณะที่จีนเป็นผู้นำความเท่าเทียม ระเบียบ และต่อมาเป็นพันธมิตรที่ดีกว่า
สารที่ออกมาจากสถาบันศึกษาทัศนคติของสหรัฐ Pew Research Center ชี้ผลว่า มีการมองเป็นบวกต่อจีนเทียบกับสหรัฐใน 36 ประเทศ รู้สึกโปรจีนในเรื่องเศรษฐกิจทุกประเทศ ยกเว้นโปแลนด์และสหรัฐ
หลายประเทศกล่าวถึงโดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ถูกคุกคามโดยสินค้าส่งออกของจีน พวกเขาอาจลังเลเข้าใกล้จีนยิ่งขึ้น แต่การการันตีความมั่นคงของสหรัฐและการผูกมัดกับสหรัฐโดยความรู้สึกนี้ลดลง เท่ากับความรู้สึกนี้สะท้อนถึง กำลังบีบให้หลายประเทศมุ่งสู่อ้อมอกจีน
จีนอาจไม่พร้อมอีกต่อไป หากการให้เครดิตแก่ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายเพราะแพงขึ้น แต่บทบาทของสหรัฐในด้านการค้าและการพัฒนาในด้านโครงสร้างพื้นฐานทั่วทวีปลาตินอเมริกา แอฟริกาและส่วนมากในเอเชียลดลงอย่างสำคัญ
ในขณะที่จีนทำงานอย่างเพียรพยายามสร้างทางเลือกเครือข่ายของสถาบันต่างๆ จาก SCO และ BRICS สู่ Regional Comprehensive Economic Partnership และองค์กรทั้งหมดของ BRI, AIIB, NDB และ CIPS
ในขณะที่สหรัฐถอนตัวออกจากสถาบันนานาชาติต่างๆ ของ UN ได้แก่ พันธะ Paris-Climate ข้อเสนอ Trans-Pacific Partnership ที่จีนมักมีบทบาทในองค์กรระดับโลก และสหรัฐถอนตัวออกมา ดังนั้น จีนจึงขยายตัวเข้าไปในโลกของตนเอง แล้วไม่ปรากฏการก่อกวนใดๆ จากสหรัฐ
ในอดีตการรักษาความเหนือนำอภิมหาอำนาจคือ บทบาทโลกของสหรัฐ แต่รัฐบาลทรัมป์ล่าถอย
แนวโน้ม
อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ใช่แนวโน้มเดียว
ฐานที่มั่นสหรัฐในตะวันออกกลางได้ลดลงและยังครุกรุ่นโดยโดรนอิหร่าน แน่นอนความมั่นคงของสหรัฐทั่วยุโรปและเอเชียอ่อนแอ
รัฐบาลทรัมป์ยกเลิกโครงการด้านสุขภาพของ USAID องค์กรความช่วยเหลือนานาชาติหลักของสหรัฐนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ความตายและความสิ้นหวังกระจายไปทั่ว อนุภูมิภาคสะฮาราแอฟริกา (sub-Sahara Africa)
จีนไม่เข้าไปในบริเวณบทบาทหลักของสหรัฐ จีนทั้งไม่สามารถและไม่ต้องการเสนอร่วม ความมั่นคงโลกใหม่ จีนอาจเข้าถึงท่าเรือต่างๆ และร่วมซ้อมรบทางทหาร ร่วมฝึกบินกับอียิปต์ เพิ่ม foot print จีนในตะวันออกกลาง การทูตทหาร (Military Diplomacy) จีนไม่เหมือน NATO หรือเหมือนของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ มีเหตุผลภายในด้วยที่ป้องกันจีนจากมรดกของสหรัฐในฐานะผู้นำโลก การเติบโตทางเศรษฐกิจและช่องว่างกับสหรัฐ การบริโภคภายในอ่อนแอ ปัญหาหนี้สินและปัญหาการไม่มีงานทำของคนจีนหนุ่มสาว
สีกำลังสะสางเรื่องต่างๆ ทั้งภายนอกและภายใน
สีพาภรรยา (นาง Peng Liyaun) ไปวอชิงตันไปเดินงานการทูต ไม่ได้สนใจพรมแดง งานเลี้ยงใหญ่โต
สีเลือกคุยกับนักธุรกิจเจ้าของเทคโนโลยี ไม่ค่อยสนใจท่าทีวางก้ามของทรัมป์เท่าไร
เมื่อสีพบทรัมป์อีกครั้งหนึ่ง แล้วจะพบอีกหลายครั้ง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
